
กับดักตัวเอง
ช่วงนี้จะได้ยินข่าวร้ายจากเอเชียอยู่บ่อยครั้ง โดยล่าสุดเมื่อวานนี้จีนเปิดเผยตัวเลขภาคการผลิตหดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 แล้ว อยู่ที่ 49.8 จุด
โดย...ธนพล ไชยภาษี
ช่วงนี้จะได้ยินข่าวร้ายจากเอเชียอยู่บ่อยครั้ง โดยล่าสุดเมื่อวานนี้จีนเปิดเผยตัวเลขภาคการผลิตหดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 แล้ว อยู่ที่ 49.8 จุด ในเดือน ก.ย. จากเดิมที่ 49.2 จุด ในเดือน ส.ค. ซึ่งต่ำกว่าระดับ 50 จุด ก็ถือว่าอยู่ในภาวะถดถอยแล้วครับ
นอกจากนั้น ภาคการผลิตในเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ก็หดตัวลงด้วยเช่นกัน เป็นสัญญาณบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าเศรษฐกิจเอเชียนั้นกำลังได้รับผลกระทบจากวิกฤตในยุโรปอย่างเต็มที่แล้วครับ แม้กระทั่งจีนเองก็ยังเอาตัวไม่รอด
สัญญาณดังกล่าวบ่งบอกถึงอะไร ถือว่าเป็นการบอกว่าเอเชียนั้น แม้ว่าจะได้รับการวางตัวว่าจะเป็นภูมิภาคแห่งเศรษฐกิจโลกในยุคใหม่ แต่ท้ายที่สุดแล้ว เอเชียก็ยังต้องพึ่งพาตลาดในโลกตะวันตกไม่ว่าจะเป็นในยุโรปหรืออเมริกาครับ
พูดง่ายๆ ก็คือ ยังต้องพึ่งพาฝรั่งอยู่วันยังค่ำ สถานะของเอเชียคือเป็นแหล่งผลิต เป็นแหล่งลงทุน ที่ยังต้องส่งของไปขายฝรั่งเท่านั้น
สิ่งที่เอเชียต้องเร่งแก้ปัญหาของตัวเองก็คือ จะทำอย่างไรที่จะเปลี่ยนสถานะของตัวเองจากผู้ผลิตมาเป็นผู้ซื้อและผู้ใช้กันเองด้วย
โดยเฉพาะจีน ที่แม้ว่าจะมีประชากรมากถึง 1,400 ล้านคน ทว่ากำลังซื้อของจีนนั้นยังไม่แข็งแกร่งเพียงพอที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจให้เดินหน้าไปได้ จีนจึงจำเป็นที่จะต้องเน้นการผลิตเยอะๆ ขายแยะๆ ตามสไตล์การทำธุรกิจแบบจีน เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจและแรงงาน จนได้รับการขึ้นชื่อว่าเป็นโรงงานผลิตของโลก
ที่สำคัญนั้น การผลิตของจีนยังเป็นการผลิตตามใบสั่งของบริษัทตะวันตกเสียมาก ไอ้ที่ผลิตเองนั้นส่วนใหญ่เป็นสินค้าคุณภาพต่ำที่ขายในประเทศและประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงเท่านั้นครับ
เมื่อพลังซื้อของโลกตะวันตกซบเซา ใบสั่งผลิตในจีนก็ลดลง เศรษฐกิจจีนก็ฟุบตามไปด้วย สิ่งนี้ถือเป็นปัญหาที่ผู้นำจีนเองก็ยังแก้ไม่ตก ที่จะหาทางเพิ่มกำลังซื้อภายในประเทศอย่างไร
การปรับค่าเงินหยวนให้แข็งค่าขึ้นนั้น ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อย แต่เนื่องจากจีนยังคงต้องให้ความสำคัญกับการส่งออกอยู่ เงินหยวนจึงไม่มีสิทธิที่จะแข็งค่าได้มากไปกว่านี้ครับ
ตอนนี้ต้องบอกว่า จีนกำลังติดกับดักของตัวเองอยู่ จีนเคยใช้ความได้เปรียบของค่าเงินสร้างความมั่งคั่งให้กับการส่งออก แต่นั่นก็ทำให้พลังซื้อของคนจีนอ่อนแอตามลงไปด้วย และเมื่อเศรษฐกิจยุโรป เศรษฐกิจอเมริกาอ่อนแอ เศรษฐกิจจีนจึงฟุบยาวตามไปด้วย
เหมือนกับสถานการณ์ในเมืองไทยนี่แหละครับ ที่เราพึ่งพาการส่งออกมากเกินไปถึง 70% ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมด ในช่วงนี้การส่งออกของไทยเราจึงแทบจะโงหัวไม่ขึ้น เพราะเศรษฐกิจซึมยาว
การกระตุ้นผู้บริโภคภายในประเทศให้หันมาซื้อขายกันเอง เงินหมุนเวียนกันเองภายในประเทศยิ่งมากยิ่งดี น่าจะเป็นทางเลือกทางรอดที่ดีที่สุดสำหรับเศรษฐกิจโลกยุคนี้ ที่เกิดอะไรขึ้นที่ไหนก็กระทบกันไปหมดทั้งโลกครับ







