
ศาลรธน.ตีกลับคำร้องยับยั้งจำนำข้าว
กระบวนการ ยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล โดยนักวิชาการ 127 คน ที่ร่วมกันลงชื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ
กระบวนการ ยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล โดยนักวิชาการ 127 คน ที่ร่วมกันลงชื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ
ขอให้วินิจฉัยว่า โครงการดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 43 และ 81 (1) หรือไม่ ต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่เพราะศาลรัฐธรรมนูญ ให้นำคำร้องกลับไปแก้ไขใหม่
พิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ หัวหน้าคณะโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า หลังจากตรวจสอบเอกสารร้องเรียนแล้วพบว่า ผู้ร้องไม่ได้ระบุว่ายื่นตามรัฐธรรมนูญมาตราใดหรือช่องทางใด จึงอยากให้ผู้ร้องกลับไปแก้ไขเพื่อให้เกิดความชัดเจน รวมทั้งเอกสารประกอบคำร้องที่ยื่นเข้ามาก็ไม่ครบถ้วน เพราะไม่ได้มีการทำสำเนาส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ จำนวน 9 ชุด จึงถือได้ว่าไม่เป็นไปตามข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญ
ด้าน อดิศร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา คณบดีคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) แกนนำในการคัดค้านนโยบายนี้ กล่าวว่า ในวันที่ 3 ต.ค.นี้ จะไปยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยับยั้ง หรือระงับโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลตามมาตรา 84 แต่จะไม่ยื่นเรื่องให้สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณา เนื่องจากไม่ใช่เรื่องของการออกกฎหมายโดยมิชอบ อีกทั้งถ้าหากผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติไม่รับคำร้อง จะทำให้เสียเวลาในการยับยั้งนโยบายที่ก่อให้เกิดผลเสียต่อเกษตรกรและประชาชนที่ต้องเสียภาษี
อย่างไรก็ดี การยืนยันคำร้องเดิมที่เคยยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญไปแล้วนั้น เป็นการยื่นโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญเข้าข่ายมาตรา 212 ที่ผู้ร้องเรียนเป็นผู้เสียหายโดยตรง และไม่สามารถใช้ช่องทางอื่นได้
อย่างไรก็ดี กระทรวงพาณิชย์ยืนยันคัดค้านการดำเนินการของนักวิชาการ โดย วัชรี วิมุกตายน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ยืนยันว่าโครงการดังกล่าวไม่ผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา 84 (1) ที่ระบุว่า รัฐบาลต้องสนับสนุนเศรษฐกิจอย่างเสรีและเป็นธรรมตามกลไกตลาด แต่ที่ผ่านมาระบบการค้าข้าวของไทยแม้จะเสรี แต่ไม่เป็นธรรม โดยชาวนาถูกกดราคารับซื้อ เนื่องจากตลาดข้าวเป็นของผู้ซื้อไม่ใช่ผู้ขาย
ทั้งนี้ รัฐบาลดำเนินนโยบายโครงการรับจำนำข้าวให้กับชาวนา ถือเป็นการทำให้ระบบการค้าข้าวเกิดความเป็นธรรม จึงไม่ถือว่าขัดรัฐธรรมนูญ ในทางกลับกันโครงการรับจำนำข้าวกลับสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมาตรา 84 (8) ที่ระบุว่า รัฐต้องคุ้มครองผลประโยชน์ของเกษตรกร เพราะโครงการรับจำนำข้าวได้ยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับชาวนาไทยมีรายได้เพิ่มขึ้น เนื่องจากไม่ถูกกดราคาข้าวจากพ่อค้าคนกลางทั้งผู้ส่งออกและผู้ค้าข้าวในประเทศ
อย่างไรก็ตาม หากมองในแง่ของความเหมาะสมของนโยบายจำนำข้าวในปัจจุบัน ต้องมองว่าคนกลุ่มใหญ่หรือคนกลุ่มน้อยได้ประโยชน์ หากคนกลุ่มใหญ่ซึ่งเป็นชาวนาที่มีมากถึง 15 ล้านคน ได้ประโยชน์จากการรับจำนำข้าว นโยบายดังกล่าวก็ถือว่าเหมาะสม หากดูในแง่ตัวเลขทางเศรษฐกิจพบว่าโครงการรับจำนำข้าวสามารถผลักดันให้เศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่ำปีละ 2% และชาวนาที่นำข้าวมาเข้าโครงการรับจำนำข้าวมีรายได้เพิ่มขึ้นทั้งระบบ 1.4 แสนล้านบาทคำนวณจากปริมาณข้าวเปลือกที่เข้าโครงการรับจำนำ 16 ล้านตัน เทียบส่วนต่างระหว่างราคาจำนำและราคาตลาด ส่วนชาวนาที่ไม่ได้นำข้าวมาเข้าร่วมโครงการรรับจำนำยังได้ประโยชน์จากราคาข้าวในตลาดสูงขึ้นคิดเป็นมูลค่า 5.76 หมื่นล้านบาท คำนวณจากปริมาณข้าวในตลาด 15 ล้านตัน เทียบกับราคาตลาดปัจจุบันกับราคาตลาดก่อนที่มีโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งเงินเหล่ามากถึง 2 แสนล้านบาท ได้หมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจ
++นอกจากนี้ หากเทียบกับโครงการประกันรายได้จะพบว่าราคาข้าวในตลาดช่วงที่มีโครงการรับจำนำสูงขึ้นมาอยู่ที่ตันละ 1.11.2 หมื่นบาท ขณะที่ราคาข้าวในตลาดช่วงประกันรายได้ขายได้ 6,0007,000 บาท พร้อมกันนี้ราคาส่งออกข้าวของไทยก็เพิ่มสูงขึ้น โดยห่างจากเวียดนามตันละ 200 เหรียญสหรัฐ เป็นอย่างต่ำ ถือว่าสร้างความเป็นธรรมให้กับระบบข้าวไทย เพราะคุณภาพข้าวไทยดีกว่าเวียดนาม ส่วนเรื่องปริมาณส่งออกข้าวไทยปีนี้ลดลงหลังดำเนินโครงการรับจำนำข้าวทุกเม็ด ไม่ใช่มาจากสาเหตุโครงการรับจำนำอย่างเดียว แต่เกิดจากอินเดียกลับมาส่งออกข้าวได้เพิ่มขึ้น และมีการดัมพ์ราคาข้าวขายต่ำ เพื่อหวังชิงส่วนแบ่งตลาด
นางวัชรี กล่าวว่า ไทยได้เตรียมแผนเพื่อเร่งการส่งออกในช่วงไตรมาสสุดท้าย ตามนโยบายของรมว.พาณิชย์ ซึ่งจะมีการหารือกับผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ กำหนดแนวทางและโปรโมชั่นที่จะช่วยเพิ่มยอดส่งออกข้าว โดยเป้าหมายการส่งออกข้าวปีนี้ว่าจะมีปริมาณ ขอทบทวนตัวเลขก่อน แต่ยืนยันว่าโครงการรับจำนำข้าวจะต้องเดินหน้าต่อไป เพราะชาวนาระบุว่าหากดำเนินโครงการรับจำนไปอีก 2 ปี ชาวนาก็จะปลดหนี้สินได้ทั้งหมด ส่วนการระบายข้าวนั้น ยืนยันที่จะระบายอย่างต่อเนื่องออกมาให้มากและเร็วสุด แต่ส่งผลกระทบต่อระบบให้น้อยสุด
“กรณีที่มีการระบุว่าโครงการรับจำนำข้าวทำให้ชาวนาเร่งปลูกข้าวและใช้พันธุ์ข้าวระยะสั้นมาปลูกนั้น ยืนยันว่ากระทรวงเกษตรฯไม่ได้สนับสนุนพันธุ์ข้าวระยะสั้น แต่ให้ปลูกเพื่อความเหมาะสมแต่ละพื้นที่เท่านั้น โดยโครงการรับจำนำมีนักวิชาการทั้งม.หอการค้าไทยและม.ธรรมศาสตร์ ส่วนใหญ่เห็นด้วย” นางวัชรี กล่าว







