
ปชป.ลั่นเดินหน้าทำที่อัลไพน์เป็นธรณีสงฆ์
"ถาวร" ลั่นก๊อกต่อไป เดินหน้าทำที่ดินอัลไพน์เป็นธรณีสงฆ์ให้สำเร็จ ไล่บี้หาคนรับผิดชอบ
"ถาวร" ลั่นก๊อกต่อไป เดินหน้าทำที่ดินอัลไพน์เป็นธรณีสงฆ์ให้สำเร็จ ไล่บี้หาคนรับผิดชอบ
นายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คาดว่าวันที่ 2 ต.ค. นี้ จะสามารถยื่นยื่นเรื่องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ขาดคุณสมบัติการเป็น สส.หรือไม่ เรื่องนี้ไม่ได้ต้องการบีบให้นายยงยุทธลาออกหรือหมดคุณสมบัติ แต่ต้องการพิสูจน์ความถูกต้องว่า สิ่งที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(กพ.) หรือมติคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) กระทรวงมหาดไทย ที่ให้คำแนะนำว่านายยงยุทธไม่ขาดคุณสมบัติ และได้รับผลจากกฎหมายล้างมลทินไปแล้วจริงหรือไม่ และยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่ได้เป็นการเล่นการเมืองแต่อย่างใด
ทั้งนี้ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า นายยงยุทธยังไม่ได้รับคุณจากกฎหมายล้างมลทิน ปี 2530 หรือ 2550 ก็ต้องถามกลับไปว่านายอัชพร จารุจินดา เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานกพ. หรือนายพระนาย สุวรรณรัตน์ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ทำหน้าที่ประธานในการประชุมขณะนั้นจะตอบคำถาม และรับผิดชอบต่อสาธารณะอย่างไร
นายถาวร กล่าวว่า หนังม้วนต่อไป หลังจากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเสร็จสิ้นแล้วเตรียมที่จะทำเรื่องให้ที่ดินดังกล่าวกลับมาเป็นที่ดินธรณีสงฆ์อย่างถูกต้อง เพราะที่ดินกล่าวถือเป็นที่ดินธรณีสงฆ์ตั้งแต่ยายเนื่อมเสียชีวิตซึ่งเป็นตามผลของพินัยกรรม โดยคาดว่าจะใช้ช่องทางศาลปกครองเพื่อดำเนินการ ซึ่งช่วงที่ตนเองดำรงตำแหน่งรมช.มหาดไทย ได้มีหนังสือ 8 ฉบับถึงปลัดกระทรวงทุกคน ว่าให้ใช้อำนาจสั่งเปลี่ยนแปลงคำสั่งทางปกครองของนายยงยุทธ เพื่อให้เป็นไปตามที่ประชุมใหญ่คณะกรรมกรกฤษฎีกาที่ได้วินิจฉัยแล้วว่าที่ดินดังกล่าวเป็นธรณีสงฆ์ไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม การชดเชยให้เอกชนนั้นรัฐบาลไม่ต้องรับผิดชอบ โดยต้องไล่เบี้ยกับคนที่ทำผิด อาทิ บริษัทที่รับซื้อรายแรก หรือบริษัทที่ซื้อต่อหากเป็นการซื้อที่ไม่สุจริต ส่วนคดีความจะขาดอายุความหรือไม่ต้องดูเป็นรายบุคคลไป อย่างไรก็ตามคนที่ซื้อที่ดินดังกล่าวที่มีการแบ่งขายประมาณ 200 รายที่ซื้อโดยสุจริต จะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย







