
บุรีรัมย์ร้อนจัดยอดใช้ไฟฟ้าพุ่งกว่า 1 ล้านหน่วย
อากาศร้อนจัดชาวบุรีรัมย์ใช้ไฟฟ้าเดือนก.พ.เพิ่มขึ้นกว่า 1 ล้านหน่วย
อากาศร้อนจัดชาวบุรีรัมย์ใช้ไฟฟ้าเดือนก.พ.เพิ่มขึ้นกว่า 1 ล้านหน่วย
นายสว่าง มงคลเกษตร ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ในช่วงหน้าร้อนนี้ได้มีประชาชนผู้ใช้ไฟที่อยู่ในความดูแลกว่า 180,000 ครัวเรือน มีปริมาณการใช้กระแสไฟเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ต่างจากช่วงปกติที่ไม่ใช่หน้าร้อน ซึ่งจากการสำรวจตัวเลขสถิติการใช้กระแสไฟฟ้าในเดือนก.พ.ที่ผ่านมา พบว่ามียอดการใช้กระแสไฟเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคมถึงกว่า 1 ล้านหน่วย
อย่างไรก็ตามคาดว่าในเดือนมี.ค.และเดือนเม.ย. จะมียอดการใช้ไฟเพิ่มขึ้นอีกเฉลี่ยเดือนละไม่น้อยกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ และหากเปรียบเทียบในช่วงเดียวกันของเดือนก.พ. ปี 2552 พบว่ามียอดการใช้ไฟกว่า 26 ล้านหน่วย ส่วนในเดือนก.พ. ปี 2553 มียอดการใช้ไฟกว่า 30.6 ล้านหน่วย เพียงเดือนเดียวเพิ่มขึ้นถึง 4 ล้านหน่วย
ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจ.บุรีรัมย์ กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ยอดการใช้กระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้น เพราะเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปและภาวะโลกร้อนขึ้น ประกอบกับประชาชนได้หันมาใช้สิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศ พัดลม และตู้เย็น จึงขอให้ประชาชนช่วยกันลดปริมาณการใช้ไฟฟ้าในส่วนที่ไม่จำเป็นลง ควรปิดไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศควรตั้งไว้ในอุณหภูมิที่เหมาะสม ก็จะสามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าช่วยเหลือประเทศ และประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้ในอีกทางหนึ่งด้วย ถึงแม้รัฐบาลจะขยายระยะเวลาการใช้ไฟฟรีไปจนถึงเดือนมิ.ย. 2553 ก็ตาม
ขณะที่ราคามะนาวในตลาดสดเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึงลูกละ 8 บาท จากปกติขายเพียงลูกละ 3 – 5 บาท สาเหตุเพราะเนื่องจากแหล่งเพาะปลูกมะนาวในหลายพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้ง ทำให้มะนาวไม่ออกลูกผลิตลดลง สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้บริโภค และร้านจำหน่ายอาหาร บางรายได้หันไปใช้มะขามที่มีราคาถูกกว่าไปประกอบอาหารแทน ส่วนราคาพืชผักอื่นๆ เช่น คะน้า ผักชี ต้นหอม และผักกาด ช่วงนี้ยังทรงตัวยังไม่มีการปรับขึ้นราคา
ด้านนางฐิติรัตน์ นพรัตน์ แม่ค้าขายผักในตลาดสดเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ กล่าวว่า ช่วงนี้มะนาวมีราคาแพงขึ้นเนื่องจากแหล่งเพาะปลูกในหลายพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้ง ซึ่งจากปกติจะรับมาถุง 100 ลูก ในราคา 400 บาท เพิ่มขึ้นเป็นถุงละ 600 บาท และจากภาวะราคามะนาวที่แพงขึ้นในช่วงนี้ ทำให้ต้องลดจำนวนรับซื้อลง เพราะไม่มีต้นทุนที่จะรับซื้อมาขาย







