
สายสืบผักสด หน่วยล่าฆ่าสารพิษ
โดย....วัสยศ งามขำ
โดย....วัสยศ งามขำ
บก.ปคบ. ทำงานไม่หยุดยั้งเมื่อเขาประกาศล่าสุดว่าในปีนี้จะดำเนินนโยบายการปราบปรามด้านความบริสุทธิ์ของอาหาร และนี่คือที่มาของ
"สายสืบผักสด" ที่กำลังจะโหมโรงออกเปิดฉากโชว์ศักยภาพในรูปแบบที่ตำรวจไม่เคยทำมาก่อนในแวดวงสีกากี
เรารับรู้กันดีว่าในกรมปทุมวันนั้น เต็มไปด้วยนักสืบและมือปราบทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ หรือไม่ก็ตำรวจสายตรวจมือฉมังที่คุ้นเคยกับการออกตรวจตราในพื้นที่ที่รับผิดชอบ
แต่มีหน่วยงานน้องใหม่ถอดด้ามในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กลับไม่ต้องการมือปราบที่ทำหน้าที่เป็นนักล่าหัวอาชญากรร้ายเหล่านี้ สังกัดกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) กำลังเร่งผลิตตำรวจนักสืบในอีกรูปแบบหนึ่งที่เขาเรียกกันว่า "สายสืบผักสด"ด้วยอายุเพียงแค่ 6 เดือนที่ บก.ปคบ. ก่อตั้งขึ้นก็ถือว่าคุ้มค่ากับชื่อเสียงที่โด่งดังเปรี้ยงปร้างจากหลากหลายคดี ไม่ว่าจะเป็น การทลายแหล่งจำหน่าย และฉีดยากลูต้าไธโอน หรือยาปรับสภาพผิวให้ผ่องขาว
หรือจากคดีการยับยั้งและจับกุมน้ำมหาบำบัด และน้ำเจียรนัยเพชรของ "ป้าเช็ง"ซึ่งนั่น พล.ต.ต.จตุรงค์ภุมรินทร์ ผบก.ปคบ. ถือว่าเป็นเพียงก้าวแรกๆ ของเขาในฐานะผู้นำหน่วยเท่านั้น
ถึงวันนี้ บก.ปคบ. ทำงานไม่หยุดยั้ง เมื่อเขาประกาศล่าสุดว่าในปีนี้จะดำเนินนโยบายการปราบปรามด้านความบริสุทธิ์ของอาหาร และนี่คือที่มาของ "สายสืบผักสด"ที่กำลังจะโหมโรงออกเปิดฉากโชว์ศักยภาพในรูปแบบที่ตำรวจไม่เคยทำมาก่อนในแวดวงสีกากี
"เราได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านจำนวนมากเกี่ยวกับความสะอาดและความปลอดภัยของอาหาร ทั้งเรื่องการปนเปื้อนของสารพิษ และความสดใหม่สะอาดปีนี้ผมจะเดินหน้าเรื่องอาหารเป็นหลักตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค ผมจะทำให้คนไทยมีสุขภาพที่แข็งแรง
รู้หรือเปล่าว่าในปีหนึ่งๆ กระทรวงสาธารณสุขต้องจ่ายเงินเท่าไหร่ เพื่อรักษาสุขภาพคนไทย ผมจะเอาพ.ร.บ.อาหาร ปี 2522 มาบังคับใช้ด้วยความเข้มข้นเพราะถ้าเรากินอาหารที่ปนเปื้อนสารพิษแบบนี้ต่อไปสุขภาพพวกเราแย่แน่ๆ" พล.ต.ต.จตุรงค์ ประกาศกร้าวถึงคอนเซปต์ของ ปคบ. ที่กำลังเริ่มเดินเครื่องเต็มสูบ
ผู้การจตุรงค์ บอกว่า นี่คือจุดกำเนิดของ "สายสืบผักสด"ที่กำลังจะเริ่มออกปฏิบัติการราวต้นเดือน เม.ย.ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยจะเริ่มลงพื้นที่ที่ตลาดใหญ่แห่งหนึ่งในเขตปริมณฑล
เพื่อเก็บตัวอย่างจากพืชผัก เนื้อสัตว์ และส่วนประกอบอาหารต่างๆ ว่ามีสารเคมีปนเปื้อนเกินกว่าที่มาตรฐานกำหนดไว้หรือไม่ โดยเบื้องต้นจะเก็บตัวอย่างมาก่อนจากอุปกรณ์ที่ อย. มีอยู่แล้ว และเมื่อตรวจสอบพบว่าพ่อค้าแม่ค้าเจ้าไหนกระทำผิดกฎหมายก็จะออกหมายเรียกมาแจ้งข้อหาเพื่อดำเนินคดี
ที่ผ่านมาเข้าใจกันผิดว่า การที่มีสารพิษปนเปื้อนในอาหารเกินปริมาณที่กฎหมายกำหนดนั้นมีโทษแค่ปรับแต่ต่อไปนี้จะเอา พ.ร.บ.อาหาร มาใช้บังคับให้มีคุณภาพซึ่งตาม พ.ร.บ. นี้ หากกระทำความผิดจะมีโทษจำคุกถึง2 ปี และปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท และสายสืบผักสดเหล่านี้จะไม่ได้ทำแค่ตรวจสอบในตลาดเท่านั้น แต่จะสั่งการให้พวกเขาสืบสวนสอบสวนขยายผลไปถึงแหล่งปลูกพืชผัก รวมไปถึงแหล่งผลิตอาหารที่มีการปนเปื้อนด้วย
"ผมให้นโยบายไปแล้วว่า เมื่อมีการจับกุม สายสืบผักสดเหล่านี้จะต้องขยายผลให้ไปถึงต้นตอ โดยเฉพาะแปลงปลูกผักในภาคเหนือแทบทุกจังหวัด เช่น ในจ.เชียงใหม่ เชียงราย ที่นั่นมีการให้สารเคมีป้องกันแมลง ในจำนวนมากเกินปกติ เบื้องต้นแนวทางการสืบสวนยังพบว่า พวกชาวเขาที่ปลูกกะหล่ำไม่กล้ากินผักที่ตัวเองปลูก เราจึงต้องให้ตำรวจเฉพาะทางเหล่านี้เร่งขยายผลไปจับแหล่งผลิตเหล่านี้ด้วย เพราะมันเป็นการทำให้ผู้บริโภคตายแบบผ่อนส่ง"
นอกจากการตรวจจับสารพิษที่ปลอมปนกับอาหารแล้ว สายสืบผักสดก็จะต้องมีหน้าที่ตรวจสอบอาหารปลอมด้วย เพราะในตลาดทุกวันนี้มีสินค้าปลอมออกวางจำหน่ายอยู่หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นน้ำปลา ซอสปรุงรส ผงชูรส น้ำมันพืช และอาหารกระป๋องต่างๆ
ส่วนใหญ่แล้วเป็นสินค้าสิ้นเปลืองที่อยู่ในชีวิตประจำวัน และหากเราต้องสัมผัสกับของปลอมทุกวันแล้ว เราก็เสี่ยงต่อการเป็นโรคด้วย หรือไม่ก็ส่ง
ผลต่อสุขภาพในระยะยาว
ในกรณีของอาหารปลอมนี้ หากพบผู้กระทำความผิดก็ถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.อาหาร เช่นเดียวกัน โดยมีโทษจำคุก 6-10 ปี และปรับตั้งแต่5,000-1 แสนบาท และอาจจะมีความผิดเกี่ยวกับตราสินค้าด้วยในกรณีที่คนร้ายปลอมแปลงฉลากสินค้าที่จดทะเบียนไว้ และเช่นเดียวกันเมื่อมีการจับกุมแหล่งจำหน่ายสินค้าแล้ว สายสืบพวกนี้ก็มีหน้าที่ที่จะต้องขยายผลไปสู่แหล่งผลิต เพื่อทลายแหล่งที่เป็นต้นตอของอาหารปลอมต่อไป
"ถึงแม้คดีพวกนี้จะไม่ใช่อาชญากรรมทั่วไป แต่มันก็ไม่ต่างกันมากนัก มันก็ฆ่าคนตายเหมือนกัน มัน
ไม่ได้ตายทีเดียวแต่ตายไปทีละวัน ผมเชื่อมาตลอดว่า ประชาชนต้องได้รับความคุ้มครองจากรัฐ โดยมีศาลเป็นผู้ตัดสิน ในประเทศที่เจริญแล้วการให้
ความสำคัญกับคุณภาพของอาหาร ถือว่าเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก" ผู้การจตุรงค์ บอก
ตำรวจที่จะมาสวมบทเป็นสายสืบผักสดได้นั้นพล.ต.ต.จตุรงค์ คุยว่าไม่ใช่เรื่องธรรมดา เพราะมองว่าคดีเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคพวกนี้มีความ
ซับซ้อน และลึกซึ้งกว่าคดีอาชญากรรมทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น ลัก วิ่ง ชิง ปล้น หรือฆาตกรรม
เนื่องจากคดีต่างๆ เหล่านี้ ตำรวจต่างรู้ดีว่ามีสาเหตุมาจากอะไร หลังจากทำงานสืบสวนมาโดยตลอด เมื่อไปที่เกิดเหตุตำรวจก็ต้องดูจากต้นตอของเหตุ พยาน หลักฐาน เราก็จะพบว่าคดีที่เกิดขึ้นมาจากหลายสาเหตุ เช่น ทะเลาะวิวาท ชู้สาว หรือการอำพรางคดี เป็นต้น ซึ่งบางคดีแม้ว่าจะมีความซับซ้อน แต่ก็มีเจตนาทางคดีที่ชัดเจน ต่างกับคดีที่สายสืบผักสดต้องเข้าไปคลุกคลีและหาพยานหลักฐาน
สำหรับคดีที่นักสืบผักสดจะต้องทำมีความแยบยลมากกว่า เช่น การปลอมอาหาร หรือลอกเลียนแบบอาหารนั้นก็ถือว่าต้องมีการปิดบังอำพราง ทั้งการผลิตหรือสายส่ง ยากต่อการติดตามสืบสวนและมีมูลค่าความเสียหายสูงกว่าคดีอาชญากรรมอย่างคดีจ้างวานฆ่าอย่างมากก็หลักล้าน แต่คดีพวกนี้เสียหายนับร้อยล้านบาท คนที่เข้ามาเป็นสายสืบประเภทนี้ได้จึงต้องทั้งเก่งและมีคุณภาพ" พ.ต.อ.จตุรงค์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม การที่ต้องใช้ตำรวจที่มีศักยภาพสูงนั้น เพราะสายสืบผักสดจะต้องเรียนรู้ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และต้องเข้าใจอย่างลึกซึ้งไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค หรือ พ.ร.บ.อาหารซึ่งตำรวจทั่วไปไม่ค่อยมีความรู้ด้านนี้
ที่สำคัญจะต้องเข้าใจถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นว่ามันเกิดกับประชาชนในวงกว้าง และสุดท้ายต้องพิสูจน์ให้ศาลยอมรับ และลงโทษผู้กระทำความผิดนี่คือความยาก และเป็นสิ่งที่ท้าทายของตำรวจบก.ปคบ. ที่สวมบทสายสืบผักสด !!!!
คู่มือหาตัวผู้กระทำผิด
ชาวบ้านสามารถแจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับ บก.ปคบ. ตามความผิดเหล่านี้
พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ซึ่งครอบคลุมการกระทำความผิดเกี่ยวกับฉลากอาหาร สินค้า รถยนต์หรือการบริการ การสัญญาว่าจ้างต่างๆ เช่น การสร้างบ้านคอนโดมิเนียม หรือหมู่บ้านจัดสรร รวมไปถึงการโฆษณาทุกวิธีการ
พ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมพ.ศ. 2511 กฎหมายนี้ครอบคลุมสินค้าที่ต้องได้รับมาตรฐานอุตสาหกรรมรวม 93 รายการ ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่มักถูกปลอมแปลง หรือผลิตโดยไม่ได้รับอนุญาต เช่น สายไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าเหล็กเส้น เป็นต้น
พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 ซึ่งครอบคลุมถึงอาหารทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นการปลอมอาหาร หรือการใช้สารพิษปนเปื้อนในการปรุงแต่งอาหาร หรือการผลิตอาหาร
พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510 ครอบคลุมถึงการผลิตและจำหน่ายยา พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ. 2535 ครอบคลุมดูแลการผลิต และจำหน่ายเครื่องสำอาง ตรวจสอบเครื่องสำอางปลอม และสารปนเปื้อน พ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2551 ครอบคลุมการผลิต และจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ เป็นต้น
แจ้งเบาะแส หรือข้อมูลได้ที่ สายด่วน สคบ.1556 หรือสายตรง บก.ปคบ. 02-513-0051







