
เฝ้าระวังพายุ-ฝนตกถึงกลางพ.ย.
นักวิชาการ-กบอ.คาดสถานการณ์ฝนยังคงตกต่อเนื่องไปถึงเดือน พ.ย.
นักวิชาการ-กบอ.คาดสถานการณ์ฝนยังคงตกต่อเนื่องไปถึงเดือน พ.ย.
นายธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล หัวหน้าหน่วยศึกษาพิบัติภัยและข้อสนเทศเชิงพื้นที่ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า หย่อมความกดอากาศบริเวณทะเลจีนใต้ ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของฟิลิปปินส์ ยังไม่ก่อตัวขึ้นเป็นพายุอย่างที่กังวลในตอนแรก แต่คงต้องจับตาดูภายใน 4-5 วันนี้
ทั้งนี้ ในวันที่ 1 ต.ค.นี้ น่าจะมีปริมาณฝนตกมากในกรุงเทพมหานคร (กทม.) ขณะที่ร่องมรสุมยังคงปกคลุมภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันตกและภาคตะวันออกของประเทศ จนถึงช่วงกลางเดือน ต.ค. ก่อนจะเคลื่อนลงไปยังภาคใต้ ทำให้ จ.ระนอง และกาญจนบุรี รวมถึงชายฝั่งภาคตะวันออกอาจมีน้ำท่วม
“ปัญหาเรื่องร่องมรสุมและฝนจะอยู่ยาวไปจนถึงช่วงเทศกาลลอยกระทง หรือปลายเดือน พ.ย.” นายธนวัฒน์ กล่าว
นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ในฐานะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) แถลงว่า ตรวจสอบภาพถ่ายทางดาวเทียมเมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา พบว่าพื้นที่ภาคกลาง กทม. และปริมณฑล จะยังคงมีฝนตกหนักต่อเนื่องไปจนถึงกลางเดือน ต.ค. และต้องเฝ้าระวังพายุหมุนที่อาจจะเกิดขึ้นไม่เกิน 1 ลูก
นอกจากนี้ อาจเกิดพายุดีเปรสชันทำให้ฝนตกมากในหลายพื้นที่ ส่วนภาคใต้จะเข้าสู่มรสุมและฝนตกมาก จังหวัดที่เสี่ยง คือ ชุมพรลงมาถึงสงขลา ขณะนี้พื้นที่ทั่วประเทศที่มีน้ำท่วมขังหรือน้ำค้างทุ่งในปีนี้น้อยกว่าปีก่อนถึง 5 เท่า โดยน้ำที่ขังอยู่ในทุ่งลึกไม่เกิน 30 เซนติเมตร หรือเพียง 500 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)
ขณะที่ปี 2554 น้ำท่วมขังเฉลี่ยลึกถึง 1 เมตร หรือ 1 หมื่นล้าน ลบ.ม. ปีก่อนจึงมีปริมาตรน้ำขังทุ่งมากกว่าปีนี้ถึง 25 เท่า
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า จะไม่เกิดน้ำท่วมขังนานหลายวันแล้ว เพราะระบายน้ำได้เร็ว







