posttoday
ประตูเจรจาเกมยื้อแรงกดดัน

ประตูเจรจาเกมยื้อแรงกดดัน

22 มีนาคม 2553

การเดินเข้าสู่กระบวนการการเจรจา ที่ไม่เชื่อว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้จริง เหตุผลสำคัญคงอยู่ที่ความต้องการที่ลดแรงกดดันจากสังคมที่จับจ้อง มายังคู่ขัดแย้งทั้งสองฝั่ง

การเดินเข้าสู่กระบวนการการเจรจา ที่ไม่เชื่อว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้จริง เหตุผลสำคัญคงอยู่ที่ความต้องการที่ลดแรงกดดันจากสังคมที่จับจ้อง มายังคู่ขัดแย้งทั้งสองฝั่ง

โดย...ทีมข่าวการเมือง

เหมือนจะเริ่มต้นเป็นรูปเป็นร่างกับกระบวนการ “เจรจา” หาทางออกคลี่คลายความขัดแย้งระหว่าง กลุ่มคนเสื้อแดง กับ รัฐบาล หลังรัฐบาลมีมติมอบหมายให้ กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และ ชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ เป็นตัวแทนหารือวางกรอบเจรจานัดแรกวันที่ 22 มี.ค.นี้

ทว่าดูในรายละเอียดลึกๆ ยังห่างไกลกับ “ทางออก” ที่หลายฝั่งคาดหวังจากการเจรจาเที่ยวนี้ เพราะลำพังการนัดหารือวางกรอบเจรจาว่าจะมีประเด็นอะไรบ้าง มีใครเป็นคนเจรจาบ้าง ที่สำคัญไม่ได้รับประกันว่าจะนำไปสู่การเจรจาครั้งต่อไป

เมื่อท่าทีจากฝั่งแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ยังตั้งป้อม ยืนยันจะเจรจากับนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพียงผู้เดียว เพราะถือเป็นบุคคลคนเดียวที่กุมอำนาจ “ยุบสภา” ไว้ในมือ และไม่ชัดเจนว่าจะต้องการแนวทางเจรจาจริงหรือไม่

ประตูเจรจาเกมยื้อแรงกดดัน

แม้รัฐบาลจะเปลี่ยนตัวคนเจรจาจาก สาทิตย์ วงศ์หนองเตย หลังมีเสียงต่อต้านมาเป็น ชินวรณ์ กลับดูไม่ช่วยอะไรดีขึ้น? หนำซ้ำยังถูกกลุ่มคนเสื้อแดงขู่ด้วยว่า หากยังดื้อดึงส่งบุคคลอื่นมาเจรจาอีก ก็จะขอปิดประตูการเจรจาไปเลย

ดังนั้น ในการนัดหารือเพื่อวางกรอบเจรจาจึงถือเป็นด่านแรกที่จะชี้ชะตาว่า กระบวนการดังกล่าวจะสามารถเดินหน้าไปจนตลอดรอดฝั่งได้หรือไม่ แม้สุดท้ายจะไม่มีอะไรมาการันตีได้ว่า “เจรจา” จะเป็นทางออกของสังคมได้จริง

แต่กระนั้นแนวทางการเจรจาดูจะเป็นเพียงหนทางเดียวที่ทุกฝ่ายก็ยังออกมาขานรับ ไม่เฉพาะรัฐบาลประชาธิปัตย์เท่านั้น เมื่อบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลที่เคยประกาศหนุนรัฐบาลไม่ให้ยุบสภามารอบหนึ่ง เที่ยวนี้ยังพร้อมใจออกมาหนุนให้รัฐบาลเจรจาหาทางออกกับกลุ่มคนเสื้อแดง

ทั้ง ชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ชาญชัย ชัยรุ่งเรือง หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ยืนยันสนับสนุนแนวทางการเจรจา เพื่อให้เกิดการเจรจาระหว่างคู่ขัดแย้งอย่างเป็นรูปธรรม และเชื่อว่า “การยุบสภา” ยังไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้

อาจจะมีเพียงแค่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่วิดีโอลิงก์สะท้อนความเห็นแบบตั้งแง่ ชูธงไม่เห็นด้วยกับกระบวนการเจรจา ที่มีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเข้ามาร่วมด้วย หลัง อมรา พงศาพิชญ์ เข้าไปหารือกับนายกฯ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นก็ได้หารือกับทางกลุ่มคนเสื้อแดงแล้ว

ตรงนี้อาจจะทำให้กระบวนการเจรจาเป็นไปได้ยากขึ้น เมื่อ “ธง” ค่อนข้างชัดเจนจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เห็นด้วยกับกระบวนการเจรจา ที่ต้องส่งผลกระทบไม่ทางตรงก็ทางอ้อม กับการตัดสินใจของกลุ่มคนเสื้อแดง

สุดท้าย “การเจรจา” จึงอาจไม่ง่ายอย่างที่คาดคิด ยิ่งย้อนไปดูเป้าหมายหลักของกลุ่มคนเสื้อแดง คือ การเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา แต่กระบวนการเจรจาที่กำลังจะเริ่มต้น อาจส่งผลโดยตรงให้เป้าหมายยุบสภาต้องห่างไกลออกไปทุกที

จึงไม่แปลกที่กลุ่มคนเสื้อแดงถึงพยายามบ่ายเบี่ยงการเจรจามาโดยตลอด หรือออกมาชูธงว่า จะเจรจาก็ต่อเมื่อรัฐบาลยืนยันจะยุบสภา ในขณะที่ท่าทีความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงก็ไม่ได้ยอมโอนอ่อนลดดีกรีการชุมนุมให้สอดรับกับการเตรียมเจรจา

ตรงกันข้ามยังออกมา “ขู่” เตรียมเดินยุทธศาสตร์ต่อไป ด้วยการแบ่งกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนไปกดดันนายกฯ อภิสิทธิ์ทุกๆ ที่ ไม่ว่าจะเป็น กทม. ที่จะจัดคนจากสะพานผ่านฟ้าลีลาศติดตามไป หรือหากเดินทางไปต่างจังหวัดก็จะระดมคนเสื้อแดงในพื้นที่ออกมากดดัน

สอดรับกับการประกาศ “บอยคอต” ของพรรคเพื่อไทย ด้วยการไม่ร่วมมือกับรัฐบาล ทั้งการเข้าประชุมสภา ที่จะลงชื่อแต่ไม่เข้าร่วมประชุม หรือร่วมมือในด้านอื่นๆ เพื่อกดดันให้รัฐบาลต้องยุบสภาในที่สุด? แถมยืนยันว่าจะไม่ลาออกจาก สส. เพราะจะไปเข้าทางรัฐบาล

ยิ่งในบรรยากาศไม่ลดราวาศอก เมื่อ เทพไท เสนพงศ์ ในฐานะโฆษกประจำตัวอภิสิทธิ์ ยังออกมาฟาดฝีปากตอบโต้ทุกประเด็นการเมืองกับกลุ่มคนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทย โอกาสแห่งความสมานฉันท์เพื่อนำไปสู่การเจรจาจึงอาจไม่ใช่เรื่องง่าย

ยิ่งหากย้อนไปดูที่มาของจุดเริ่มต้นความพยายามทำให้เกิดการเจรจาด้วยแล้ว กลับไม่ได้มาจากฝ่ายคู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่าย แต่มาจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สมาชิกวุฒิสภาส่วนหนึ่ง และสถาบันพระปกเกล้า ที่ต้องการให้ทั้งสองฝ่ายหันหน้าพูดจากัน

แต่ทว่าถึงทั้งสองฝ่ายจะแสดงความพร้อมในการเดินหน้าเข้าสู่การเจรจา แต่สุดท้ายเมื่อเข้าไปดูในเนื้อหาสาระ “ข้อเรียกร้อง” ของแต่ละฝ่ายแล้ว ดูจะเป็นไปได้ยากกับการเดินไปในแนวทางเดียวกันได้ หากไม่มีการยอมลดทิฏฐิ ถอยกันคนละก้าวสองก้าว

อย่างข้อเสนอ “ยุบสภา” ของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่นายกฯ ออกมายืนยันว่า ไม่ได้ปิดประตู แต่ต้องมาคุยกันก่อนว่าทำอย่างไรจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน หรือระบอบประชาธิปไตย? ซึ่งเอาเข้าจริงในรายละเอียดการเจรจาคงยากที่จะตกลงกันได้อย่างราบรื่น

หรือหากกลุ่มผู้ชุมนุมจะหยิบยกเรื่องคดีความต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคดียึดทรัพย์ หรือการดำเนินคดีกับกลุ่มเสื้อแดง ทาง ปณิธาน ก็ออกมาปิดประตูยืนยันว่าไม่มีการเจรจาประเด็นนี้

มองดูในเนื้อหาและบรรยากาศ จึงแทบตีบตันไปหมดทุกทาง จนยากจะรอมชอมกันได้ระหว่าง รัฐบาล กับ กลุ่มคนเสื้อแดง และมีหรือที่รัฐบาลจะอ่านเกมนี้ไม่ออก แต่การที่ตกปากรับคำเข้าสู่กระบวนการเจรจา อาจเป็นเพียงเกมยื้อเวลาไปอีกสักพักของรัฐบาลอย่างที่เคยทำมาในหลายๆ เรื่อง

สุดท้าย การเดินเข้าสู่กระบวนการการเจรจา ที่ไม่เชื่อว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้จริง เหตุผลสำคัญคงอยู่ที่ความต้องการที่ลดแรงกดดันจากสังคมที่จับจ้อง มายังคู่ขัดแย้งทั้งสองฝั่ง ให้เห็นว่าทั้งคู่ก็พยายามหาทางออกร่วมกันแล้ว แม้จะเป็นไปไม่ถึงฝั่งฝันในที่สุดก็ตาม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท