
พายุถล่มใต้-ตะวันออกอุตุฯจับตาลูกใหม่ก่อตัวทะเลจีนใต้
คลื่นลมกำลังแรงทั้งในอ่าวไทยและทะเลอันดามัน พัดถล่มพื้นที่ชายฝั่งได้รับความเสียหาย ขณะที่ฝนในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ก็มีตกหนัก
คลื่นลมกำลังแรงทั้งในอ่าวไทยและทะเลอันดามัน พัดถล่มพื้นที่ชายฝั่งได้รับความเสียหาย ขณะที่ฝนในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ก็มีตกหนัก
ที่ จ.จันทบุรี ช่วงกลางดึกคืนวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา เกิดพายุลมแรงพัดหอบหลังคาบ้านเรือนประชาชน 4 หมู่บ้าน ซึ่งตั้งอยู่ชายทะเลในพื้นที่ ต.บางสระเก้า อ.แหลมสิงห์ เสียหายกว่า 20 หลังคาเรือน
ด้าน จ.ตราด ก็เกิดฝนตกหนักและลมพายุพัดแรงนานนับชั่วโมง ประดิษฐ์ คุ้มชนม์ นายก อบต.แหลมกลัด อ.เมืองตราด กล่าวว่า ฝนที่ตกหนักทำให้มีน้ำท่วมขังถนนบางสาย แต่ลมพัดแรงนั้นไม่ได้สร้างความเสียหายใดๆ
ธนะ พรหมดวง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ตราด กล่าวว่า ในช่วงสัปดาห์นี้กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนว่า พื้นที่ภาคตะวันออกจะเกิดฝนตกหนักมากและจะต้องระมัดระวังเรื่องน้ำท่วมฉับพลัน ดินถล่ม และคลื่นสูง
ขณะที่ จ.ตรัง ก็เกิดพายุหมุนพัดถล่มแพปลาใน อ.กันตัง เสียหาย คนงานกว่า 100 คน ต้องหนีตายกันอย่างอลหม่าน
เจือ สุวรรณสะอาด หัวหน้าฝ่ายบุคคลแพปลายิมเซียะ เล่าว่าช่วงบ่ายวันที่ 27 ก.ย. เกิดฝนฟ้าคะนองและลมพายุหมุนพัดกระหน่ำ ต่อมามีลมหมุนพัดมาจากแนวฝั่งคลองทางทิศตะวันตก แล้วม้วนตัวเป็นเกลียวเคลื่อนเข้ามายังหน้าแพปลาอย่างน่ากลัว คนงานกว่า 100 คน กำลังทำงานอยู่รีบวิ่งหนีกันอย่างอลหม่าน
“หลังจากพายุสงบ พบว่ากระเบื้องมุงหลังคาได้รับความเสียหายกว่า 70% ผมอยู่ที่นี่มาเกือบ 20 ปีแล้ว ยังไม่เคยเจอพายุที่น่ากลัวและรุนแรงเช่นนี้” เจือ กล่าว
นอกจากนี้ ยังพบว่าบ้านเรือนของประชาชนถูกพายุพัดถล่มเสียหายอีก 5 หลัง
ทั้งนี้ ฝนที่ตกหนักติดต่อกันมาแล้วหลายวัน ทำให้หลายพื้นที่ในภาคใต้เริ่มได้รับผลกระทบ
ที่ จ.พังงา น้ำในคลองหราไหลเชี่ยวกราก กัดเซาะสะพานทางเข้าบ้านบางเหมียง ต.นบปริง อ.เมือง จนทรุดลง ชาวบ้านกว่า 100 ครัวเรือน ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากเป็นเส้นทางเข้าออกหมู่บ้านเพียงทางเดียว
เถลิงศักดิ์ ภูวญาณพงศ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.กระบี่ เปิดเผยว่า ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ทำให้น้ำตามลำคลองต่างๆ ที่รับน้ำจากเทือกเขาพนมเบญจา ทั้งในพื้นที่ อ.เมือง และเขาพนม เริ่มมีปริมาณมากขึ้นและไหลทะลักท่วมพื้นที่การเกษตร จึงสั่งการให้เฝ้าระวังสถานการณ์ดินถล่มเช่นในปี 2553 ที่อาจเกิดขึ้นได้อีก
ทั้งนี้ สำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (สบอช.) เปิดเผยว่า นอกจาก จ.ภูเก็ต ที่เกิดปัญหาน้ำท่วมขังจากฝนตกหนักแล้ว ยังกำหนดให้ จ.กระบี่ พังงา ตรัง และสตูล เป็นพื้นที่เฝ้าระวัง โดย จ.ภูเก็ต พังงา กระบี่ สุราษฎร์ธานี และระนอง ฝนเริ่มลดลง แต่ยังคงตกหนักในบางพื้นที่ โดยเฉพาะใน อ.ทับปุด จ.พังงา และ อ.เมือง จ.กระบี่ โดยวัดปริมาณฝนสูงสุดได้ 99 มิลลิเมตร ที่ ต.เขาคราม อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่
นอกจากนี้ กลุ่มฝนที่ตกบริเวณ จ.พระนครศรีอยุธยา อาจส่งผลกระทบทำให้ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาที่ล้นตลิ่งที่ อ.บางบาล เพิ่มสูงขึ้น
สถานการณ์มรสุมที่กระหน่ำอยู่ในขณะนี้ถือว่าจะต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีแนวโน้มของพายุลูกใหญ่ที่ก่อตัวในทะเลจีนใต้และอาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทย
เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า กำลังเฝ้าจับตาหย่อมความกดอากาศต่ำที่ก่อตัวในทะเลจีนใต้ ว่าจะพัฒนาเป็นพายุดีเปรสชัน หรือถึงขั้นพายุโซนร้อนและไต้ฝุ่นหรือไม่ เพราะมีแนวโน้มว่ามีทิศทางเคลื่อนเข้าสู่เมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม และส่งอิทธิพลต่อภาคเหนือของประเทศไทยบางส่วน ทำให้ยังคงมีฝนตกหนักมากในช่วงต้นเดือน ต.ค.ต่อไป
ขณะที่ สมชาย ใบม่วง รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า กำลังเฝ้าจับตาดูการก่อตัวของหย่อมความกดอากาศต่ำที่ทะเลจีนใต้อย่างใกล้ชิดเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะก่อตัวขึ้นเป็นพายุดีเปรสชันหรือไม่ เพราะต้องรอเวลาก่อตัวและสภาพแวดล้อมอื่นๆ อีกจำนวนมาก
“แบบจำลองที่ใช้ก็ยังไม่ได้ส่งสัญญาณอะไรเป็นพิเศษออกมาเช่นกัน ทั้งนี้ต้องรอดูในวันที่ 30 ก.ย. หรือวันที่ 1 ต.ค. จึงจะสามารถให้คำตอบได้ และไม่อยากประกาศเตือนไปก่อน เพราะประชาชนจะตื่นตระหนกกันเกินเหตุ”
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์มรสุมที่หลายฝ่ายกำลังกังวลว่าจะส่งผลต่อปัญหาน้ำท่วมหรือไม่ ยังคงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดจนถึงช่วงกลางเดือน ต.ค. ซึ่งเป็นช่วงผ่านพ้นฤดูมรสุม







