posttoday
เปิดใจ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว "ตำแหน่งมันอยู่ที่บุญ อยู่ที่จังหวะ"

เปิดใจ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว "ตำแหน่งมันอยู่ที่บุญ อยู่ที่จังหวะ"

28 กันยายน 2555

โดย...วัสยศ งามขำ

โดย...วัสยศ งามขำ

วันที่ 1 ต.ค.นี้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว จะเข้ารับตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) อย่างเป็นทางการ แน่นอนว่า ย่อมคาดหวังให้ “ตำรวจ” เป็นที่รัก และเชื่อมั่นของประชาชน

ว่าที่ ผบ.ตร. กล่าวว่า จะทำเช่นนั้นได้ต้องให้ตำรวจมีความรู้ความเข้าใจ โดยเฉพาะการสร้างองค์ความรู้ให้กับตำรวจ เพราะตำรวจมีหลายหน้าที่ทั้งสืบสวน สอบสวน ปราบปราม งานด้านวิทยาการ โดยจะเน้นทุกด้านในลักษณะองค์รวม

“วงการตำรวจต้องมีคนที่รู้จริงเพื่อบริหารงานอย่างบูรณาการ โดยเฉพาะงานในโรงพัก จะเพิ่มขวัญ และกำลังใจ รวมทั้งผลักดันให้มีความภูมิใจในอาชีพ เพราะถ้าหากตำรวจไม่มีความภาคภูมิใจ หรือไม่มีอุดมการณ์ในอาชีพถือเป็นความเสียหายมาก”

เปิดใจ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว "ตำแหน่งมันอยู่ที่บุญ อยู่ที่จังหวะ"

 

การยกระดับตำรวจผู้บังคับบัญชาต้องเป็นตัวหลัก เริ่มตั้งแต่ตัว ผบ.ตร. ผู้บัญชาการ หรือผู้บังคับการ จะต้องมีความเป็นผู้นำ ถ้าขาดผู้นำนโยบายก็ไม่สามารถนำไปปฏิบัติได้

“ตัวผู้นำเองต้องเป็นคนดีด้วย การคัดเลือกผู้นำนั้นจะมาจากการแต่งตั้งโยกย้าย ถ้าเราทำได้ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น”

ถาม...รัฐตำรวจกลับมาอีกครั้งและถูกมองว่าตำรวจเป็นเสื้อแดง พล.ต.อ.อดุลย์ ตอบว่า ตำรวจต้องยืนอยู่บนพื้นฐานของตำรวจอาชีพ มีความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย รักษากฎหมาย มีความเป็นธรรม ซึ่งสำคัญมาก

“ผมเดินเส้นทางนี้มาโดยตลอด เรามีหน้าที่อะไรก็ต้องทำตามนั้นบนหลักกฎหมาย และดุลยพินิจที่เหมาะสม การตัดสินใจจะทำอะไรก็ตามต้องดูสภาพแวดล้อมด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องยึด 2 สิ่งเป็นหลักสำคัญนั่น คือ กฎหมายและความเป็นธรรม มองประโยชน์สูงสุดของสิ่งที่ตัดสินใจคือประชาชนเป็นหลัก”

ปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้นำองค์กรตำรวจมักขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และที่ผ่านมา ผบ.ตร.ส่วนใหญ่มักอยู่ในตำแหน่งจนเกษียณ “มันเป็นเรื่องของความเหมาะสม คิดว่าเรามีเวลาเท่าไหร่ก็ทำเท่านั้น ผมว่า...ผมเป็นคนที่เดินมาแบบนี้จริงๆ ก็ไม่ได้คิดว่าจะได้เป็น ได้เป็นก็ไม่คิดอะไร

ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้บริหารว่าเราเหมาะสมหรือเปล่า ซึ่งเราก็พร้อมอยู่แล้ว ถ้าไม่ดี ถ้าเราทำไม่ได้ ก็พร้อม ไม่มีปัญหา ผมอยู่อีก 2 ปีอย่าคิดอย่างนั้นเลย การทำงานทุกอย่างไม่มีความแน่นอน แต่ตอนนี้เรามีโอกาสเป็นผู้นำก็ต้องทำให้ดีที่สุดเต็มความสามารถ

แต่ไม่ได้คิดว่าเราทำได้แล้วคนอื่นทำไม่ได้ ทุกคนมีประสิทธิภาพเหมือนกัน มันอยู่ที่ความเหมาะสม ความเชื่อมั่น ผมคิดว่าผมมีอุดมการณ์ที่จะทำอย่างเต็มความสามารถในทุกเวลาที่เรามีอยู่ นี่คือหลักของผม”

พล.ต.อ.อดุลย์ โตมาจากตำตรวจตระเวนชายแดน ไม่คาดคิดว่าจะมาถึงจุดนี้ “แต่ชีวิตผมพลิกตั้งแต่ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก อดีต ผบ.ตร. (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม) ให้ผมมาเป็นผู้บังคับการตำรวจจราจร กระทั่งโตมาในนครบาลก่อนจะไปทำงานภาคใต้

ผมมาเป็นรอง ผบ.ตร. ก็คิดเผื่อใจไว้ว่า ไม่ได้ (เป็น ผบ.ตร.) คือผมเป็นคนทำใจ แต่ก็ทำงานให้ดีที่สุด คนเราก็อยากเป็น ผบ.ตร. กันทุกคนอยู่แล้ว ผมก็อยากจะเป็น แต่ตำแหน่งนี้มันอยู่ที่บุญ อยู่ที่จังหวะ

ผมอธิบายไม่ถูก ผมเผื่อใจไว้ 80% ว่ามันไม่แน่ แต่ผมก็ดีใจว่าผมเดินไปด้วยความมั่นคง ผมเตรียมตัวเกษียณมานานแล้ว ผมผ่านความยากลำบากมาทั้งชีวิต ไม่เคยโวยวายเรื่องตำแหน่ง และไม่เคยเลือกที่อยู่ และถูกหยิบมาแก้ปัญหาทุกครั้ง เมื่อแก้ปัญหาเสร็จจะตอบแทนหรือไม่ก็ไม่เคยโวยวาย”

...ผมทำเต็มที่ทุ่มสุดตัว...จบก็จบ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท