
การประชุมกลุ่มประเทศจีซีซี เรื่องความมั่นคงทางอาหาร
....โครงการตะวันออกกลางพิเศษ (MIDESP)
บทสรุปของปัญหาการขาดแคลนอาหารในประเทศอ่าวอาหรับอยู่ที่แอฟริกา
ศูนย์วิจัยกลุ่มรัฐอ่าวอาหรับ (Gulf Research Center
–GRC) จัดทำรายงานว่าด้วยภาวะราคาอาหารแพง ระบุว่า สำหรับรัฐอ่าวอาหรับ การประกันความมั่นคงทางอาหารในระยะกลางและระยะยาว จำต้องกลายเป็นนโยบายสำคัญอันดับแรกเพื่อที่จะเลี่ยงความยากลำบาก ซาอุดีอาระ…เบียเป็นผู้นำเข้าอาหารรายใหญ่ที่สุดในกลุ่มรัฐอาหรับ ตามด้วยยูเออีและคูเวต ในปี 2007 การนำเข้าอาหารของกลุ่มรัฐจีซีซีโดยรวมเพิ่มขึ้นถึง 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และในจำนวนนี้ 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นของยูเออีในการหาทางแก้ปัญหาเรื่องความมั่นคงทางอาหาร หลายฝ่ายมองไปที่แอฟริกาว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ มองกันว่าภูมิภาคนี้เป็นคำตอบทั้งระยะสั้นและระยะยาวสำหรับการแก้ปัญหาวิกฤตครั้งนี้ มีหลายประเทศอย่างเช่นจีนได้เริ่มมองมาที่นี่อย่างกระตือรือร้นกันแล้ว ก่อให้เกิดพลังพลวัตของการแข่งขันเพื่อพื้นที่การเกษตรและการลงทุนในธุรกิจการเกษตรกันขึ้นมา ดังนั้น รัฐจีซีซีควรคิดเรื่องการจัดตั้งหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์กับแอฟริกา เพื่อเตรียมรับมือกับการท้าทายในภูมิภาคนี้ในอนาคตรายงานของ GRC กล่าวด้วยว่า บางประเทศสมาชิกกลุ่มจีซีซีก็ได้เริ่มมีปฏิกิริยาต่อวิกฤตการณ์อาหาร เนื่องจากผลกระทบเริ่มรู้สึกได้ในหมู่ประชากรในท้องถิ่น รัฐจีซีซีเป็นกลุ่มที่อ่อนไหวต่อปัญหาภาวะขาดแคลนอาหารเป็นพิเศษ เนื่องจากภาคการเกษตรของกลุ่มประเทศแถบนี้มีจำกัดทั้งขนาดและขีดความสามารถ เนื่องจากภาวะขาดแคลนน้ำ ดังนั้นทางการรัฐบาลได้เคลื่อนไหวเพื่อสร้างคลังสำรองอาหาร โดยการสร้างความหลากหลายของแหล่งการนำเข้าและการลงทุนทางด้านการเกษตร
บทรายงานชี้ว่ารัฐอ่าวอาหรับควรวางแผนรับมืออย่างระมัดระวังกับความต้องการจำเป็นของกลุ่มประเทศตน เพื่อประกันว่ากิจกรรมของตนจะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบในทางเป็นอันตรายกับการลงทุนสำหรับชาติแอฟริกัน และชี้ว่ากลุ่มรัฐอ่าวอาหรับจะต้องเน้นการสร้างความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่เข้มแข็งมั่นคงและเป็นประโยชน์ซึ่งกันและกันกับชาติแอฟริกัน เพื่อที่จะตอบสนองความต้องการจำเป็นและผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย สิ่งนี้ก็จะรวมถึงการเปิดช่องทางเพื่อการสนองความมั่นคงทางอาหารแก่กลุ่มจีซีซี ขณะเดียวกันก็สนับสนุนการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานในชาติแอฟริกัน เพื่อว่าจะสามารถรองรับการขยายตัวของการสนองอาหาร ทั้งในท้องถิ่นและความต้องการจากภายนอกได้ การลงทุนในด้านการพัฒนาการเกษตรในแอฟริกาจะมีบทบาทอย่างสำคัญในการสร้างหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์นี้ มันอาจจะมีผลประโยชน์โดยตรงสำหรับการพัฒนาในบางภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากการลงทุนเน้นไปที่ชาวนารายเล็กๆ ขณะที่ประชากรซับซาฮาราประมาณ 65 เปอร์เซ็นต์ อาศัยการทำไร่นาแบบพอมีพอกินเพื่อเลี้ยงตัวเอง ผลผลิตของพวกเขายังถูกจำกัดโดยการขาดโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนนหนทางที่ดี ระบบการชลประทาน รวมทั้งเทคนิคการเกษตร จึงจำเป็นต้องเน้นการลงทุนไปที่การสร้างโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีอย่างหนัก จึงจะสามารถแก้ปัญหาความต้องการอาหารในแอฟริกาเองได้ด้วย
ความต้องการดังกล่าวค่อนข้างเร่งด่วน เนื่องจากประชากรแอฟริกันกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว คาดว่าในราวปี 2040 ประชากรแอฟริกันจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าของปัจจุบันถึง 1,400 ล้านคน ผลก็คือนอกจากว่าการผลิตอาหารจะเพิ่มขึ้นเพื่อสนองความต้องการในท้องถิ่นในอนาคต หาไม่แล้วความไม่มั่นคงทางการเมืองจะบังเกิดขึ้น นั่นหมายถึงจะคุกคามทั้งการลงทุนจากภายนอก และการสนองอาหารในอนาคตด้วย
เพื่อเลี่ยงปัญหานี้การลงทุนของจีซีซีควรดำเนินการด้วยการเป็นหุ้นส่วนอย่างใกล้ชิดกับทางการชาติแอฟริกัน เพื่อที่จะประกันว่าการใช้จ่ายเงินได้เป็นไปเพื่อตอบสนองความต้องการที่จำเป็นของท้องถิ่น และสอดคล้องกับการจัดลำดับก่อนหลังอย่างดีของนักลงทุนจากภายนอก การเน้นเรื่องผลตอบแทนระยะสั้นจะเป็นเรื่องทั้งที่ไม่สมเหตุสมผลและอันตรายเลยทีเดียว กลุ่มรัฐอ่าวอาหรับซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของเกมการแข่งขันระหว่างนานาชาติเพื่อแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ จะต้องมองไปที่การเป็นหุ้นส่วนในระยะยาว ไม่ใช่เพื่อการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในระยะสั้นเท่านั้น ภูมิภาคทั้งสองนี้มีผลประโยชน์ส่วนของตนที่เด่นชัด ซึ่งหากทำได้ดีก็จะสามารถเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่ายได้อย่างดี (เขียนโดย Marie Lillo นักวิจัยจากศูนย์วิจัยรัฐอ่าวอาหรับในดูไบ (The Gulf Research Centre GRC in Dubai)







