
ชูชาติแจงสภาฯไม่รู้เรื่องล้างมลทินยงยุทธ
"ชูชาติ" ตีมึนแจงสภาฯ ไม่รู้เรื่องล้างมลทิน "ยงยุทธ" โยนเป็นเรื่อง อ.ก.พ.
"ชูชาติ" ตีมึนแจงสภาฯ ไม่รู้เรื่องล้างมลทิน "ยงยุทธ" โยนเป็นเรื่อง อ.ก.พ.
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งกระทู้สดในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.)ชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรงต่อนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯและรมว.มหาดไทย ว่า นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รมช.มหาดไทย ว่า ได้รับมอบหมายให้เป็นประธาน อนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) กระทรวงหมาดไทย หรือไม่ และเป็นประธานการประชุมหรือไม่ มีการประชุมกี่ครั้ง ถูกต้องเหมาะสมอย่างไร มีมติอย่างไร และขณะนี้ได้ปฎิบัติตามคำสั่งให้เป็นไปตามมติ อ.ก.พ.หรือไม่
นายชูชาติ กล่าวว่า ในฐานะ รมช.มหาดไทย ได้รับมอบอำนาจรักษาการ เมื่อ รมว.มหาดไทยไม่อยู่ และเมื่อเอกสารจาก ป.ป.ช.ส่งมายังกระทรวงมหาดไทย เขียนบังคับให้ออก ไล่ออก ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง จึงส่งเรื่องให้ อ.ก.พ.กระทรวง ให้ดำเนินการตามหน้าที่ และตนไม่ได้เข้าประชุมด้วยเพราะไม่ใช่หน้าที่ตน แต่เป็นหน้าที่ของ รมว.มหาดไทย เพราะเป็นประธาน อ.ก.พ. ซึ่งจะประชุมกันอย่างไรตนไม่ทราบ เมื่อประธานไม่อยู่ก็เป็นหน้าที่ของ รองประธาน อ.ก.พ. เมื่อประชุมเสร็จก็ทราบมติของ อ.ก.พ. โดยเป็นคนลงนามให้มีประชุมเอง เพราะต้องทำตามมติของปปช.ภายในกำหนด 30 วัน
นายองอาจ ถามต่อว่า กรณีการอ้าง พ.ร.บ.ล้างมลทิน 2550 โดยการอ้างหนังสือจากกฤษฎีกา แต่หากพิจารณาหนังสือจากกฤษฎีกาให้ดีจะพบว่า กรณีของนายยงยุทธ ยังล้างมลทินไม่ได้ เพราะยังไม่ได้รับโทษ จึงอยากถามว่านายยงยุทธ ได้รับการล้างมลทินหรือไม่ นายยงยุทธได้รับโทษทั้งหมด หรือบางส่วนหรือยัง ถ้าอ้างว่าได้ล้างมลทินจริง ได้ไปดำเนินการขอล้างมลทินกับใครที่ไหน อย่างไร
นายชูชาติ กล่าวว่า ที่ถามมานั้นเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ล้างมลทิน ในเอกสารไม่เกี่ยวเลย ที่เกี่ยวกับตนคือให้ออก ไล่ออก เรื่องล้างมลทิน ท่านยกเมฆกันมา รมว.มหาดไทยจะรู้หรือไม่ตนไม่ทราบ รู้แต่ว่าไล่ปลัดเก่าๆ ออกไป ไม่เห็น ป.ป.ช.บอกว่าให้ไล่รัฐมนตรี ตนเองทำตามหน้าที่ที่ดูแลอยู่ ปลัดที่ท่านคิดว่ามันชั่วมันเลว แต่เขาไม่เคยรับโทษทัณฑ์มาเก่า แล้วว่ามาล้างมลทินอะไรตนเองไม่ทราบ เอาเรื่องอะไรมาพูด ตนทำตามข้อกฎหมายเท่านั้นเอง เอาเรื่องมาพูดล้นในสภาฯกันอย่างนี้ ท่านต้องไปฟ้องอีกข้อหาหนึ่ง ยืนยันตนทำตามกฎหมายทุกประการ
นายองอาจ ถามอีกว่า กรณีที่ดินสงฆ์ซึ่งต่อมา มีบริษัทเอกชน 2 แห่งที่เข้าไปดำเนินการ คือ บริษัทอัลไพน์เรียลเอสเตท และบริษัทอัลไพน์กอล์ฟ แอนด์สปอร์ตคลับ โดยบริษัทอัลไพน์กอล์ฟ แอนด์สปอร์ตคลับ มีแม่บ้าน คนขับรถและยาม ของครอบครัวอดีตนายกฯ เป็นผู้ถือหุ้น ต่อมาเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นเป็นภรรยาและบุตร ของอดีตนายกฯ ขณะที่ บริษัทอัลไพน์เรียลเอสเตท มีคนนามสกุลเดียวกับ รมช.มหาดไทย ถือหุ้นใหญ่ ทั้ง 2 คน อยากถามว่าเรื่องนี้มีผู้มีบารมีนอกรัฐบาลหรือใครมาสั่งให้กระทรวงมหาดไทย อุ้มนายยงยุทธเป็นรมต.หรือไม่ ทั้งที่มีลักษณะต้องห้ามเป็นรัฐมนตรี หรือเพราะคนคนนี้มีบุญคุณทำให้ที่ธรณีสงฆ์สามารถซื้อขาย และเอกชนเข้าไปได้ประโยชน์
นายชูชาติ กล่าวว่า ไม่มีใครสั่ง และขอชี้แจงว่าสิ่งต่างๆ เป็นข้อกฎหมายทุกเรื่อง ท่านเรียนกฎหมายมาก็น่าจะเข้าใจกฎหมาย ตนเองไม่ได้เรียนกฎหมายยังอ่านกฎหมายออก ตนเองผ่านการเมืองเท่ากันท่าน อยู่ในเวทีนี้มายาวนานพอสมควร ไม่เข้าใจว่าวันนี้เล่นอะไรกัน







