posttoday
ราคา LPG ในตลาดโลกมีแนวโน้มจะสูงขึ้นเรื่อยๆ

ราคา LPG ในตลาดโลกมีแนวโน้มจะสูงขึ้นเรื่อยๆ

27 กันยายน 2555

สัปดาห์ที่แล้วผมได้อ่านบทวิเคราะห์จากต่างประเทศ เขาบอกว่าก๊าซโพรเพน (Propane) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ LPG กำลังมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ และจะปรับตัวขึ้นสูงมากในช่วงปลายปีนี้

สัปดาห์ที่แล้วผมได้อ่านบทวิเคราะห์จากต่างประเทศ เขาบอกว่าก๊าซโพรเพน (Propane) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ LPG กำลังมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ และจะปรับตัวขึ้นสูงมากในช่วงปลายปีนี้

หนึ่งในสาเหตุของการปรับตัวสูงขึ้นของราคาก๊าซโพรเพนในตลาดโลก ก็มาจากความต้องการ LPG ที่สูงขึ้นของประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เรานี่เอง ทำให้ผมคิดว่าน่าจะเป็นประเทศหนึ่งที่มีส่วนในการทำให้ราคา LPG สูงขึ้นไม่มากก็น้อย

ปัจจุบันเรานำเข้า LPG ในรูปของโพรเพนและบิวเทน (Butane) แล้วเอามาผสมกันเป็น LPG (ดังนั้นอย่าไปหาตัวเลขนำเข้า LPG จากกรมศุลกากรเป็นอันขาดนะครับ เพราะท่านจะหาไม่เจอ แล้วมาบอกว่าไทยไม่เคยนำเข้า LPG จะหน้าแตกเสียเปล่าๆ)

ประเทศไทยเริ่มนำเข้า LPG ตั้งแต่เดือน เม.ย. 2551 (ก่อนหน้านี้เราผลิต LPG ได้พอใช้ในประเทศและมีเหลือส่งออกมาโดยตลอด แต่ด้วยนโยบายตรึงราคา LPG ไว้ในระดับต่ำในขณะที่ปล่อยราคาน้ำมันให้ลอยตัวตามราคาในตลาดโลก ทำให้มีผู้หันมาใช้ LPG แทนน้ำมันเป็นจำนวนมาก ประกอบกับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีมีการขยายตัว ทำให้มีความต้องการใช้ก๊าซเป็นวัตถุดิบในการผลิต จึงทำให้การผลิตก๊าซ LPG ในประเทศมีไม่เพียงพอกับความต้องการ)

ในปีแรกเรานำเข้าเพียง 446.4 แสนตัน ก่อนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็น 745.3 แสนตัน ในปี 2552 สู่ระดับ 1.6 ล้านตัน ในปี 2553 และ 1.4 ล้านตัน ในปี 2554 ส่วนปีนี้คาดว่าจะนำเข้าทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่า 1.6 ล้านตัน

ทางด้านราคานำเข้ามีความผันผวนค่อนข้างมาก โดยราคาผันผวนขึ้นลงระหว่างราคาต่ำสุดที่ 593 เหรียญสหรัฐ/ตัน กับสูงสุดที่ 1,210 เหรียญสหรัฐ/ตัน โดยราคาล่าสุดอยู่ที่ 954 เหรียญสหรัฐ/ตัน แต่รัฐบาลตรึงราคาขายส่งหน้าโรงแยกก๊าซอยู่ที่ 332.75 เหรียญสหรัฐ/ตัน มาเป็นเวลานานแล้ว ทำให้ต้องมีการนำเงินกองทุนน้ำมันฯ มาชดเชยให้กับผู้นำเข้าและโรงกลั่นน้ำมันเป็นจำนวนมาก

โดยในปี 2554 กองทุนน้ำมันฯ ชดเชยการนำเข้าเป็นเงิน 2.58 หมื่นล้านบาท และชดเชยโรงกลั่นน้ำมันอีก 10,470 ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 36,270 ล้านบาท

ส่วนปีนี้คาดว่าตัวเลขการชดเชยน่าจะสูงขึ้น โดยตัวเลขชดเชยการนำเข้าน่าจะอยู่ที่ 3.46 หมื่นล้านบาท ในขณะที่ตัวเลขชดเชยโรงกลั่นน้ำมันน่าจะอยู่ที่ 1.37 หมื่นล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 4.83 หมื่นล้านบาท บนเงื่อนไขว่าราคา LPG ในตลาดโลกต้องไม่สูงไปกว่าราคาในปัจจุบันมากนัก

จากตัวเลขดังกล่าวจะเห็นได้ว่าการชดเชยราคา LPG เป็นภาระที่หนักที่สุดของกองทุนน้ำมันฯ และผู้ที่อุ้มราคา LPG อยู่ทุกวันนี้ก็คือประชาชนผู้ใช้น้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์นั่นเอง หาใช่รัฐบาลแต่อย่างใดไม่

รัฐบาลเพียงแต่ทำหน้าที่บริหารกองทุนน้ำมันฯ โดยการจับแพะชนแกะ และแสวงหาเงินกู้ให้กับกองทุนฯ ในกรณีที่เงินกองทุนฯติดลบ เพราะไม่สามารถเก็บเงินเข้ากองทุนฯ ได้มากพอกับภาระค่าใช้จ่าย เนื่องจากราคาน้ำมันหรือราคาก๊าซในตลาดโลกขึ้นไปสูงมากอย่างเช่นในปัจจุบัน

โดยล่าสุด (23 ก.ย.) ฐานะกองทุนน้ำมันฯ ติดลบอยู่ 18,168 ล้านบาท และมีแนวโน้มจะติดลบมากยิ่งขึ้นจนถึงระดับ 3 หมื่นล้านบาท ภายในสิ้นปีนี้

ปัญหาของกองทุนน้ำมันฯ มีต้นเหตุมาจากการอุ้มราคา LPG ถ้าไม่แก้ที่ต้นเหตุปัญหาก็จะไม่หมดไป ดังนั้นการปรับโครงสร้างราคา LPG ทั้งระบบจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และควรเริ่มต้นที่ราคาหน้าโรงแยกก๊าซเป็นอันดับแรก เพราะราคา 332.75 เหรียญสหรัฐ/ตัน หรือ 10.51 บาท/กก. เป็นราคาที่ไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและใช้มานานแล้ว

ราคาต้นทุนหน้าโรงแยกก๊าซที่มีการศึกษาโดยบริษัทที่ปรึกษาที่ระบุว่าอยู่ที่ 550 เหรียญสหรัฐ/ตัน หรือ 17.36 บาท/กก. อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่รัฐบาลควรหยิบยกขึ้นมาพิจารณาว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะใช้ราคานี้เป็นฐานในการจ่ายเงินชดเชยการนำเข้าและจ่ายให้โรงกลั่นน้ำมัน โดยยอมให้มีการปรับราคาขายปลีกขึ้นบ้างตามสมควรแบบค่อยเป็นค่อยไป

แต่ถ้ายังทำไม่ได้หรือไม่กล้าทำด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตามหรือด้วยเหตุผลทางการเมืองก็ดี ผมก็อยากเสนอให้ปรับราคา LPG ภาคขนส่งขึ้นไปให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงให้เร็วที่สุดก่อน เพราะเดี๋ยวนี้ไม่ใช่แต่เฉพาะรถเก่าเท่านั้นนะครับที่ติด LPG รถใหม่ๆ ถอยมาจากอู่ป้ายแดงก็มาติด LPG กันแล้ว (วันก่อนผมยังเห็นรถ Lexus ติด LPG เลยครับ) แล้วทำไมต้องเอาเงินจากผู้ใช้น้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์มาอุดหนุนคนที่มีเงินซื้อรถใหม่ ราคาแพงๆ มาใช้ แต่เปลี่ยนมาใช้ LPG ด้วย ไม่ยุติธรรมนะครับ

สุดท้ายนี้ อยากเสนอให้รัฐบาลรีบๆ ปรับราคา LPG ภาคขนส่งให้เร็วกว่านี้หน่อยนะครับ เพราะผมสังหรณ์ใจว่าราคา LPG ปลายปีนี้น่าจะทุบสถิติปีที่แล้วค่อนข้างแน่

ดูแค่เดือน ก.ย.ปีนี้ (954 เหรียญสหรัฐ/ตัน) ก็ทุบสถิติปีที่แล้ว (820 เหรียญสหรัฐ/ตัน) ไปเรียบร้อยแล้ว กว่าจะถึงหน้าหนาวราคา 1,2001,300 จะเอาอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้!!!

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท