
ขึ้นๆ ลงๆ
ราคาน้ำมันโลกในเวลานี้ป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ 91 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เป็นระยะที่ขึ้นๆ ลงๆ ในช่วงแคบๆ บ่งบอกถึงความไม่ชัดเจน ความอึมครึม ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่สะท้อนออกมาให้เห็นในตลาดน้ำมันครับ
ราคาน้ำมันโลกในเวลานี้ป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ 91 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เป็นระยะที่ขึ้นๆ ลงๆ ในช่วงแคบๆ บ่งบอกถึงความไม่ชัดเจน ความอึมครึม ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่สะท้อนออกมาให้เห็นในตลาดน้ำมันครับ
ถามว่าราคาน้ำมันโลกจะเป็นอย่างไรต่อไปในระยะปีถึง 2 ปีนี้ ก็ต้องบอกว่าเดาได้ยาก เพราะปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันนั้นมีหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโลก ปริมาณน้ำมันในตลาด และที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งก็คือ ค่าเงินเหรียญสหรัฐ
องค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ยืนยันมาหลายครั้งว่าจะไม่มีผลิตน้ำมันเพิ่มเติม ดังนั้นปริมาณน้ำมันในตลาดโลกจึงไม่น่าเปลี่ยนแปลงมากนัก
แต่ในขณะนี้ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันมากที่สุด คือ สภาวะอันซบเซาของเศรษฐกิจโลก ที่กำลังส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันได้ชัดเจนที่สุด
หากเศรษฐกิจโลกดี ราคาน้ำมันก็จะแพงตามไปด้วย เพราะว่ามีความต้องการเยอะ แต่หากเศรษฐกิจโลกซึมๆ เหมือนอย่างในปัจจุบัน ราคาน้ำมันก็จะลดๆ ทรงๆ อย่างที่เห็นครับ
แต่ทว่า ก็ต้องไม่ลืมเช่นกันว่า สหรัฐได้ประกาศนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจคิวอีครั้งที่ 3 ไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งจะกลายเป็นปัจจัยกระทบต่อราคาน้ำมันที่มองข้ามไม่ได้แม้แต่น้อยครับ
ผลจากการประกาศใช้คิวอีครั้งก่อนหน้า ไม่ว่าจะในปี 2008 หรือ 2010 นั้นจะทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อไหร่ นักลงทุนก็จะแห่เข้าไปซื้อน้ำมันกันมากขึ้น เพราะจะซื้อได้ปริมาณมากขึ้นนั้นเอง เนื่องจากการซื้อขายน้ำมันในตลาดโลกจะใช้เงินสกุลเหรียญสหรัฐเป็นหลัก
เมื่อนักลงทุนแห่เข้าไปมาก ก็จะดันให้ราคาน้ำมันพุ่งตามไปด้วย นั่นคือผลกระทบทางอ้อมจากมาตรการคิวอี ที่เคยปรากฏในครั้งก่อนๆ ครับ
แต่กระนั้น สิ่งที่จะมาคานและคอยฉุดรั้งไม่ให้ราคาน้ำมันพุ่งมากเกินไปก็ยังมีอยู่ คือ ความกลัวว่าเศรษฐกิจโลกจะกลับเข้าสู่ภาวะถดถอย ซึ่งจะเป็นตัวชะลอไม่ให้นักลงทุนและนักเก็งกำไรเข้าไปในตลาดน้ำมันกันมากเกินไปนัก เพราะว่าทิศทางของอนาคตเศรษฐกิจโลกไม่แน่นอน
จากเมื่อต้นปีราคาน้ำมันในตลาดโลกอยู่ที่ราวๆ 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล แต่ขณะนี้ราคาลดลงมาอยู่ที่ราวๆ 91 เหรียญสหรัฐเท่านั้น เห็นได้ว่ากระแสความกลัวต่อเศรษฐกิจโลกว่าจะกลับสู่ภาวะถดถอยนั้นมาแรงทีเดียวครับ
แต่ก็ไม่แน่ไม่นอนนัก เพราะดังที่รับใช้ท่านผู้อ่านไปเมื่อก่อนหน้านี้ว่า การใช้มาตรการคิวอีของธนาคารกลางสหรัฐนั้นอาจจะยาวไปถึงกลางปี 2015 และมีมูลค่าถึง 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐหรัฐ
ความเสี่ยงที่เหรียญสหรัฐจะอ่อนลงจากมาตรการดังกล่าวก็ยิ่งเยอะไปด้วย และความเสี่ยงที่ราคาน้ำมันจะกลับมาดีดตัวขึ้นก็มากตามไปด้วย
ก็ต้องคอยลุ้นกันครับ ว่าอย่างไหนจะส่งอิทธิพลต่อตลาดน้ำมันแรงกว่ากัน ระหว่างมาตรการคิวอี และความหวาดกลัวต่อเศรษฐกิจโลก







