
ใต้อ่วม ภูเก็ต ท่วมขังทั้งเกาะ "ปลอด" หวั่นไต้ฝุ่นถล่ม
แม้สถานการณ์ฝนตกในพื้นที่ภาคกลางจะไม่หนักมากนัก แต่สำหรับพื้นที่ภาคใต้ถือว่าอ่วมหนัก โดยเฉพาะที่ จ.ภูเก็ต ฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ในหลายพื้นที่มีน้ำท่วมขัง บางเส้นทางรถเล็กไม่สามารถผ่านได้ โดยเฉพาะเขตเทศบาลเมืองป่าตองที่มีน้ำท่วมขังหลายจุด ระดับน้ำประมาณ 20-30 เซนติเมตร ขณะที่เขตเทศบาลนครภูเก็ต น้ำก็ท่วมขังหลายจุดเช่นกัน
แม้สถานการณ์ฝนตกในพื้นที่ภาคกลางจะไม่หนักมากนัก แต่สำหรับพื้นที่ภาคใต้ถือว่าอ่วมหนัก โดยเฉพาะที่ จ.ภูเก็ต ฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ในหลายพื้นที่มีน้ำท่วมขัง บางเส้นทางรถเล็กไม่สามารถผ่านได้ โดยเฉพาะเขตเทศบาลเมืองป่าตองที่มีน้ำท่วมขังหลายจุด ระดับน้ำประมาณ 20-30 เซนติเมตร ขณะที่เขตเทศบาลนครภูเก็ต น้ำก็ท่วมขังหลายจุดเช่นกัน
ทั้งนี้ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดจากทะเลอันดามันมาทางอ่าวไทย ทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามัน
ปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เปิดเผยว่า ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ เนื่องจากร่องมรสุมกำลังเคลื่อนตัวลงมาพาดผ่านภาคใต้ ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักและอาจจะเกิดพายุไต้ฝุ่นเกย์ที่บริเวณ จ.ชุมพร เหมือนเมื่อปี 2532 ได้
ด้าน สมพร ช่วยอารีย์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ระบุว่า กำลังจับตาหย่อมความกดอากาศในทะเลจีนใต้ ว่าจะก่อตัวเป็นพายุหรือไม่ ซึ่งคาดว่าน่าจะรู้ผลชัดในวันที่ 30 ก.ย.นี้
“พายุที่ว่าอาจเป็นได้ทั้งดีเปรสชันจนถึงไต้ฝุ่น ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ส่วนทิศทางนั้น คาดว่าพายุน่าจะเคลื่อนตัวเข้าทางเกาะไหหลำ หรืออาจเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยก็ได้ แต่อย่างไรก็อากาศเย็นจากจีนที่แผ่ลงมาจะทำให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมายังภาคใต้ ซึ่งจะทำให้เผชิญฝนตกหนักไปอีกระยะหนึ่ง”
สมพร ระบุอีกว่า พายุเจอลาวัตในมหาสมุทรแปซิฟิกทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศฟิลิปปินส์ อาจจะส่งผลต่อภาคใต้ทำให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้แรงขึ้น ทำให้ได้รับฝนในช่วงดังกล่าวมากขึ้นด้วย และร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศไทย ก็จะทำให้ภาคอื่นได้รับฝนเพิ่มเติมเช่นกัน มากหรือน้อยตามบริบทการเปลี่ยนแปลง
ด้านการเตรียมรับสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่ภาคกลาง สุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน ยืนยันว่า ได้เร่งพร่องน้ำในเขื่อนเจ้าพระยาและเตรียมพื้นที่แก้มลิงรับน้ำ รวมไปถึงการติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นตามประตูระบายน้ำต่างๆ โดยมีการประสานงานกับกรุงเทพมหานครในการระบายน้ำอยู่แล้ว นอกจากนี้จะต้องประสานไปยังท้องถิ่น เช่น จ.ฉะเชิงเทรา ที่อาจได้รับผลกระทบจากการเร่งระบายน้ำมากขึ้น
ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ระดับที่ท่วมขังพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี และศรีมหาโพธิ เริ่มลดลง คาดหากไม่มีฝนตกซ้ำอีก 4 วัน จะกลับคืนสภาพปกติ ทั้งนี้น้ำได้ไหลลงแม่น้ำปราจีนบุรีมายังพื้นที่ อ.ประจันต คาม และ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี โดยล้นตลิ่งกลายเป็นน้ำทุ่ง จ่อทะลักเขตเทศบาลเมืองปราจีนบุรี
ด้าน จิตรา พรหมชุติมา ผวจ.ปราจีนบุรี ได้ลงพื้นที่คลองประตูระบายน้ำบางไผ่ พื้นที่เชื่อมต่อระหว่าง อ.ประจันตคาม กับ อ.เมือง เพื่อเจรจากับประชาชนขอเปิดประตูระบายน้ำ แบ่งเบาไม่ให้ไหลท่วมเขตเทศบาลเมืองปราจีนบุรี
บุญเกื้อ พากเพียรศิลป์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองปราจีนบุรี กล่าวว่า ได้ก่อสร้างคันดินกั้นน้ำพร้อมกระสอบทรายไว้ตามแนวตลิ่งแม่น้ำปราจีนบุรี พร้อมตั้งเครื่องสูบน้ำกว่า 10 เครื่อง เพื่อสูบน้ำออกจากพื้นที่กรณีที่เกิดฝนตกหนัก
อย่างไรก็ตาม ฝนที่ตกหนักในภาคตะวันออกมาโดยตลอด และหยุดตกฉับพลันตั้งแต่คืนวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ช่วงเช้าของวันที่ 26 ก.ย. อุณหภูมิลดต่ำลงจนเกิดหมอกหนาปกคลุมเกือบทั้งจังหวัด
สมพล คุ้มพ่วงดี หัวหน้าสถานีตรวจอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา จ.จันทบุรี เปิดเผยว่า ปรากฏการณ์ทะเลหมอกที่เกิดขึ้นนี้ ถือว่ารุนแรงมากกว่าหมอกในช่วงต้นฤดูหนาว โดยเกิดจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงฉับพลัน ทำให้ความกดอากาศต่ำเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกันก็เกิดความผิดปกติกับระดับน้ำในแม่น้ำโขง ตั้งแต่ จ.เชียงราย จนถึง จ.อุบลราชธานี ระดับน้ำลดลงต่ำกว่าตลิ่งเฉลี่ย 58 เมตร
ประจักษ์ เจริญรัตน์ ประมงจังหวัดนครพนม กล่าวว่า แม่น้ำโขงมีการเปลี่ยนแปลงผันผวนอย่างมาก ระดับน้ำขึ้นลงรวดเร็ว ส่งผลต่อการขยายพันธุ์ปลาหลายชนิด ระดับน้ำที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ปลาแม่น้ำโขงไม่มีที่วางไข่ ต้องอพยพเคลื่อนย้ายไปวางไข่ในพื้นที่อื่น โดยเฉพาะปัญหาการก่อสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงของประเทศจีน ทำให้พันธุ์ปลาต่างๆ อพยพไปวางไข่เหนือเขื่อน ทำให้ปลาแม่น้ำโขงในพื้นที่ภาคอีสานสูญพันธุ์
ทั้งนี้ คาดว่าความกังวลต่อปรากฏการณ์เอลนินโญที่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือน ต.ค.นี้ จะส่งผลทำให้เกิดความแห้งแล้ง อาจทำให้จีนลดการปล่อยน้ำจากเขื่อนกั้นแม่น้ำโขง ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงตอนล่างลดลงอย่างรวดเร็วผิดปกติ







