posttoday
เล็งคุมดอกเบี้ยสินเชื่อบุคคล-รถ

เล็งคุมดอกเบี้ยสินเชื่อบุคคล-รถ

27 กันยายน 2555

พบปล่อยกู้แพงโด่ง60%ธปท.พุ่งเป้าแบงก์พาณิชย์ฐานเป็นแหล่งเงินกลุ่มนันแบงก์

พบปล่อยกู้แพงโด่ง60%ธปท.พุ่งเป้าแบงก์พาณิชย์ฐานเป็นแหล่งเงินกลุ่มนันแบงก์

ธปท. จับตาธุรกิจสินเชื่อบุคคล เช่าซื้อรถ หลังคิดดอกเบี้ยแพงโด่ง เล็งคุมผ่านแบงก์ที่เป็นบริษัทแม่ หรือแหล่งเงินให้กู้

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีการศึกษาหาข้อมูล รวมทั้งแนวทางที่เหมาะสมในการเข้าไปดูแลการปล่อยสินเชื่อบุคคล สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ของบริษัทที่ทำธุรกรรมการเงินที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (นันแบงก์) เพิ่มเติม หลังจากที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ออกมาระบุว่า ปัจจุบันมีบริษัทปล่อยเงินกู้ต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจในไทยได้เรียกเก็บดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมในการปล่อยสินเชื่อบุคคลรวมแล้วสูงถึง 40-60% ขณะที่ ธปท.กำหนดไว้ไม่ให้เกิน 28% ซึ่งถือว่าเป็นการเอาเปรียบประชาชน รวมทั้งมีการปล่อยเงินกู้ที่อาศัยบัตรเครดิตบังหน้า นอกจากนี้ยังมีการโหมประชาสัมพันธ์ให้คนนิยมสินเชื่อรถยนต์ในรูปแบบรถแลกเงิน ซึ่งเป็นการเปลี่ยนวัฒนธรรมการออมก่อนจ่ายของสังคมไทย

นายประสาร ยอมรับว่า มีความหนักใจในการควบคุมดูแล เพราะบริษัทที่ปล่อยกู้ไม่ได้รับเงินฝาก ธุรกรรมที่ทำจึงไม่ได้กระทบต่อความมั่นคงของระบบการเงินที่อยู่ในอำนาจ ธปท.จะเข้าไปดูแลได้ แต่ ธปท.กำลังพิจารณาว่ามีผลกระทบต่อความผาสุกของประชาชนหรือไม่ ถ้าเข้าข่ายก็อาจจะใช้อำนาจตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 หรือ ปว. 58 เหมือนที่เคยใช้ในการควบคุมสินเชื่อบัตรเครดิตให้คิดอัตราดอกเบี้ยได้ 20% และอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบุคคลไม่เกิน 28% ได้ อย่างไรก็ตาม ธปท.ยังไม่ได้สรุปแนวทางที่ชัดเจนในเรื่องนี้ ยังอยู่ระหว่างการศึกษา

นายประสาร กล่าวว่า นอกจากหาแนวทางในการควบคุมดูแลแล้ว ธปท.ต้องเร่งให้ความรู้ด้านการเงินต่อประชาชนผู้บริโภคเพิ่มเติมด้วย เพื่อจะได้ตัดสินใจใช้บริการทางการเงินได้เหมาะสมมากขึ้น รวมทั้งต้องพิจารณาเรื่องกระบวนการขายผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินของระบบธนาคารพาณิชย์เพิ่มเติมด้วย เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถได้รับบริการจากธนาคารพาณิชย์มากขึ้น แทนที่จะใช้เงินกู้นอกระบบที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง และการทวงหนี้ที่เข้มข้น

แหล่งข่าวจาก ธปท. เปิดเผยว่า การใช้อำนาจตาม ปว.58 ในการควบคุมดูแลอัตราดอกเบี้ยการปล่อยสินเชื่อของผู้ประกอบการที่ไม่ใช่สถาบันการเงินนั้น ธปท.ต้องพิสูจน์ได้ว่าการทำธุรกรรมการเงินนั้นกระทบต่อความผาสุกของประชาชนหรือไม่ และการใช้อำนาจต้องมีการหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง จึงน่าจะเป็นทางในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นที่ ธปท.จะสามารถเข้าไปดูแล คือ การเข้าไปตรวจสอบว่าบริษัทเอกชนที่ให้สินเชื่อบุคคล หรือสินเชื่อประเภทเช่าซื้อรถยนต์นั้น เป็นบริษัทลูกของธนาคารพาณิชย์หรือไม่ ถ้าเป็นบริษัทลูกของธนาคารพาณิชย์ ธปท.อาจจะหาวิธีการออกกฎเกณฑ์เพื่อเข้าไปควบคุมดูแลได้

นอกจากนี้ ถ้าบริษัทที่ปล่อยกู้ดังกล่าวใช้แหล่งเงินทุนโดยการกู้จากธนาคารพาณิชย์ หรือสถาบันการเงินที่ ธปท.กำกับดูแลอยู่ ธปท.ก็สามารถหาวิธีกำกับความเสี่ยงกับธนาคารพาณิชย์ที่ปล่อยกู้ได้

“ทั้งหมดนี้ยังอยู่ในระหว่างการหารือและเลือกแนวทางที่เหมาะสมอยู่” แหล่งข่าวเปิดเผย

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง