
รัฐระบายข้าว5แสนตันได้10%ชี้คุณภาพต่ำขาดทุนกว่า 200 ล้าน
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า บุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ได้อนุมัติระบายข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลเพิ่มเติมอีก 5.76 หมื่นตัน หรือขายได้เกือบ 10% ของที่เปิดประมูลรอบล่าสุด เมื่อวันที่ 19 ก.ย. จำนวน 5.86 แสนตัน ให้กับผู้เสนอซื้อทั้ง 9 ราย แบ่งเป็นการอนุมัติขายข้าวหอมมะลิ 2.74 หมื่นตัน ราคาตันละระหว่าง 2.352.91 หมื่นบาท ข้าวหอมจังหวัด 1,325 ตัน ราคาตันละ 2.5 หมื่นบาท ข้าวหอมปทุมธานี 1,471 ตัน ราคาตันละ 2.5 หมื่นบาท ข้าวเหนียว 5,030 ตัน ราคาตันละ 1.81.9 หมื่นบาท และปลายข้าวหอมมะลิ 2.19 หมื่นตัน ราคาตันละ 1.51.6 หมื่นบาท
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า บุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ได้อนุมัติระบายข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลเพิ่มเติมอีก 5.76 หมื่นตัน หรือขายได้เกือบ 10% ของที่เปิดประมูลรอบล่าสุด เมื่อวันที่ 19 ก.ย. จำนวน 5.86 แสนตัน ให้กับผู้เสนอซื้อทั้ง 9 ราย แบ่งเป็นการอนุมัติขายข้าวหอมมะลิ 2.74 หมื่นตัน ราคาตันละระหว่าง 2.352.91 หมื่นบาท ข้าวหอมจังหวัด 1,325 ตัน ราคาตันละ 2.5 หมื่นบาท ข้าวหอมปทุมธานี 1,471 ตัน ราคาตันละ 2.5 หมื่นบาท ข้าวเหนียว 5,030 ตัน ราคาตันละ 1.81.9 หมื่นบาท และปลายข้าวหอมมะลิ 2.19 หมื่นตัน ราคาตันละ 1.51.6 หมื่นบาท
สำหรับบริษัทที่ชนะการประมูล ได้แก่ บริษัท โอแลม (ประเทศไทย) บริษัท เอเชียโกลเด้นไรซ์ บริษัท นครหลวงค้าข้าว บริษัท โสธรอินเตอร์เทรด บริษัท เจียเม้ง บริษัท ไทยธุรกิจการเกษตร บริษัท ซี.พี. อินเตอร์เทรด บริษัท แคปปิตอล ซีเรียล ขณะที่ข้าวหอมมะลิและปลายข้าว บริษัทที่ชนะประมูล คือ เอเชียโกลเด้นไรซ์ ซี.พี. อินเตอร์เทรด และนครหลวงค้าข้าว
ทั้งนี้ มีการประเมินว่ารัฐบาลจะขาดทุนจากต้นทุนการรับจำนำข้าวเปลือกหอมมะลิที่ตันละ 2 หมื่นบาท แปรสภาพเป็นข้าวสารต้นทุนตันละ 3.5 หมื่นบาท คาดว่าการอนุมัติขายราคา 2.9 หมื่นบาท ซึ่งจะขาดทุนตันละ 5,000 บาท มีจำนวนน้อยกว่าการอนุมัติขายในส่วนของราคา 2.32.5 หมื่นบาท ซึ่งจะทำให้รัฐขาดทุนสูงถึงตันละ 11.2 หมื่นบาท ทำให้คาดว่ารัฐบาลจะขาดทุนจากการขายข้าวหอมมะลิรอบนี้กว่า 200 ล้านบาท และราคาที่อนุมัติขายรอบนี้ยังต่ำกว่าราคาข้าวหอมมะลิในตลาดอยู่ที่ตันละ 3.23.3 หมื่นบาท
แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สาเหตุที่ไม่สามารถระบายข้าวได้ทั้งหมด เนื่องจากคุณภาพข้าวในโกดังบางแห่งไม่ได้รับความสนใจจากผู้ซื้อ ขณะที่บางโกดังมีการยื่นซื้อราคาต่ำเกินไป และมีการแบ่งพื้นที่โกดังในการเปิดระบายเฉพาะบางโซน ภาคเอกชนจึงเพียงแค่ประมูลให้เพียงพอกับการใช้ เพราะอย่างไรมั่นใจว่ารัฐบาลจะเปิดระบายข้าวต่อเนื่องเดือนละ 12 ครั้ง ประกอบกับผู้ค้าข้าวบางรายเตรียมแย่งซื้อข้าวนาปีที่จะเริ่มออกมาเดือนต.ค.2555
แหล่งข่าวจากวงการค้าข้าว กล่าวว่า การเสนอซื้อข้าวหอมมะลิรอบนี้ในราคาต่ำกว่าตลาดมาก เนื่องจากไม่มั่นใจในคุณภาพข้าวสารของรัฐบาล โดยเฉพาะโกดังในภาคกลางที่เปิดให้มีการข้ามเขตรับจำนำข้าวหอมมะลิภาคอีสาน แล้วนำมาเก็บไว้ในภาคกลาง ซึ่งเกรงว่าจะมีปัญหาด้านคุณภาพจากการปลอมปน จึงทำให้มีผู้สนใจยื่นซื้อน้อยรายและราคายังต่ำกว่าปกติ
วัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กรมได้จัดส่งสายตรวจเฉพาะกิจลงพื้นที่เมื่อวันที่ 11-12 ก.ย. ตามที่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากเกษตรกรผ่านสายด่วน 1569 พบว่ามีการสวมสิทธิโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังพิเศษปี 2555 จริง ที่ท่าข้าวเฮียตี๋เจ๊วิไล อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นจุดรับจำนำนอกพื้นที่ของ บจก.ยี่สิบไพบูลย์ โดยท่าข้าวมีการนำข้าวเปลือกของตนเองเข้าไปสวมสิทธิข้าวเปลือกของเกษตรกร 60 ราย และนำไปเข้าโครงการจำนำเพื่อรับเงินส่วนต่าง ทั้งที่ท่าข้าวไม่มีสิทธิทำได้
อย่างไรก็ตาม เจ้าของท่าข้าวดังกล่าวได้ยอมรับสารภาพ กรมจึงแจ้งความดำเนินคดีที่สถานีตำรวจภูธรบางขนาก จ.ฉะเชิงเทรา แล้ว พร้อมกับแจ้งให้จังหวัดทำการปิดจุดรับจำนำนอกพื้นที่ดังกล่าวด้วย
นอกจากนี้ยังพบว่าท่าข้าวเฮียตี๋เจ๊วิไล ยังกระทำผิดกฎหมาย ด้วยการไม่ได้แสดงราคารับซื้อข้าวเปลือก ซึ่งถือเป็นการเอาเปรียบเกษตรกร จึงมีการดำเนินคดีเพิ่มเติมในข้อหาไม่ปิดป้ายแสดงราคารับซื้อสินค้าเกษตรอีกข้อหาหนึ่ง
สุพัฒน์ เอี้ยวฉาย ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ธ.ก.ส. กำลังประชาสัมพันธ์โครงการประกัน ภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2555 ซึ่งเริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 27 ก.ค. และจะปิดโครงการในวันที่ 26 ต.ค.นี้ ซึ่งล่าสุดมีเกษตรกรเข้าโครงการเพียง 2.54 หมื่นราย พื้นที่กว่า 5.05 แสนไร่ คิดเป็นเบี้ย 65.1 ล้านบาท ถือว่าต่ำกว่าเป้าหมายที่ครอบคลุมพื้นที่ทำประกันถึง 8 ล้านไร่มาก เพราะมีหลายพื้นที่โดนน้ำท่วม และเกษตรกรส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจเรื่องสิทธิที่ได้ในโครงการประกันภัยข้าวทั้งนี้สาเหตุมาจาก2เรื่องหลัก ได้แก่ ในหลายพื้นที่ที่น้ำท่วมเช่น อยุธยา สิงห์บุรี อ่างทอง เป็นพื้นที่รับน้ำเมื่อปลูกนาปรังรอบนี้เสร็จแล้ว เกษตรกรส่วนหนึ่งแจ้งว่าจะไม่ทำนาปีอีกจึงไม่สนใจซื้อประกัน โดยล่าสุดกรมส่งเสริมเกษตรกรปรับเป้าหมายการผลผลิตทำนาปีฤดูการผลิต 255/2556 ลงจาก 25 ล้านตันเหลือ 23 ล้านตัน
นอกจากนี้ยังพบว่าเกษตรกรส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจเรื่องสิทธิที่ได้ในโครงการประกันภัยข้าว ดังนั้นธ.ก.ส. เตรียมลงพื้นที่เพื่อทำการประชาสัมพันธ์โครงการประกันภัยข้าวในช่วงที่เหลือก่อนปิดโครงการ โดยตั้งเป้าหมายให้มีเกษตรกรเข้าโครงการนี้คิดเป็นพื้นที่รวม 2 ล้านไร่
" ตอนนี้เกษตรกรที่บางระกำ ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำแจ้งแล้วว่าคงไม่ทำข้าวนาปีอีก นอกจากนี้ในพื้นที่ภาคอีสานบางอำเภอที่ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยแล้ง เกษตรกรก็ไม่รู้ว่าถ้าทำประกันภัยแล้วจะได้เงินชดเชยเพิ่มขึ้นนอกเหนือจากเงินที่ได้ชดเชยจากรัฐบาลอีก " นายสุพัฒน์กล่าว
สำหรับเรื่องค่าเบี้ยประกันภัยที่กำหนดไว้ที่ 129.47 บาท/ไร่ โดยรัฐบาลสมทบ 69.47 บาท/ไร่ เกษตรกรจ่าย 60 บาท/ไร่ (กรณีลูกค้า ธ.ก.ส. สมทบอัตรา 10 บาท/ไร่) นั้น จากการสอบถามพบว่าเกษตกรพอใจ เพราะหากเกิดความเสียหายจะได้รับเงินชดเชยถึง1,111 บาท/ไร่ยกเว้นศัตรูพืชและโรคระบาด ชดเชยอัตรา 555 บาท/ไร่โพสต์ทูเดย์ ธ.ก.ส. เตรียมลงพื้นที่ หลังประกันภัยข้าวเดี้ยง เกษตรกรซื้อเบี้ยแค่ 5 แสนไร่ หวังดันยอดปี 55 ให้ได้ 2 ล้านไร่
“บุญทรง” อนุมัติขายข้าว 5.76 หมื่นตัน จากเปิดประมูล 5.86 แสนตัน หลังเอกชนกดราคาซื้อต่ำเหตุไม่มั่นใจคุณภาพ ทำรัฐขาดทุนจากต้นทุนกว่า 200 ล้านบาท พร้อมจับท่าข้าวสวมสิทธิ์ 1 ราย







