
สหภาพธนาคาร
บทบรรณาธิการบลูมเบิร์ก แสดงความเห็นต่อแผนการจัดตั้งสหภาพธนาคารของกลุ่มยูโรโซนเพื่อแก้ไขวิกฤตหนี้สาธารณะ ว่า ถึงแม้จะมีข้อดีในแง่หลักการของการช่วยก่อให้เกิดการสร้างกฎระเบียบควบคุมธนาคารในกลุ่มประเทศยูโรโซนให้เป็นระบบเดียวกัน และมีกลไกในการช่วยเหลือธนาคารต่างๆ ได้มากขึ้น อาทิ ระบบคุ้มครองเงินฝาก
บทบรรณาธิการบลูมเบิร์ก แสดงความเห็นต่อแผนการจัดตั้งสหภาพธนาคารของกลุ่มยูโรโซนเพื่อแก้ไขวิกฤตหนี้สาธารณะ ว่า ถึงแม้จะมีข้อดีในแง่หลักการของการช่วยก่อให้เกิดการสร้างกฎระเบียบควบคุมธนาคารในกลุ่มประเทศยูโรโซนให้เป็นระบบเดียวกัน และมีกลไกในการช่วยเหลือธนาคารต่างๆ ได้มากขึ้น อาทิ ระบบคุ้มครองเงินฝาก
ทว่าข้อเสนอล่าสุดของคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ที่ต้องการให้ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) แยกองค์กรในการทำหน้าที่ดังกล่าวเป็น 2 องค์กร โดยฝ่ายหนึ่งทำหน้าที่เข้ามาเป็นผู้ดูแลกำกับควบคุมการดำเนินงานธนาคารทั้งภูมิภาคกว่า 600 แห่ง
ขณะที่อีกหนึ่งองค์กรทำหน้าที่เป็นกลไกช่วยเหลือธนาคารและออกมาตรการคุ้มครองเงินฝากหากธนาคารมีปัญหา นั่นอาจจะไม่ใช่คำตอบที่ดีนัก
แม้ว่าล่าสุดจะเริ่มมีการนำเสนอแนวทางใหม่ที่มีการประนีประนอมจากแนวทางเดิมมากขึ้น ด้วยการให้ อีซีบี เข้ามาทำหน้าที่ร่วมกับหน่วยงานการตรวจสอบธนาคารของในประเทศต่างๆ แต่ก็จะทำให้กลไกที่วางไว้เพื่อทำการตรวจสอบทำหน้าที่ได้ไม่เต็มที่และผลที่ออกมาก็จะเป็นไปอย่างเชื่องช้า เนื่องจากต้องรอผลการตัดสินใจของอีกฝ่ายอยู่เสมอ
ไม่เพียงเท่านั้น ข้อเสนอดังกล่าวยังถูกคัดค้านจากเยอรมนี เนื่องจากเกรงว่าเยอรมนีจะต้องเป็นผู้แบกรับภาระในกองทุนเงินช่วยเหลือธนาคาร อีกทั้งเหล่าธนาคารในเยอรมนีก็ยังอยู่ในสภาพอ่อนแอและไม่ได้เสริมทุน เนื่องจากหลายแห่งประสบปัญหาหนี้เน่าในประเทศที่ประสบปัญหาวิกฤตหนี้
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าข้อเสนอดังกล่าวจะยังไม่ลงตัวและถูกคัดค้าน รวมไปถึงการถกเถียงที่ยังไม่ตกผลึกดี แต่อย่างน้อยในแง่แก่นของการจัดตั้งที่ริเริ่มไว้ตั้งแต่เริ่มแรกนั่นคือการตัดความเชื่อมโยงไม่ให้ปัญหาหนี้เสียในภาคธนาคารลุกลามไปสู่ปัญหาของภาครัฐยังจำเป็นต้องยืนยันเอาไว้เช่นเดิม
ขณะเดียวกัน การออกแผนเข้าซื้อพันธบัตรของอีซีบีก็จะช่วยให้มีระยะเวลาในการแก้ปัญหามากขึ้น ฉะนั้นรัฐบาลจะต้องลงมือแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์







