posttoday
WTO : การอุดหนุนการส่งออกสินค้าเกษตร

WTO : การอุดหนุนการส่งออกสินค้าเกษตร

26 กันยายน 2555

ในฉบับที่ผ่านๆมาได้พูดกันไปแล้วถึงระเบียบของ WTO (World Trade Organization)

โดย พวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์

ในฉบับที่ผ่านๆมาได้พูดกันไปแล้วถึงระเบียบของ WTO (World Trade Organization) หรือองค์การการค้าโลกเกี่ยวกับสินค้าเกษตร รวมถึงสัญญิงสัญญาที่ประเทศสมาชิกให้ไว้กับ WTO โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับประเทศไทย หรือที่ในภาษาราชการเขาเรียกว่า ประเทศไทยได้ไปผูกพันเอาไว้กับ WTO แต่ก็พูดถึงเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการอุดหนุนภายในเท่านั้น ผู้เขียนจึงเห็นว่าน่าจะดูกฎระเบียบเกี่ยวกับการส่งออกไปด้วยเลย เพราะหน้าตาของการอุดหนุนลักษณะที่ไทยทำอยู่นี้ ก็เหมือนกับที่สหภาพยุโรปเขาทำมาก่อน และในที่สุดเขาก็ต้องให้การอุดหนุนส่งออกอย่างมหาศาล ดูท่าทางของประเทศไทยแล้ว ทางเดินในบั้นปลายของเราก็คงต้องทำแบบสหภาพยุโรป เพราะไม่งั้นจะเอาข้าวที่กองเป็นภูเขาเลากาในสต็อกไปทำอะไร ในเมื่อยิ่งนานวันก็ยิ่งเสื่อมคุณภาพลง ขึ้นรา เน่า และเท่าที่ฟังๆมาก็ขายขาดทุนกันเละเทะอยู่แล้ว แต่ก็ช่างเถอะ ยังไงก็เป็นข่าวลือ จริงบ้างเท็จบ้าง ไม่มีใบเสร็จ แต่สำคัญอย่าให้เขาเอาเราไปฟ้องใน WTO ก็แล้วกัน เพราะไอ้ประเทศที่จะฟ้องก็อาจจะเป็นประเทศที่ซื้อเราไปได้ในราคาถูกๆกว่าท้องตลาด นั่นเอง

WTO นั้น ห้ามการอุดหนุนส่งออกสินค้าเกษตรเลยทีเดียว แต่ถ้ามีให้การอุดหนุนส่งออกกันมาก่อนก็ต้องระบุในตารางที่ยื่นผูกพันกับ WTO แล้วก็ค่อยๆลดลง เช่นเดียวกับกรณีของการอุดหนุนภายในที่กล่าวไปแล้วในฉบับก่อน และในส่วนของการอุดหนุนส่งออกนี้ WTO ก็วางระเบียบไว้ในรายละเอียดยาวประมาณ 2 หน้าครึ่ง แต่โดยสรุปก็คือเขาดูทั้งปริมาณสินค้าที่ได้รับการอุดหนุนและมูลค่าสินค้าที่ได้รับการอุดหนุน โดยดูทั้งจากมาตรการต่างๆที่ใช้ และงบประมาณของรัฐบาลที่ใช้ไปในการนี้ (Budgetary Outlay) ก็คือ ถ้าประเทศที่ให้การอุดหนุนอยู่แล้วก็ต้องลดทั้งปริมาณสินค้าเกษตรที่ได้รับการอุดหนุนลง และงบประมาณของรัฐบาลที่ให้การอุดหนุนนั้นลงไปพร้อมๆกันด้วย

แต่ที่สำคัญมากๆก็คือ ถ้าประเทศสมาชิกใดไม่เคยให้การอุดหนุนส่งออกมาก่อนเลยก็ต้องแจ้งไปในตารางว่า ไม่มีการอุดหนุนส่งออก และจะให้การอุดหนุนส่งออกไม่ได้ ซึ่งเผอิญประเทศไทยก็เข้าข่ายนี้พอดี เพราะอีกนั่นแหละ เมื่อมองย้อนกลับไป 20 ปีที่แล้ว ประเทศไทยไม่เคยให้การอุดหนุนส่งออกเลย และไม่ใช่แต่ประเทศไทยเท่านั้น ประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลาย ประเทศแถบเพื่อนบ้านเรา ก็ไม่เคยให้การอุดหนุนส่งออกเช่นกัน ตอนที่จัดทำตารางของไทยเพื่อยื่นต่อ WTO เคยถามผู้ใหญ่ ผู้บริหารในสมัยนั้นว่า จะให้ปั้นตัวเลขไว้เผื่ออนาคตไหม ท่านบอกว่าไม่ต้องเพราะ........ ก็อย่างที่เห็นกันในตอนนี้

อย่างไรก็ตามเขาก็มีข้อยกเว้นให้ประเทศกำลังพัฒนารวมทั้งไทยด้วย ซึ่งก็คือประเทศเบี้ยน้อยหอยน้อยเหล่านี้ จะให้การอุดหนุนส่งออกได้ ถ้าเป็นการให้เพื่อลดต้นทุนด้านการตลาด การขนส่ง การปรับปรุงคุณภาพสินค้า การขนส่งภายในประเทศ และค่าระวางเรือ (ในกรณีที่รัฐบาลให้เพื่อการส่งออกมากกว่าที่ขายในประเทศ)

ในส่วนของมาตรการที่เห็นว่าถ้าให้การอุดหนุนส่งออกแล้วจะมีผลกระทบต่อราคาตลาดโลก จึงจะต้องนำมาคำนวณเพื่อลดทั้งปริมาณและเงินงบประมาณที่รัฐบาลให้ลงไปจนถึงจุดหนึ่งแล้วก็กำหนดไว้เป็นเพดานตลอดไป ห้ามให้เกินกว่าเพดานนั้น ผู้เขียนขอยกมาเป็นตัวอย่างให้ดูก็แล้วกัน เพราะอย่างที่ได้เขียนไปแล้ว ในตอนต้นว่ามีถึงสองหน้าครึ่ง อ่านไปก็งงชีวิตเปล่าๆ โดยเฉพาะยังไงไทยก็ทำไม่ได้อยู่แล้ว

มาตรการเหล่านั้นมี เช่น

การทีรัฐบาลให้การอุดหนุนส่งออกโดยตรงต่อบริษัท อุตสาหกรรม ผู้ผลิตสินค้าเกษตร สหกรณ์ หรือสมาคมผู้ผลิตรูปแบบต่างๆ หรือ marketing board โดยโยงกับการส่งออก ไม่ว่าจะเป็นในรูปตัวเงิน หรืออื่นๆ (Paymentinkind)

การที่รัฐบาลหรือตัวแทนรัฐบาล (agencies) นำสต็อกสินค้าเกษตรที่อยู่ไปส่งออกในลักษณะการขาย หรือ disposal ในราคาที่ต่ำกว่าราคาสินค้าชนิดนั้นในตลาดภายในประเทศ

สินค้าเกษตรที่นำไปเป็นวัตถุดิบผลิตเพื่อการส่งออก แต่สินค้าแกษตรนั้นได้รับการอุดหนุนก็ให้นำมาคิดรวมเป็นการอุดหนุนส่งออกด้วย เช่นไทยส่งออกอาหารสำเร็จรูปมีข้าวราดหน้าด้วยหมูแดง นำไปใส่ไมโครเวฟก็นำมาทานได้เลย ที่เรียกว่า TV Dinner แล้วส่งออกไปตลาดต่างประเทศ แต่ข้าวนั้นได้รับการอุดหนุน ก็ต้องนำมาคิดรวมเพื่อลดการอุดหนุนส่งออกลงด้วย

ถ้าจะให้ความช่วยเหลือด้านอาหารก็ทำได้ แต่ต้องรับรองว่าไม่ผูกโยงกับการส่งออกด้านการพาณิชย์ เป็นไปตามหลักการของ FAO รวมถึงจะต้องพยายามให้ในรูปการให้เปล่าให้มากที่สุด (Fully Grant Form)

ลองมาดูตารางเปรียบเทียบการอุดหนุนส่งออกที่ประเทศสามชิก WTO ที่สำคัญแจ้งไว้เมื่อก่อตั้ง WTO ปี พ.ศ. 2538 กับของประเทศไทย (กรณีของสหภาพยุโรปสมัยนั้นยังมีแค่ 15 ประเทศ) แล้วก็ขอเรียนเป็นข้อมูลเพิ่มเติมให้ท่านผู้อ่านทราบว่า ไทยเคยร่วมกับออสเตรเลีย และบราซิลฟ้องสหภาพยุโรปแล้ว เรื่องการอุดหนุนส่งออกน้ำตาลในส่วนที่เขาไม่ได้แจ้ง WTO และเราก็เป็นฝ่ายชนะ สหภาพยุโรปต้องยกเลิกการอุดหนุนส่วนนี้

ผู้เขียนต้องขอจบเรื่อง WTO ไว้แค่นี้ก่อนโดยขอให้ข้อมูลอีกนิดว่า ยางพารานั้นไม่อยู่ในรายการสินค้าเกษตรของ WTO กฎระเบียบด้านเกษตรที่ว่ามาทั้งหมดนี้จึงไม่ใช้กับยาพารา

&<2288;

&<2288;

&<2288;

&<2288;

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท