
ปัญหาแก้ที่ธาตุแท้หรือปรากฏการณ์
ช่วงทศวรรษที่ผ่านมาอเมริกาและพันธมิตรซึ่งได้ความเข้มแข็งทางด้านการทหารจากการคิดค้นเทคโนโลยีที่ทันสมัย ได้บุกไปยึดครองดินแดนและเข่นฆ่าผู้คนมากมายในโลก ในจำนวนนั้นก็มีดินแดนประเทศที่มีผู้คนนับถืออิสลามทำให้ผู้คนล้มตายลงจำนวนมาก
ช่วงทศวรรษที่ผ่านมาอเมริกาและพันธมิตรซึ่งได้ความเข้มแข็งทางด้านการทหารจากการคิดค้นเทคโนโลยีที่ทันสมัย ได้บุกไปยึดครองดินแดนและเข่นฆ่าผู้คนมากมายในโลก ในจำนวนนั้นก็มีดินแดนประเทศที่มีผู้คนนับถืออิสลามทำให้ผู้คนล้มตายลงจำนวนมาก
ก่อนหน้านั้นอเมริกาก่อสงครามกับคอมมิวนิสต์กับ 3 ประเทศอินโดจีน และประเทศอื่นๆ ที่ต้องการปลดแอกการยึดครองของตะวันตก การทำสงครามกับ 3 ประเทศอินโดจีน (โดยความร่วมมือของไทย) ทำให้ผู้คนที่อยู่ในห้วงสงครามต้องล้มตายลงกว่า 3 ล้านคน ไม่นับคนพิการและคนที่ได้รับสารพิษจากการใช้อาวุธเคมี (ฝนเหลืองและอื่นๆ) อีกเป็นจำนวนมาก นับตั้งแต่ก่อตั้งประเทศ อเมริกาก่อสงครามทั่วโลกมาไม่น้อยกว่า 100 สงคราม ไม่นับการสนับสนุนการแทรกแซงกิจการภายในประเทศต่างๆ ชนิดนับไม่ถ้วน
แม้ว่าวันนี้เวียดนามจะใช้นโยบายอยู่ด้วยกันอย่างสันติระหว่างระบอบที่แตกต่าง เพื่อเอาเวลาทะเลาะมาสร้างประเทศ แก้ปัญหาความทุกข์ยากของประชาชน แต่พิพิธภัณฑ์สงครามที่จัดแสดงเอาไว้ในหลายๆ จังหวัดที่เวียดนามสร้างขึ้นเพื่อประจาน ก็ได้ตอกย้ำประวัติศาสตร์แห่งความโหดร้ายของมหาอำนาจที่มีต่อคนเวียดนามและอีก 2 ประเทศอินโดจีน ไม่แพ้พิพิธภัณฑ์ประจานการฆ่าโหดของเขมรแดงที่ถือแนวทาง “เหมาอิสต์”
หลังจากวิกฤตทุนนิยมอันเกิดจาก “การผูกขาดทุน” ที่กินตัวเอง ทำให้ประชาชนทั่วไป “ไม่มีกำลังซื้อ” ต้องหันไปซื้อสินค้าจีนราคาถูกจนทำให้เงินตราไหลออกนอกประเทศ ยิ่งไปบวกกับนโยบายประชานิยมด้วยแล้ว เฟืองของทุนนิยมในยุโรปและอเมริกาก็หมดสภาพการหมุนลงไปเรื่อยๆ
การจ้างนักรบรับจ้างไปทำสงครามกับอิสลาม และใช้เงินไปสะกดการลุกฮือของอิสลามทั่วโลกด้วยการใช้อิสลามที่ไม่รู้การเมืองมารับใช้แบบเดียวกับการใช้ เหงียนวันเทียว เหงียนเกากี ให้ทำงาน ก็ยิ่งทำให้ตะวันตกกลายเป็นคนรวยที่ยากจนขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งการดูหมิ่นศาสดามูฮัมหมัดด้วยหนัง ก็ยิ่งไปปลุกความเป็นอิสลามให้ตื่นจากภาวะจำยอม ตื่นจากความหวาดกลัว และตื่นจากการไม่ไยดีต่อความเดือดร้อนของคนอื่นของบางกลุ่มคนให้โพลงขึ้น
ในขณะที่เศรษฐกิจอเมริกาและพันธมิตรยุโรปกำลังทรุดลงด้วยวิกฤตทุนนิยม “การเมือง” ของค่ายนั้นก็ตกต่ำลงไปด้วยเช่นกัน
มันได้พิสูจน์คำกล่าวที่ว่า การมีทหารทั้งกองทัพแต่ไม่มีการเมือง หรือแบตเตอรี่ทางการเมืองหมด ก็เหมือนไม่มีทหารเลยสักคนเดียวได้ดีขึ้น
ที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมาก็เพื่อจะเปรียบเทียบให้เห็นว่า การหมดบุญทางการเมืองของอเมริกาก็ไม่ต่างกันกับการหมดบุญของระบอบเผด็จการไทย วันนี้มือนุ่มๆ ของประชาชนที่เคยรองรับการเมืองชนิดนี้เอาไว้ถูกชักกลับคืน สถาบันต่างๆ ถูกกฎอิทัจจยตาบดขยี้ลงไปทีละองค์กรๆ ท้ายที่สุดเมื่อไม่มีศรัทธาประชาชนมารองรับการเมืองชนิดนี้ อำนาจรัฐก็จะสิ้นสภาพไปโดยปริยาย กลายเป็นรัฐอนาธิปไตยเพื่อรอการปฏิวัติ ดังที่ผมพร่ำเพียรบอกในคอลัมน์นี้มานานว่า สถานการณ์บ้านเมืองไทยในขณะนี้คือสถานการณ์ปฏิวัติกระแสสูง ที่องค์ประกอบหนึ่งก็คือการที่ประชาชนไม่ยอมรับการปกครอง หรือประชาชนวิกฤตศรัทธาต่อการปกครอง
ดังนั้น จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมอำนาจอธิปไตยทั้งหลายจึงตกต่ำในสายตาประชาชน กลไกรัฐอย่างทหารตำรวจจึงไม่มีความหมายในสายตาประชาชน ทำไมคนเกิดวิกฤตศรัทธาต่อศาล และล่าสุดคือวิกฤตศรัทธาต่อ คอป.
ที่เขาก่นด่า คอป. ก็เพราะ คอป.ตีโจทย์การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งผิด แถมคำตอบของ คอป.จึงผิด
โจทย์ความขัดแย้งในชาติไม่ใช่โจทย์การต่อสู้ระหว่างเหลืองกับแดงที่ใครเขาตั้งให้ และคุณก็เอามาเล่นลูกต่อแบบเดียวกับหมอประเวศรับลูกนายมารุต บุนนาค มาทำปฏิรูปการเมือง การต่อสู้ของเหลืองกับแดงเป็นผลพวงมาจากความขัดแย้งระหว่างผู้ปกครองกับประชาชน อันเนื่องจากระบอบเผด็จการซึ่งเป็นความจริงแท้ หรือ Reality
แต่พวกคุณไปแก้ตามปรากฏการณ์ ไม่แก้ตามธาตุแท้ ภายใต้สถานการณ์ปฏิวัติกระแสสูงพวกคุณจึงเป็นจำเลย ถ้าพวกคุณเข้าใจธาตุแท้ แล้วคำตอบออกมาว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในชาติเกิดจากระบอบเผด็จการ (ซึ่งมีทั้งพรรคเหลืองและพรรคแดงนั่นแหละเป็นปฐมเหตุ) พวกคุณก็จะได้รับดอกไม้แทนก้อนอิฐ กองทัพก็แก้โจทย์แบบนี้จึงพาทหารไปตายเป็นเบือ
เพราะสังฆราชไม่รู้วิชาการเมือง ผมจึงต้องสอนสังฆราช!







