posttoday
"เทพชัย"ชวนสังคมขีดเส้นจริยธรรมสื่อ

"เทพชัย"ชวนสังคมขีดเส้นจริยธรรมสื่อ

25 กันยายน 2555

"เทพชัย หย่อง"ชี้มี 3 เหตุการณ์สะเทือนความศรัทธาต่อสื่อ ตั้งคำถามชวนสังคมร่วมขีดเส้นความเหมาะสม

"เทพชัย หย่อง"ชี้มี 3 เหตุการณ์สะเทือนความศรัทธาต่อสื่อ ตั้งคำถามชวนสังคมร่วมขีดเส้นความเหมาะสม

"เทพชัย"ชวนสังคมขีดเส้นจริยธรรมสื่อ ภาพจากสำนักข่าวอิศรา

สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org)  รายงานว่า นายเทพชัย หย่อง ผอ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพ สาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ ส.ส.ท. (ไทยพีบีเอส) ได้กล่าวทอล์คโชว์ในหัวข้อ “อนาคตจริยธรรมสื่อไทย” เนื่องในโอกาสครบรอบ 15 ปี สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิร์ลด์โดยระบุว่า เมื่อ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมามี  3 เหตุการณ์ใหญ่ที่สั่นสะเทือนความศรัทธาของคนที่มีต่อสื่ออย่างมาก ที่สื่อควรให้ความสำคัญมากกว่าแค่รายงานเหตุการณ์แล้วผ่านไป ได้แก่

1.เรื่องประธานสภาผู้แทนราษฎรพาสื่อมวลชนไปดูงานที่ยุโรป ประเด็นสำคัญคือสื่อมวลชนต้องตอบให้ได้ถึงหลักการรักษาระยะห่างระหว่างสื่อมวลชนกับแหล่งข่าว ควรจะมีแค่ไหน การไปดูงานต่างประเทศไม่น่าจะเป็นเรื่องเสียหายถ้ามีวาระงานและประเด็นชัดเจน แต่รูปแบบที่ไป สภาพการณ์ที่เชิญไป ความสัมพันธ์ระหว่างคนที่เชิญกับคนที่ถูกเชิญมีความสำคัญมากกว่า

"ผมเชื่อว่าสื่อมวลชนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาในอดีตคงจะรู้ว่า ฝ่ายการเมืองมักจะมองสื่อมวลชนด้วยความรู้สึก ความต้องการ หรือวาระ แตกต่างจากที่สื่อมวลชนมองนักการเมืองอย่างแน่นอน นี่จึงเป็นคำถามที่นำไปสู่จริยธรรมเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสื่อมวลชนกับแหล่งข่าว การที่สื่อมวลชนกับแหล่งข่าวฝ่ายการเมืองมีความใกล้ชิดกันมาก เมื่อถึงจุดที่สื่อมวลชนต้องตรวจสอบคนเหล่านี้ สื่อจะทำได้มากน้อยแค่ไหน"

2. เรื่องที่ ป.ป.ช. มีมติที่จะเอาผิดพิธีกรข่าวชื่อดังและบริษัทในข้อหายักยอกเงิน 138 ล้านบาทจาก อสมท นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการโกงหรือไม่โกงอย่างเดียว ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า บทบาทที่ควรจะเป็นของสื่ออยู่ตรงไหน ถ้าเราลองมองย้อนกลับไป เราจะยอมรับได้แค่ไหนกับการที่บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ หรือนักข่าวหนังสือพิมพ์ไปเป็นคนขายโฆษณาด้วย

"ทุกวันนี้ทำไมคนที่เป็นพิธีกรข่าวและมีภาพลักษณ์ว่าเป็นตัวแทนสื่อ สามารถทำสองอย่างพร้อมกันได้ ทั้งการรายงานข่าว วิเคราะห์ข่าว ขณะเดียวกันก็ไปขายโฆษณาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้สินค้า มีสองมาตรฐานบางอย่างที่เกิดขึ้น ถ้าเรายึดหลักจริยธรรมสื่ออย่างเคร่งครัด จะไปด้วยกันไม่ได้เลยระหว่างบทบาทของการเป็นสื่อในการรายงานข่าวตรวจสอบสังคม แต่อีกด้านก็ไปขายโฆษณาหารายได้จนร่ำรวยขึ้นมา ส่วนเรื่องไปยักยอกเงินหรือโกงนั่นก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง อย่างไรก็ตามสองกรณีที่ยกมาเป็นเรื่องของตัวบุคคลเสียมากกว่า"

3. เกี่ยวข้องกับองค์กรสื่อทั้งหมดโดยตรง แต่น่าแปลกที่สื่อไม่ค่อยให้ความสำคัญเท่าไหร่ ทั้งที่เป็นสิ่งท้าทายบทบาทของสื่อทั้งในปัจจุบันและอนาคตมาก มีรายงานฉบับสมบูรณ์ของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาข้อเท็จจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ที่ออกมาเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว ที่ให้ความสนใจต่อเรื่องชายชุดดำ การใช้กระสุนจริงกระสุนปลอมมาก

"แต่รายงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบทบาทของสื่อ และข้อเสนอต่อสื่อของคอป.สื่อให้ความสำคัญน้อยมาก ถ้าไปอ่านให้ดีจะพบว่า สื่อมีส่วนสำคัญทำให้เกิดความขัดแย้งเพิ่มมากขึ้นในเหตุการณ์ ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่เราได้ยินองค์กรที่มีความน่าเชื่อถือวิพากษ์วิจารณ์เรื่องสื่อบนพื้นฐานข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง"นายเทพชัยระบุ

นายเทพชัย กล่าวว่า จริยธรรมไม่ใช่เรื่องของคนทำสื่ออย่างเดียว แต่สังคมจะต้องช่วยกันดูแลให้สื่อมีจริยธรรมด้วย ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความขัดแย้งทางการเมืองรุนแรง การพัฒนาทางเทคโนโลยีการสื่อสารที่ทำให้คนมีโอกาสแสดงความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในทุกช่องทางมากขึ้น ทำให้คำถามเกี่ยวกับจริยธรรมสื่อดังมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถ้าไปสำรวจความคิดเห็นของคนทั่วไปอาจจะได้พบคำถามที่ว่า สื่อยังเป็นสถาบันที่คนยังเชื่อใจได้เหมือนเดิมอยู่หรือไม่

ทั้งนี้ยุคปัจจุบันที่ข้อมูลข่าวสารไหลทะลัก สื่อไม่สามารถเป็นผู้รักษาประตูข่าวสาร (gate keeper) ได้อีกต่อไป ก็มีส่วนทำให้ความหมายของจริยธรรมที่มีมาแต่เดิมเบลอไปได้ และความหมายของคำว่า สื่อกระแสหลักก็เปลี่ยนไป ผู้มีชื่อเสียงบางคนอาจมีผู้ติดตามในสื่อสังคมออนไลน์มากกว่าหนังสือพิมพ์บางฉบับเสียอีก ดังนั้นสื่อกระแสหลักดั้งเดิมควรมีหน้าที่ทำให้คนเข้าใจในเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริง แค่รายงานให้รับรู้รับทราบไม่พอ ต้องทำให้สังคมรู้ที่มาที่ไปของเหตุการณ์นั้นด้วย

นายเทพชัยกล่าวอีกว่า บทเรียนจากวิกฤตที่เกิดขึ้น สื่อต้องช่วยสังคมในการหาทางออก ไม่ใช่มีหน้าที่แค่รายงานสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะกลไกปกติที่มีอยู่ในสังคมไม่ทำงาน ทำให้สื่อเป็นสถาบันที่มีคนคาดหวังว่าต้องทำมากกว่าการรายงานข่าว ถือเป็นบทบาทที่มีความท้าทายของสื่อเป็นอย่างยิ่ง โดยภารกิจของสื่อควรมี 7 ข้อ คือ 1.สื่อต้องรายงานข้อเท็จจริง 2.การตอบสนองต่อผลประโยชน์สาธารณะ 3.มีความเป็นอิสระในการรายงานข่าวและการตรวจสอบ 4.เป็นช่องทางสำหรับแสดงความเห็นสาธารณะ 5.ทำให้ประเด็นที่มีความสำคัญและเป็นสาระ มีความน่าสนใจและมีความหมาย 6.มีความรอบด้านและรักษาความสมดุล 7.มีความรับผิดชอบ มีสามัญสำนึกและมีจริยธรรม

"อนาคตของจริยธรรมสื่อ ผมมีความหวัง ว่าการปฏิวัติทางเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสาร จะทำให้สังคมใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้ เพื่อนำมาตรวจสอบสื่อมากขึ้น อยากเห็นคนในวงการสื่อตรวจสอบกันเองมากขึ้นด้วย และอยากเห็นคนรุ่นใหม่ใช้ช่องทางสื่อใหม่ของตัวเองตรวจสอบสื่อในวงการทั้งหมด"นายเทพชัยกล่าว

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท