
ตร.สำราญราษฏร์แจงไม่ได้ตบทรัพย์สาว
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ชี้แจงไม่ได้ตบทรัพย์2หญิงสาว ชี้เป็นการอายัดทรัพย์คดีค้ายาเสพติด
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ชี้แจงไม่ได้ตบทรัพย์2หญิงสาว ชี้เป็นการอายัดทรัพย์คดีค้ายาเสพติด
จากกรณีที่น.ส.ฤทัยรัตน์ สายเล็ก อายุ 24 ปี แม่ค้าขายเสื้อผ้าแฟชั่น พร้อมด้วย น.ส.เกศิณี (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี นักศึกษาระดับชั้น ปวส.ปี 1โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งย่านฝั่งธนบุรี เดินทางเข้าแจ้งความกับพ.ต.ต.ธีรพงศ์ สุทธิจำนงค์ พงส.(สบ2) สน.สำราญราษฎร์ กรณีถูกตำรวจสายสืบ สน.สำราญราษฎร์ 6 - 7 นาย กักขังไว้ที่บริเวณชั้น 3ในห้องสืบสวน ทั้งคืน ก่อนยึดเงินสด สร้อยคอทองคำ แหวนทอง กำไลข้อมือ และบัตรเอทีเอ็มไปตรวจสอบโดยอ้างว่าพัวพันกับยาเสพติดแต่เมื่อตรวจปัสสาวะกลับไม่พบ ซ้ำยังนำบัตรเอทีเอ็มไปกดเงินสดไปอีก 2 แสนบาท เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 25 ก.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.)พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ได้มีคำสั่งให้ พ.ต.อ.ยุทธนา ปุญชรัศมิ์ ผกก.สน.สำราญราษฏร์ และพ.ต.ท.ธัชพล บูรณศิลป์ สว.
สส.สน.สำราญราษฏร์ เข้าชี้แจงกรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้น โดยพ.ต.อ.ยุทธนา เปิดเผยว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.สำราญราษฏร์ ไม่ได้มีพฤติการณ์ประพฤติมิชอบหรือตบทรัพย์ผู้เสียหายตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด เป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ในการจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติด ซึ่งเป็นสามีของน.ส.ฤทัยรัตน์ และน.ส.เกศิณี(นามสมมติ)อายุ 18 ปี ผู้ที่เข้าแจ้งความ
ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.สำราญราษฏร์ สืบทราบว่านายกิตติศักดิ์ หรือปัด เตชสุวรรณชาติ มีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้กับลูกค้าทั่วไป ย่านวัดประยูรวงศาวาส กระทั่งเมื่อวันที่ 7 ก.ย. ที่ผ่านมา ชุดจับกุมได้วางแผนล่อซื้อยาไอซ์จำนวนหนึ่ง ระหว่างที่นายกิตติศักดิ์เดินทางมาส่งยาได้อุ้มเด็กมาด้วย1 คน ทราบภายหลังว่าเป็นลูกสาวอายุประมาณ 3 ขวบ แต่ขณะที่กำลังจะเข้าจับกุมปรากฏว่านายกิตติศักดิ์หลบหนีไปได้ เมื่อกระจายกำลังออกติดตามก็ไม่พบมีเพียงนายมงคล หรือกัส สมประสงค์ ยืนอยู่บริเวณดังกล่าวด้วยท่าทีพิรุธ ชุดจับกุมจึงคุมตัวไปสอบสวน
พ.ต.อ.ยุทธนา กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนนายมงคล ให้การรับสารภาพว่าร่วมกับนายกิตติศักดิ์ ค้ายาเสพติด จากนั้นชุดจับกุมได้นำตัวนายมงคลไปขยายผลโดยเข้าตรวจค้นห้องพักของนายมงคลที่เพลสเซนต์ พอยท์ เลขที่ 555 ถนนตากสิน แขวงสำเหร่ เขตธนบุรี ที่อ้างว่าพักอยู่กับแฟนสาวคือน.ส.เกศิณี พบยาบ้า 400 เม็ด แต่ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธว่าไม่ใช่ของตัวเอง แต่เป็นของนายกิตติศักดิ์ ซึ่งนอกจากจะขายแล้วมักจะแบ่งยามาให้เสพด้วย ชุดจับกุมจึงถ่ายภาพและทำบันทึกจับกุมไว้ครบถ้วนทุกอย่าง
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปตรวจสอบบ้านเช่าไม่มีเลขที่ภายในซอยอรุณอัมรินทร์ 2 หลังวัดประยูรวงศาวาส ซึ่งเป็นบ้านพักของนายกิตติศักดิ์และน.ส.ฤทัยรัตน์ จากการตรวจสอบพบว่านายกิตติศักดิ์ได้นำลูกสาวมาส่งให้กับน.ส.ฤทัยรัตน์ ก่อนที่จะหลบหนีไปทางด้านหลังของบ้าน ชุดจับกุมจึงทำการตรวจค้นแต่ไม่พบยาเสพติด พบเพียงทรัพย์สินจำนวนหนึ่งซึ่งคาดว่าน่าจะได้มาจากการกระทำความผิด จึงต้องอายัดเอาไว้ตรวจสอบ โดยทรัพย์สินที่ยึดไปนั้นมีการลงบันทึกเอาไว้ครบถ้วน ประกอบด้วย เงินสด 99,000 บาท สร้อยคอทองคำ 2 เส้น แหวนทอง 2 วงและสร้อยข้อมือทองคำ 2 เส้น สาเหตุที่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถคืนทรัพย์สินให้ได้นั้น เนื่องจากอยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล
ด้านพ.ต.ท.ธัชพล กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติพบว่านายกิตติศักดิ์และนายมงคลพัวพันกับแก็งโอรส แก็งค้ายาเสพติดและค้าอาวุธสงครามรายใหญ่ นอกจากนี้เมื่อตรวจสอบภาพถ่ายในโทรศัพท์มือถือของน.ส.เกศิณี ยังพบหลักฐานสำคัญบาง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะจะเสียรูปคดี ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างการแกะรอย จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ยังไม่สามารถคืนทรัพย์สินให้ได้
ทั้งนี้หากตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วพบว่าน.ส.ฤทัยรัตน์และน.ส.เกศณี ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ และทรัพย์สินได้มาอย่างถูกต้อง ทางตำรวจก็จะคืนให้ ส่วนกรณีที่น.ส.ฤทัยรัตน์ ให้การว่ามีตำรวจบังคับให้พาไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม จำนวน 2 แสนบาท ก็ไม่เป็นความจริง สามารถตรวจสอบและชี้ตัวได้ แต่กลุ่มผู้ร้องก็ไม่นำหลักฐานการกดเอทีเอ็มมายืนยัน
อย่างไรก็ตามตนยืนยันว่าฝ่ายสืบสวนสน.สำราญราษฏร์ ปฏิบัติหน้าที่ไปตามขั้นตอนไม่มีการกลั่นแกล้งหรือกรรโชกทรัพย์ใดๆ หลังจากนี้จะต้องเชิญตัวกลุ่มผู้ร้องมาให้ปากคำอีกครั้งด้วย เพื่อขยายผลไปถึงผู้ร่วมขบวนการ ส่วนนายกิตติศักดิ์อยู่ระหว่างการขออนุมัติหมายจับต่อศาลเพื่อจับกุมตัวมาดำเนินคดี
ขณะที่พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เปิดเผยว่า สำหรับคดีดังกล่าวตนจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสอง สำหรับหลักฐานตนได้ตรวจสอบแล้วและสั่งการให้ พล.ต.ต.วัลลภ ประทุมเมือง ผบก.น.6 พ.ต.อ.ยุทธนา ปุญชรัศมิ์ ผกก.สน.สำราญราษฏร์ และพ.ต.ท.ธัชพล บูรณศิลป์ สว.สส.สน.สำราญราษฏร์ ทำการแถลงข่าวชี้แจงต่อสื่อมวลชนให้เข้าใจแล้ว ส่วนหลักฐานสำคัญที่พบในโทรศัพท์ของแฟนสาวผู้ต้องหายังไม่ขอเปิดเผย เพราะอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล







