
ธปท.ยุคใหม่
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศกลางวงสัมมนาประจำปี 2555 ว่าจะทบทวนบทบาทหน้าที่ เครื่องมือในการดำเนินงาน รวมทั้งการพัฒนาระบบการเงิน เพื่อตอบสนองความต้องการในอนาคตร่วมกับสาธารณชน ด้วยเหตุนี้วงสัมมนานี้จึงเปิดโอกาสให้สาธารณชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความเห็นและมุมมอง จุดอ่อน จุดแข็ง ของ ธปท. เพื่อนำไปปรับปรุงการทำหน้าที่ธนาคารกลางของ ธปท.ต่อไป
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศกลางวงสัมมนาประจำปี 2555 ว่าจะทบทวนบทบาทหน้าที่ เครื่องมือในการดำเนินงาน รวมทั้งการพัฒนาระบบการเงิน เพื่อตอบสนองความต้องการในอนาคตร่วมกับสาธารณชน ด้วยเหตุนี้วงสัมมนานี้จึงเปิดโอกาสให้สาธารณชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความเห็นและมุมมอง จุดอ่อน จุดแข็ง ของ ธปท. เพื่อนำไปปรับปรุงการทำหน้าที่ธนาคารกลางของ ธปท.ต่อไป
ไม่ใช่ครั้งแรกที่ ธปท.ต้องมีการทบทวนบทบาทหน้าที่ของตนเอง โดยเฉพาะหลังจากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ที่ ธปท.ดำเนินนโยบายผิดพลาดทั้งการกำกับสถาบันการเงินและการบริหารอัตราแลกเปลี่ยน จนทำให้ ธปท.ต้องหันกลับมาทบทวนแนวคิด วิธีการดำเนินงานใหม่หมด
สำหรับในยุคปัจจุบัน บทบาทของ ธปท.ถูกท้าทายมากขึ้นจากโครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่เปิดกว้างขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจโลกก็มีปัญหาและเปราะบางกว่าในอดีต และส่งผลกระทบมาอย่างรวดเร็ว ที่เห็นได้ชัดคือภาวะเงินทุนเคลื่อนย้าย ที่เงินไหลเข้าออกประเทศได้อย่างรวดเร็วขึ้น
ประเด็นต่อมา ธปท.ยังถูกท้าทายจากทางการเมืองและนักวิชาการบางกลุ่มที่ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับการใช้เป้าหมายเงินเฟ้อ ในการดำเนินนโยบายการเงินต่อไป เพราะเห็นว่าไม่เหมาะสมกับการรับมือต่อสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไป
แม้ว่า ธปท.จะยืนยันว่า การใช้เป้าหมายเงินเฟ้อนั้นเหมาะสมดีอยู่แล้ว แต่การที่ถูกวิจารณ์และตั้งคำถามซ้ำๆ ก็ลดทอนความน่าเชื่อของ ธปท.ในการดำเนินนโยบายลงไปไม่น้อย ธปท.จึงต้องมีการสื่อสารต่อสาธารณชนที่ดีพอ เพื่อให้สาธารณชนเข้าใจความสำคัญของการดูแลเงินเฟ้อ
นอกจากนี้ การรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จะทำให้ ธปท.ถูกจับตามองในเรื่องของประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น ทั้งเรื่องการออกมาตรการ การออกกฎระเบียบต่างๆ ว่ามีความทันสมัย รวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์เศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน เพราะหลังจากเออีซีเกิดขึ้น มีแนวโน้มที่ ธปท.จะต้องถูกนำไปเปรียบเทียบกับธนาคารกลางอื่นๆ มากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
รวมทั้งข้อเสนอที่ให้ ธปท.มีการพัฒนาระบบสถาบันการเงินมากขึ้น นอกเหนือจากเน้นการกำกับการตรวจสอบอย่างเดียว เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้สถาบันการเงินมีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น ก็เป็นข้อเสนอที่น่าสนใจไม่น้อย
ความเข้าใจในกลไกเหล่านี้และการเร่งปรับปรุงการทำงานของ ธปท.ให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยไม่ละทิ้งการดูแลเงินเฟ้อที่เป็นเป้าหมายหลัก น่าจะเป็นหนทางหนึ่งที่ทำให้ ธปท.กลายเป็นธนาคารกลางที่ทันสมัย ทันโลก และตอบสนองความต้องการในอนาคตร่วมกับสาธารณชนได้ตามที่ผู้ว่าการ ธปท.ตั้งใจไว้







