posttoday
เศรษฐกิจไทยภายใต้วิกฤตยูโร

เศรษฐกิจไทยภายใต้วิกฤตยูโร

25 กันยายน 2555

ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา การขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยได้รับอานิสงส์จากการรวมตัวเข้ากับเศรษฐกิจโลก ทั้งในด้านการค้าและการลงทุนกับนานาประเทศ ทำให้เศรษฐกิจไทยในวันนี้ถือเป็นระบบเศรษฐกิจแบบเปิดที่มีมูลค่าการค้าระหว่างประเทศคิดเป็นกว่า 1.5 เท่าของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ

ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา การขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยได้รับอานิสงส์จากการรวมตัวเข้ากับเศรษฐกิจโลก ทั้งในด้านการค้าและการลงทุนกับนานาประเทศ ทำให้เศรษฐกิจไทยในวันนี้ถือเป็นระบบเศรษฐกิจแบบเปิดที่มีมูลค่าการค้าระหว่างประเทศคิดเป็นกว่า 1.5 เท่าของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ

อย่างไรก็ตาม ภายใต้โอกาสก็มีความเสี่ยงเช่นกัน โดยระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาตลาดภายนอกมากนี้ ทำให้เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากวิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2551–2552 และต่อเนื่องมาเป็นวิกฤตเศรษฐกิจยูโรโซนในปัจจุบัน ผมว่าในระยะต่อจากนี้ไปเราต้องติดตามผลกระทบเศรษฐกิจยูโรต่อเศรษฐกิจไทยทั้งทางตรงและทางอ้อมที่มีผ่าน 2 ช่องทางหลัก คือ

(1) ช่องทางการค้าระหว่างประเทศ สะท้อนได้จากมูลค่าการส่งออกสินค้าและบริการล่าสุดในเดือน ก.ค. 2555 ชะลอลง โดยพบว่าการส่งออกสินค้าในรูปเงินเหรียญสหรัฐมีมูลค่า 1.95 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หดตัวร้อยละ 4.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้าที่หดตัวร้อยละ 2.3 เนื่องจากปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศยุโรป ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการผลิตและจำหน่ายสินค้าในหลายประเทศซึ่งเป็นตลาดสำคัญของไทย อาทิ สหภาพยุโรปที่หดตัวสูงกว่าร้อยละ 20.5 ในขณะที่การส่งออกไปยังตลาดสิงคโปร์ มาเลเซีย และจีน ก็เริ่มชะลอตัวเช่นกัน

ทั้งนี้ สินค้าส่งออกที่ปรับตัวลดลงมากเป็นสินค้าในหมวดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ หดตัวร้อยละ 15.4 เกษตรหดตัวร้อยละ 15.2 โดยเฉพาะข้าวหดตัวร้อยละ 28.5 และยางพาราหดตัวร้อยละ 33.8 และ

(2) ช่องทางการเงินและลงทุนต่างประเทศ สะท้อนได้จากมูลค่าการลงทุนในตราสารทางการเงินในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2555 เท่ากับ 755.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งลดลงมากจากช่วงเดียวกันของปีก่อนกว่าร้อยละ 51.4 ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) ที่เปิดเผยข้อมูลว่าธนาคารในกลุ่มประเทศยุโรปได้เริ่มต้นทยอยถอนการลงทุนจากภูมิภาคเอเชียในช่วงที่ผ่านมา

ในระยะต่อไป ผมยังมองว่าสถานการณ์ของยูโรยังคงน่าเป็นห่วง แม้จะมีข่าวดีของเศรษฐกิจโลกว่า ศาลรัฐธรรมนูญเยอรมันอนุญาตให้รัฐบาลเข้าช่วยเหลือประเทศกลุ่มยูโรโซนที่กำลังประสบปัญหาได้ และธนาคารกลางสหรัฐกำลังออกมาตรการ QE 3 มูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพื่ออัดฉีดสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจผ่านการซื้อพันธบัตรและหุ้นกู้ภาคเอกชน โดยมุ่งหวังเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังไม่ฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่

แต่สถานการณ์และทิศทางของเศรษฐกิจของประเทศในกลุ่มยูโรโซนก็ไม่ดูดีเท่าไรนัก

โดยทั้งปี 2555 ธนาคารกลางยุโรปยังประเมินให้เศรษฐกิจยูโรโซนจะหดตัวร้อยละ 0.4 นอกจากนี้เมื่อพิจารณารายละเอียดของอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจเป็นรายประเทศ จะเห็นได้ว่าเศรษฐกิจหลักของยูโรโซนซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญในช่วงที่ผ่านมา เริ่มได้รับผลกระทบจากวิกฤตยูโร เช่น เศรษฐกิจเยอรมนีขยายตัวชะลอลงอยู่ที่ร้อยละ 0.3 ในขณะที่เศรษฐกิจฝรั่งเศสไม่สามารถขยายตัวได้

อย่างไรก็ตาม ในระยะต่อจากนี้ไปเศรษฐกิจไทยคงต้องหันมาพึ่งพาการใช้จ่ายภายในประเทศ (Consumption+Investment+Government) ที่ยังสามารถขยายตัวได้ดี สะท้อนจากยอดจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ราคาคงที่ในเดือน ก.ค. 2555 ขยายตัวสูงที่ร้อยละ 18.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เร่งขึ้นจากเดือนก่อนที่ขยายตัวร้อยละ 10.1 สอดคล้องกับปริมาณการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคในเดือน ก.ค. 2555 ขยายตัวร้อยละ 11.2 ต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัวร้อยละ 4.1 ขณะที่การบริโภคสินค้าคงทนสะท้อนได้จากปริมาณจำหน่ายรถยนต์นั่งที่ขยายตัวต่อเนื่องที่ร้อยละ 99.6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากเดือนก่อนที่ขยายตัวร้อยละ 84.2 เนื่องจากการเพิ่มกำลังการผลิตของค่ายรถยนต์ต่างๆ เพื่อตอบสนองอุปสงค์ของรถยนต์ที่ยังคงขยายตัวในอัตราเร่ง และความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้น

เอาไว้ตอนหน้าเรามาดูด้านการลงทุนและทิศทางในการดูแลเศรษฐกิจของประเทศไทยไม่ให้ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกกันต่อนะครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท