posttoday
ยงยุทธ ]ล้างมลทิน ขัดเจตนา กม.?

ยงยุทธ ]ล้างมลทิน ขัดเจตนา กม.?

25 กันยายน 2555

เป็นที่ถกเถียงกรณี ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด โทษฐานที่ไม่ยอมยกเลิกคำสั่งกรมที่ดินให้เพิกถอนเอกสารสิทธิที่ดินสนามกอล์ฟและหมู่บ้านอัลไพน์ ซึ่ง ป.ป.ช.ได้เสนอให้กระทรวงมหาดไทยสั่งลงโทษตามมติ ป.ป.ช. ต่อมาอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน อ.ก.พ. (กระทรวงมหาดไทย) มีมติตาม ป.ป.ช.ให้ออกจากราชการ โดยเสนอให้ ยงยุทธ ในฐานะ รมว.มหาดไทย สั่งลงโทษ ยงยุทธ (ปลัดกระทรวงมหาดไทยขณะนั้น)

เป็นที่ถกเถียงกรณี ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด โทษฐานที่ไม่ยอมยกเลิกคำสั่งกรมที่ดินให้เพิกถอนเอกสารสิทธิที่ดินสนามกอล์ฟและหมู่บ้านอัลไพน์ ซึ่ง ป.ป.ช.ได้เสนอให้กระทรวงมหาดไทยสั่งลงโทษตามมติ ป.ป.ช. ต่อมาอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน อ.ก.พ. (กระทรวงมหาดไทย) มีมติตาม ป.ป.ช.ให้ออกจากราชการ โดยเสนอให้ ยงยุทธ ในฐานะ รมว.มหาดไทย สั่งลงโทษ ยงยุทธ (ปลัดกระทรวงมหาดไทยขณะนั้น)

ถึงกระนั้น อ.ก.พ. กระทรวง อ้างว่า ยงยุทธ แม้จะถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดให้ออกจากตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทยย้อนหลังในปี 2545 แต่เนื่องจากมี พ.ร.บ.ล้างมลทิน ปี 2550 บังคับใช้ ดังนั้น ยงยุทธ ในฐานะปลัดกระทรวงมหาดไทยขณะนั้น จึงเข้าข่ายได้รับการล้างมลทิน หมายความว่า “ผู้นั้นไม่ถูกลงโทษ”

อ.ก.พ. กระทรวง พยายามยกความเห็นข้อกฎหมายสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และ ก.พ. การันตี ยงยุทธ เทียบเคียงกับข้าราชการรายอื่นๆ ที่ถูกลงโทษก่อนปี 2550 ถือว่าเข้าข่ายได้รับการปลดเปลื้องความผิดตาม พ.ร.บ.ล้างมลทินได้

แม้หน่วยงานด้านกฎหมายรัฐบาลตีความเป็นคุณต่อ ยงยุทธ ทว่าฟากนักวิชาการกฎหมายกลับมีมุมมองแตกต่าง

ก่อนหน้านี้ วิชา มหาคุณ ป.ป.ช. ตั้งข้อสังเกตว่า คงต้องกลับไปดูก่อนว่ากระทรวงมหาดไทยเคยตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนทางวินัยกับ ยงยุทธ ในเรื่องดังกล่าวหรือไม่ ถ้าไม่มี ก็ไม่มีประเด็นให้ต้องพิจารณาเพิ่มเติม อ.ก.พ. กระทรวง ต้องวินิจฉัยตามที่ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดไป

“หากมีก็ต้องกลับไปดูคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกาซึ่งออกมา 2 แนวทาง แนวทางแรก บอกว่าการถูกล้างมลทินไม่มีผลผูกพันกับการดำเนินคดีของ ป.ป.ช.ในเวลาต่อมา อีกแนวทาง บอกว่ามีผลผูกพัน” วิชา กล่าว

กิตติศักดิ์ ปรกติ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ความเห็นว่า หลักการของกฎหมายล้างมลทิน เพื่อให้ผู้กระทำผิดได้รับการลงโทษจริงก่อน ถึงจะได้รับการล้างมลทิน ถ้าไม่มีการลงโทษจริง ทุกคนก็จะยืดการสอบสวนออกไป เจตนาของการใช้กฎหมายล้างมลทิน 1.เมื่อผู้นั้นรู้ว่าผิด 2.แล้วสำนึกผิด 3.จากนั้นจึงล้างมลทิน

สอดคล้องกับ คมสัน โพธิ์คง อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช อธิบายว่า พ.ร.บ.ล้างมลทิน จะใช้คู่กับพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ กล่าวคือ ให้ลืมว่าคนคนนั้นเคยกระทำผิดมา แต่ก็ถือว่าผู้นั้นมีความผิดอยู่ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าล้างมลทินแล้วไม่ผิด เช่น คดีฆ่าคนตายต้องโทษอยู่ได้รับการล้างมลทิน ซึ่งกฎหมายล้างมลทินใช้บังคับ 2 ประเภท 1.ผิดทางอาญา 2.ถูกสั่งลงโทษทางปกครอง คือ โทษทางวินัย

ทั้งนี้ การลงโทษอาญา คนนั้นต้องได้รับโทษมาแล้ว หรือถูกลงโทษบางส่วน ส่วนโทษทางปกครอง ภายในหน่วยงานสั่งให้ออกจากราชการ เมื่อถูกลงโทษก่อนปี 2550 จึงเข้าเงื่อนไข พ.ร.บ.ล้างมลทิน

“แต่กรณีคุณยงยุทธ (ปลัดกระทรวงมหาดไทยสมัยนั้น) กระทำการไม่ยกเลิกคำสั่งกรมที่ดิน ซึ่งเป็นการกระทำก่อนปี 2550 ไม่มีการตั้งกรรมการสอบสั่งลงโทษ แต่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูล และ อ.ก.พ.สั่งลงโทษตามมติ ป.ป.ช. ภายหลังปี 2550 จึงไม่อยู่ในเงื่อนไขกฎหมายล้างมลทิน”

คมสัน เทียบเคียงให้เห็นว่า อย่างกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ก็ถือเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ยังไม่ถูกลงโทษทัณฑ์ตามกระบวนการศาล เมื่อเป็นเช่นนี้จึงไม่เข้าหลักกฎหมายล้างมลทินปี 2550 แต่ ยงยุทธ กลับไปอ้างใช้กฎหมายล้างมลทินย้อนหลังได้อย่างไร

ไม่เพียงเท่านั้น กรณีของ ยงยุทธ ไม่ว่า อ.ก.พ.สั่งลงโทษให้ออกจากราชการแล้วล้างมลทินก็ตาม ก็ทำให้นำไปสู่ประเด็นคุณสมบัติต้องห้ามการเป็นรัฐมนตรีและ สส. ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญปี 2550 ซึ่งบทบัญญัติมาตรา 91 สส.สามารถเข้าชื่อ 1 ใน 10 ร้องต่อประธานสภา เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยผู้นั้นพ้นสมาชิกภาพได้ หรืออีกทางหนึ่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 91 วรรคท้าย ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไต่สวนแล้วส่งเรื่องให้ประธานสภา เสนอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยพ้นสมาชิกภาพ

“การที่ อ.ก.พ. มีมติให้คุณยงยุทธออกจากราชการ แต่ยังเป็น สส.อยู่ ยิ่งทำให้ถูกนำไปตีความ ทำให้ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยให้ชัดเจนว่า เมื่อได้ล้างมลทิน จะเหนือกว่าบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 102 ในการกำหนดคุณสมบัติต้องห้ามเป็น สส.หรือไม่”

อย่างไรก็ตาม คมสัน ทิ้งท้ายว่า หากอ้างมติลงโทษแล้วนำกฎหมายล้างมลทินมาใช้ย้อนหลัง หลักการล้างมลทินย่อมเสียไป คนทำผิดไม่ต้องรับโทษ รอกฎหมายล้างมลทิน มาตรการที่กำหนดโดยรัฐในการจัดการคนผิดก็เจ๊งหมด ไม่เกรงกลัวกฎหมาย

ชูศักดิ์ ศิรินิล ที่ปรึกษาคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การลงโทษข้าราชการต้องมีผลเมื่อผู้นั้นยังเป็นข้าราชการอยู่ ดังนั้นคำสั่งของ อ.ก.พ. กระทรวงมหาดไทย ในการลงโทษปลดออก ยงยุทธ แม้จะมีคำสั่งในขณะนี้ แต่ผลของคำสั่งก็ต้องมีผลย้อนหลังไปในช่วงที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ ดังนั้นกรณีของ ยงยุทธ จึงถือว่าถูกลงโทษเรียบร้อยแล้ว เข้าหลักเกณฑ์ พ.ร.บ.ล้างมลทิน และถือว่าไม่มีผลกระทบต่อตำแหน่งรัฐมนตรีของ ยงยุทธ

ณ วันนี้ ยงยุทธ ขอยืนหลังพิงฝาหน่วยงานด้านกฎหมายรัฐบาล เพื่อขอทำหน้าที่รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย แต่มติ ป.ป.ช. ก็เป็นเงาตามตัวให้องค์กรด้านกฎหมายหยิบยกขึ้นมาตีความ ซึ่งนำไปสู่ชนวนให้ฝ่ายค้านยื่นซักฟอกปัญหาคุณสมบัติการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่อไปอย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท