
อภ.กับยาแก้ "เซ็กซ์เสื่อม" (2)
ความจริง “เซ็กซ์” เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์ เป็นส่วนหนึ่งของสัญชาตญาณที่ต้องการสืบพันธุ์ ซึ่งเป็นเรื่องของธรรมชาติเพื่อเป็นแรงจูงใจในการสืบเผ่าพันธุ์ ธรรมชาติจึงสร้างให้กระบวนการในการผสมพันธุ์มีรสชาติดึงดูดใจอย่างรุนแรง ไม่เช่นนั้นมนุษย์อาจไม่สนใจในการ “ผสมพันธุ์” ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญพันธุ์ได้ในที่สุด
ความจริง “เซ็กซ์” เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์ เป็นส่วนหนึ่งของสัญชาตญาณที่ต้องการสืบพันธุ์ ซึ่งเป็นเรื่องของธรรมชาติเพื่อเป็นแรงจูงใจในการสืบเผ่าพันธุ์ ธรรมชาติจึงสร้างให้กระบวนการในการผสมพันธุ์มีรสชาติดึงดูดใจอย่างรุนแรง ไม่เช่นนั้นมนุษย์อาจไม่สนใจในการ “ผสมพันธุ์” ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญพันธุ์ได้ในที่สุด
แรงบีบคั้นให้ต้องการผสมพันธุ์นี้รุนแรงมาก โดยเฉพาะในวัยรุ่นและวัยหนุ่มสาว การระงับยับยั้งหรือการปิดกั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก คนสมัยก่อนจึงเริ่มใช้ชีวิตคู่กันตั้งแต่อายุยังน้อย โรมิโอ จูเลียต ซึ่งเป็นวรรณกรรมเรื่องเอกเรื่องหนึ่งของเชกสเปียร์ จูเลียตก็อายุแค่ 14 ปี พระลอ พระเอกในวรรณคดีไทย ก็อายุเพียง 14 ปีเท่านั้น
ในอินเดียสมัยก่อนถึงขนาดทำพิธีแต่งงานให้เด็กมาอยู่กินด้วยกันตั้งแต่อายุยังน้อย ผู้ที่พยายามจะระงับยับยั้งสัญชาตญาณนี้ของมนุษย์ มักจะต้องเผชิญกับความยากลำบาก ดังประสบการณ์ของพระสายวิปัสสนาหลายรูปในประเทศไทย เช่น ท่านพระอาจารย์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ก็เคยเล่าไว้ว่า ต้องดับความรู้สึกนี้ด้วยการอดข้าวหลายวัน บางครั้งยังไม่สำเร็จ ต้องเสริมด้วยการนั่งสมาธิทั้งวันทั้งคืนจนก้นเน่า ความรู้สึกรบกวนจึงหายไป แต่พอกลับไปฉันอาหารใหม่ ไม่นาน “มัน” ก็กลับมาอีก
ธรรมชาติของมนุษย์ในเรื่องการสืบพืชพันธุ์ มีความแตกต่างจากสัตว์โดยมากในสองเรื่อง คือ 1) ช่วงการที่จะผสมพันธุ์จนติดลูกได้ มีช่วงสั้นราว 1 สัปดาห์ในแต่ละรอบเดือน และ 2) ลูกที่เกิดมาจะต้องการการเลี้ยงดูยาวนานกว่าสิบปี กว่าเด็กจะช่วยเหลือตัวเองได้ ในขณะที่สัตว์โดยมากมักผสมพันธุ์กันในช่วงติดสัด และเวลาในการเลี้ยงดูก็สั้นกว่า มนุษย์จึงจำเป็นต้องอยู่กันเป็นครอบครัว ซึ่งสิ่งหนึ่งที่จะผูกพันมนุษย์ไว้เป็นครอบครัวได้ก็คือความสุขจากการมีเพศสัมพันธ์นั่นเอง
นอกจากนี้ ธรรมชาติของมนุษย์ที่มีสมองพัฒนาไปจนสูงสุดเหนือกว่าสัตว์ใดๆ ในโลก นอกจากความฉลาดแล้ว สมัยที่พัฒนาไปยังทำให้มนุษย์เป็นสัตว์ที่ “เหงา” ที่สุดในโลก เหงากว่าสัตว์ใดๆ ทั้งหมด มนุษย์จึงต้องหาทางขจัด บรรเทา หรือคลายเหงา เพศสัมพันธ์สามารถทั้งตอบสนองความต้องการความสุข การปลดปล่อยแรงขับดันตามธรรมชาติและช่วยคลายเหงาได้ ในที่สุดความสุขจากการมีเพศสัมพันธ์จึงกลายเป็นวัตถุประสงค์สำคัญของการร่วมเพศ มากยิ่งกว่าเพื่อการสืบพืชพันธุ์
ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่มีปัญหา “เซ็กซ์เสื่อม” จึงมีความทุกข์ และต้องการการแก้ไข ยาหรืออาหารบำรุงต่างๆ จึงเป็นสิ่งที่มนุษย์แสวงหามาแต่โบราณกาล เมื่อยาซิลเดนาฟิลออกสู่ท้องตลาด แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในทางลบจากบรรดาผู้ “เคร่ง” ศีลธรรม หรือผู้ “ห่วงใย” ปัญหาสังคม แต่บรรดาคนที่มีปัญหาทั้งหลายทุกระดับและทุกวงการ ต่างพากันกระซิบกระซาบถามหายานี้กันให้เซ็งแซ่ มีน้อยคนที่กล้าประกาศตัว อย่างฮิวจ์ เฮฟเนอร์ เจ้าพ่อแห่งนิตยสารเพลย์บอย วัยกว่า 70 ในขณะนั้น ที่ประกาศชัดเจนว่า ยานี้คือของขวัญจากพระเจ้าที่ช่วยชุบชีวิตให้กลับมา “เสพสมภิรมย์รื่น” ได้อีก
โรค “เซ็กซ์เสื่อม” นั้น แท้จริงแล้วก็เหมือนโรคทางกายอื่นๆ เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน เข่าเสื่อม ไตพิการ จึงจำเป็นต้องการการรักษาเยียวยา โรคนี้จากการศึกษาพบว่า มีสาเหตุจากทางกาย 70% จากจิตใจ 30% แต่เมื่อเป็นไประยะหนึ่ง ผู้ที่เป็นจากสาเหตุทางกายจะมีอาการทางจิตใจแทรกซ้อนเข้ามาด้วย และโรคนี้มักก่อผลกระทบให้แก่คู่สมรส ซึ่งก็มักยังต้องการความสุขจากเพศสัมพันธ์ด้วย ทำให้เกิดความเครียดเรื้อรังในครอบครัว
น่าแปลกที่โรคทางกายทั่วไปได้รับการยอมรับว่าสมควรเยียวยารักษา แต่โรคนี้หลายคนเห็นว่าควรยอมรับสภาพ หรือให้ปลงเสีย แน่นอนว่า มีคนส่วนหนึ่งที่สามารถยอมรับสภาพหรือปลงได้อย่างดี แต่คนโดยมากซึ่งเป็นปุถุชนมักปลงไม่ได้ หรือปลงไม่ตก ก็เกิดความทุกข์และเป็นปัญหา เมื่อมียามาช่วยแก้ไขได้ จึงควรเป็นเรื่องน่ายินดี
ปัญหาของยานี้ เมื่อเข้ามาใหม่ๆ นอกจากมีข้อจำกัดในการใช้ ทำให้เข้าถึงยากแล้ว ยังมีอีก 2 ปัญหา คือ ราคาแพงและมียาปลอมเข้ามาแอบขาย ซึ่งพบว่ายาปลอมบางอย่างนอกจากไม่ได้ผลแล้วยังมีอันตราย เพราะเอายาเบาหวานซึ่งมีสีคล้ายกันไปบดแล้วมาอัดเม็ดใหม่ แทนที่จะได้ยาที่ต้องการ กลับได้ยาเบาหวานไปกิน นอกจากไม่ได้ผล แล้วยังอาจเป็นลมหน้ามืดจากน้ำตาลต่ำด้วย
โดยที่ยานี้ไม่มีสิทธิบัตรในประเทศไทย และสิทธิผูกขาดตามระบบ “การกำกับดูแลความปลอดภัย” ที่ใช้กับยาใหม่ ก็มีอายุเฉลี่ยเพียง 23 ปี จึงควรมีการผลิต “ยาชื่อสามัญ” ออกมาจำหน่าย เพื่อให้ราคาถูกลง ให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และย่อมสามารถแก้ปัญหายาปลอมได้ด้วย เพราะเมื่อมียาคุณภาพดี ราคาถูกให้ใช้ได้ง่าย ยาปลอมก็ไม่สามารถอยู่ได้ และยานี้ในอินเดียและจีนก็ผลิตออกขายกันอย่างแพร่หลาย ใครที่เดินทางไปอินเดียหรือจีน หรือตามชายแดนอย่างที่ท่าขี้เหล็ก ก็จะพบได้โดยง่าย
ด้วยเหตุผลต่างๆ ดังกล่าวแล้ว กรรมการองค์การเภสัชกรรมสมัยหนึ่ง จึงมีนโยบายให้องค์การเภสัชกรรมผลิตยานี้ออกมาจำหน่าย เพราะเห็นได้ชัดเจนว่ายานี้เป็นยารักษาโรคมิใช่ยาปลุกเซ็กซ์ และสามารถแก้ปัญหายาราคาแพง เข้าถึงยาก และยาปลอมได้ การผลิตยานี้ออกมาจึงเป็นภารกิจที่สมควรขององค์การเภสัชกรรมอย่างชัดเจน อย่างไรก็ดี การผลิตยาชื่อสามัญออกมาก็ต้องใช้เวลาในการศึกษาวิจัย ทั้งในการผลิต การศึกษาชีวสมมูล และการขึ้นทะเบียนจึงต้องใช้เวลาราวสามปีกว่ายากจะออกสู่ท้องตลาดได้
เวลานี้มียาใหม่ๆ ที่พัฒนาต่อจากยาซิลเดนาฟิล เข้ามาในท้องตลาดหลายปีแล้ว องค์การเภสัชกรรมจึงไม่ควรหยุดอยู่แค่ยาตัวนี้เท่านั้น







