posttoday
ยงยุทธ ยิ่งอยู่ ยิ่งลักษณ์ ยิ่งเหนื่อย

ยงยุทธ ยิ่งอยู่ ยิ่งลักษณ์ ยิ่งเหนื่อย

25 กันยายน 2555

ขณะนี้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กำลังถูกท้าทายจากปัจจัยรอบด้านในเวลานี้ ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ การเมือง ไม่เว้นแม้แต่ปัญหาทางจริยธรรม

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

ขณะนี้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กำลังถูกท้าทายจากปัจจัยรอบด้านในเวลานี้ ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ การเมือง ไม่เว้นแม้แต่ปัญหาทางจริยธรรม

สองปัญหาแรกอาจจะไม่เหนื่อยเท่าไหร่สำหรับรัฐบาล ต่อให้เศรษฐกิจจะวิกฤตแค่ไหน หรือการเมืองจะร้อนอย่างไร รัฐบาลก็คงสามารถถูลู่ถูกังอยู่ต่อไปเรื่อยโดยอ้างความชอบธรรมสารพัด แต่กับปัญหาจริยธรรม คงยากที่จะผ่านด่านไปได้ง่าย

รัฐบาลจะเป็นรัฐบาลได้อย่างไรเมื่อมีปัญหาทางจริยธรรม

ล่าสุดกำลังถูกท้าทายด้านจริยธรรมจากกรณี ‘ยงยุทธ วิชัยดิษฐ’ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย จากปัญหาที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์

กรณีดังกล่าวสืบเนื่องมาจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่มีคำสั่งยกเลิกการเป็นธรณีสงฆ์ของที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ เป็นความผิดตามมาตรา 157 ของประมวลกฎหมายอาญา และส่งเรื่องไปที่อัยการสูงสุดฟ้องคดีต่อศาลอาญา และให้กระทรวงมหาดไทยในฐานะผู้บังคับบัญชาพิจารณาโทษทางวินัยต่อไป

ทันทีที่ ป.ป.ช.มีมติดังกล่าวเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ได้เกิดกระแสให้ยงยุทธลาออกจากตำแหน่งเพื่อแสดงสปิริต โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่าจะให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการตามความเห็นของ ป.ป.ช.ได้อย่างไร ในเมื่อเจ้านายตัวเองยังนั่งเป็นเจ้ากระทรวงอยู่ทั้งคน

ยิ่งลักษณ์ ก็ปฏิเสธปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปล่อยให้คาราคาซังต่อไป ด้าน มท1.ก็แก้ปัญหาด้วยการให้ ชูชาติ หาญสวัสดิ์ รมช.มหาดไทย มานั่งหัวโต๊ะเป็นประธานประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) แทน เพื่อพิจารณากรณีนี้และแสดงออกในทางอ้อมว่าเจ้ากระทรวงโชว์สปิริตแล้วในระดับหนึ่ง

กระทั่ง อ.ก.พ.มีมติปลดยงยุทธออกจากราชการ แต่ได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มีพระชนมพรรษา 80 พรรษา พ.ศ. 2550 เนื่องจากเป็นความผิดที่เกิดขึ้นก่อนปี 2550 จึงถือว่ายงยุทธไม่เคยถูกลงโทษหรือถูกลงทัณฑ์ทางวินัย

ปรากฏว่ามติของ อ.ก.พ.ที่ออกมา ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับข้อกฎหมายเป็นอย่างมากว่าจงใจช่วยเหลือหัวหน้าพรรคเพื่อไทยหรือไม่

ข้อวิจารณ์ที่สำคัญ คือ ยงยุทธน่าจะพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีแล้ว ทันทีที่ อ.ก.พ.มีมติให้ปลดจากราชการ เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 174 (4) และ 102 (6) ว่าคุณสมบัติรัฐมนตรีจะต้องไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการด้วยเหตุจากการทุจริตต่อหน้าที่

ยงยุทธ ยิ่งอยู่ ยิ่งลักษณ์ ยิ่งเหนื่อย

 

นอกจากนี้ บุคคลที่เข้าข่ายได้รับประโยชน์จากกฎหมายล้างมลทินตามมาตรา 5 กำหนดให้ต้องได้รับโทษส่วนหนึ่งก่อน ซึ่งในที่นี้หมายถึงต้องออกจากตำแหน่ง ถึงจะได้รับการชำระมลทินตามกฎหมาย โดยเป็นแนวความเห็นที่คณะกรรมการกฤษฎีกาได้ระบุเอาไว้ตั้งแต่ปี 2552

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นพบว่า ไม่มีการออกจากตำแหน่งเพื่อล้างมลทิน เพราะเชื่อในหลักกฎหมายของตัวเองว่าได้ออกจากราชการนับตั้งแต่เกษียณราชการในปี 2545 จึงไม่มีเหตุต้องได้รับโทษก่อนเข้ารับการล้างมลทินตามกฎหมาย ขณะเดียวกันได้เลือกจะทำหน้าที่ต่อไป

โดยเฉพาะเป็นประธานการประชุม ครม.แทนนายกฯ ในวันที่ 25 ก.ย. แบบไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม เพื่อพิจารณาโผโยกย้ายบุคคลมาดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด

ปัญหานี้จะไม่เป็นปัญหาเลย ถ้ายงยุทธยอมลาออกก่อน อย่างน้อยจะช่วยให้ไร้ข้อกังขาในการกลับเข้าสู่ตำแหน่งรัฐมนตรีใหม่ได้ และถึงอย่างไรเสียนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ย่อมจะอ้าแขนรับให้กลับเข้ามานั่งในเก้าอี้ตัวเดิมอีกครั้ง

แต่เมื่อเลือกจะกอดความชอบธรรมของตัวเองมากกว่าจริยธรรมทางการเมืองต่อไป ก็ปฏิเสธความรับผิดชอบในอนาคตหากเกิดปัญหาตามมาภายหลังไม่ได้

แน่นอนว่า ในอนาคตอันใกล้นี้จะต้องนำกรณีนี้ขึ้นสู่ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อทำการวินิจฉัยการสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีตามมาตรา 182 ประกอบมาตรา 91

หากผลการวินิจฉัยออกมาเป็นคุณก็เป็นผลดีไป แต่ถ้าศาลวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่ง นั่นหมายความว่านอกจากยงยุทธจะหลุดเก้าอี้แล้ว ยังจะนำมาซึ่งความลำบากให้กับนายกฯ ด้วย

ยิ่งลักษณ์ต้องเผชิญกับคำถามทางจริยธรรมการเมืองและภาวะผู้นำอย่างมากมาย ทั้งในฐานะนายกรัฐมนตรี ผู้นำประเทศ หัวหน้ารัฐบาล

โดยอย่าลืมว่าก่อนหน้านี้ยิ่งลักษณ์ถูกท้าทายทางจริยธรรมมาแล้วจากเรื่อง “โกหกสีขาว” และการแต่งตั้ง “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายเป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์”

ในกรณีโกหกสีขาวของ “กิตติรัตน์ ณ ระนอง” รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง แม้จะยังไม่มีองค์กรตามรัฐธรรมนูญไหนออกมาวินิจฉัยว่าเป็นความผิดหรือไม่ แต่ก็ส่งผลให้เสียรังวัดพอสมควร กลายเป็นช่องว่างให้ฝ่ายค้านเอาไปเป็นประเด็นโจมตีและผลิตซ้ำวาทกรรม “รัฐบาลโกหกประชาชน” จนเป็นที่โจษจันไปทั่ว

เช่นเดียวกับการแต่งตั้งณัฐวุฒิเป็นรัฐมนตรี ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินได้วินิจฉัยแล้วว่าไม่มีความเหมาะสม โดยในความเห็นของผู้ตรวจฯ ยังได้ระบุความผิดพลาดของนายกฯ ในฐานะผู้แต่งตั้งรัฐมนตรีเป็นการเฉพาะ ว่า “นายกฯ ยังมิได้นำพฤติกรรมทางจริยธรรมของนายณัฐวุฒิ มาประกอบการพิจารณาเสนอชื่อบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีแต่อย่างใด”

โดยทั้งสองกรณียังคงเป็นข้อหาฉกรรจ์ที่ปัจจุบันยังรักษาไม่หาย แต่แทนที่จะกลบจุดอ่อนสร้างจุดแข็ง กลับกลายเป็นว่ารัฐบาลกำลังจะสร้างรอยแผลทางจริยธรรมให้ตัวเองเพิ่มเข้าไปอีกผ่านการอุ้มให้ยงยุทธนั่งเก้าอี้ต่อไป

การต้องเผชิญกับปัญหาเชิงจริยธรรมการเมืองเช่นนี้ ย่อมไม่เป็นประโยชน์ต่อเสถียรภาพของรัฐบาลในอนาคตแน่นอน

ความศรัทธาของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลจะลดน้อยลงเรื่อยๆ แม้จะไม่เห็นผลลัพธ์ในวันสองวันนี้ แต่ระยะยาวใครจะรู้ ตัวอย่างมีให้เห็นมาแล้วไม่ใกล้ไม่ไกลในปีช่วงสมัยที่ 2 ของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

ดังนั้น คงถึงเวลาแล้วที่ยิ่งลักษณ์ต้องแสดงพลังแฝงในตัวเองออกมาให้ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ยึดระบบมากกว่าตัวบุคคล เพื่อความอยู่รอดของรัฐบาล ถ้าตราบใดยังเชื่อในหลักการว่า “ความรับผิดชอบทางจริยธรรมสำคัญกว่าความรับผิดชอบทางกฎหมาย”

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า