
ทางออก
ดูเหมือนว่าการเผชิญปัญหาเศรษฐกิจอย่างเดียวจะยังไม่เร้าใจพอ ช่วงนี้ทั่วโลกเลยมะรุมมะตุ้มเพิ่มเอาปัญหาการเมืองระหว่างประเทศร้อนๆ
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ
ดูเหมือนว่าการเผชิญปัญหาเศรษฐกิจอย่างเดียวจะยังไม่เร้าใจพอ ช่วงนี้ทั่วโลกเลยมะรุมมะตุ้มเพิ่มเอาปัญหาการเมืองระหว่างประเทศร้อนๆ มาทะเลาะกันเพิ่มดีกรีให้ร้อนแรงขึ้นไปอีก ทั้งเรื่องหนังหมิ่นศาสนาและการชิงเกาะระหว่างจีน-ญี่ปุ่น
เคยมีนักวิเคราะห์บอกไว้ก่อนหน้านี้ว่า ศึกชิงเกาะเตียวหยู หรือเซนกากุนั้น จะทำให้ญี่ปุ่นเป็นฝ่ายเสียหายหนักกว่า เพราะยังบอบช้ำมาไม่หายจากแผ่นดินไหวปีที่แล้ว ซึ่งทำให้ต้องอัดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างหนักจนคลังใกล้หมดเงิน และต้องเร่งระดมทุนรอบใหม่ ต่างจากจีนที่เหนือกว่าทั้งในด้านเงินสด ขนาดเศรษฐกิจ และการเป็นผู้ส่งออกอันดับ 1 ของญี่ปุ่น
เฉพาะปีที่แล้วเพียงปีเดียว การค้าระหว่างทั้งสองประเทศก็มีมูลค่าสูงถึง 3.43 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 10.3 ล้านล้านบาท) ซึ่งสูงกว่าจีดีพีของประเทศไทยทั้งประเทศในปี 2554 เสียอีก
ทว่าหากลองพิเคราะห์ดูจริงๆ แล้วจะเห็นว่า จีนเองก็น่าจะโดนหนักไม่ได้แพ้ฝั่งญี่ปุ่นเลย เพราะลำพังเงินหนาอย่างเดียวนั้นก็ใช่ว่าจะซื้อได้ทุกอย่างเสมอไป
และหากยังจำได้ถึงช่วงน้ำท่วมใหญ่ในไทยเมื่อปลายปีที่แล้ว ก็น่าจะยังจำได้เช่นกันว่า ในยุคโลกาภิวัตน์เช่นนี้ ระบบเศรษฐกิจหลายด้านล้วนเชื่อมโยงกันอย่างไม่อาจตัดขาดจากกันได้ โดยเฉพาะด้านซัพพลายเชนของยุคสินค้าราคาถูก ในขณะที่จีนและญี่ปุ่นต่างก็เป็นถึงเขตเศรษฐกิจใหญ่สุดเบอร์ 2 และเบอร์ 3 ของโลก
บทวิเคราะห์ของเอเอฟพีระบุไว้ว่า สิ่งที่จีนจะได้รับผลกระทบอย่างหนักจากข้อพิพาทกับญี่ปุ่นก็คือ การขาดเทคโนโลยีโนว์ฮาว
แม้จีนจะเป็นโรงงานผลิตอันดับ 1 ของโลก แต่จีนก็ยังไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะผลิตสินค้าในกลุ่มไฮเทคโนโลยี ซึ่งต้องใช้เทคโนโลยีโนว์ฮาว
บรรดาสมาร์ตโฟน ทีวี และกล้องวิดีโอของหลายแบรนด์ชั้นนำ อาจติดป้ายว่าเมดอินไชนา แต่ชิ้นส่วนเฉพาะบางอย่างนั้นยังคงต้องผลิตและนำเข้ามาจากญี่ปุ่น ซึ่งมีเทคโนโลยีที่เหนือชั้นกว่า
ปัญหาพิพาทกับญี่ปุ่น ซึ่งว่าที่ผู้นำจีนคนใหม่สีจิ้นผิง ออกโรงตำหนิญี่ปุ่นไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในแง่หนึ่ง อาจพอช่วยหันเหความสนใจไปจากการเมืองจีนได้บ้าง หลังจากที่การเปลี่ยนถ่ายอำนาจของจีนครั้งนี้ ถูกจับตามากที่สุดในรอบหลายปี ทั้งเรื่องการหายตัวไปของ สีจิ้นผิง ทั้งเรื่องของ ป๋อซีไหล และยังปัญหาเศรษฐกิจที่อาจทำให้การถ่ายอำนาจไม่ราบรื่นเท่ากับครั้งก่อนๆ
ทว่าในระยะยาวนั้น จีนเองก็คงไม่สามารถปล่อยให้ปัญหากับญี่ปุ่นบานปลายไปมากกว่านี้ เศรษฐกิจจีนเองก็ยิ่งกระทบหนัก ส่วนการเมืองในเวทีโลกโดยเฉพาะในน่านน้ำแถบนี้ ก็จะยิ่งโดดเดี่ยวมากขึ้น
หลายครั้ง ความแข็งกร้าวและการประจันหน้าก็อาจไม่ใช่ทางออกที่ดีเสมอไป







