
นาข้าวจม14จังหวัด4.3แสนไร่อ่วม
แม้สถานการณ์น้ำท่วมในบางพื้นที่เริ่มคลี่คลาย แต่ฝนที่ตกอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ปริมาณน้ำสะสมไหลลงสู่พื้นที่ลุ่ม จนเกิดน้ำท่วมอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
แม้สถานการณ์น้ำท่วมในบางพื้นที่เริ่มคลี่คลาย แต่ฝนที่ตกอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ปริมาณน้ำสะสมไหลลงสู่พื้นที่ลุ่ม จนเกิดน้ำท่วมอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รายงานว่า จากการติดตามสถานการณ์น้ำท่วม โดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียมสำรวจพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง รวม 14 จังหวัด พบว่าข้อมูลล่าสุดถึงวันที่ 11 ก.ย. 2555 มีนาข้าวถูกน้ำท่วมรวมประมาณ 1.37 ล้านไร่ หรือ 9.5% จากที่นารวม 14.39 ล้านไร่ใน 14 จังหวัด แบ่งเป็นนาข้าวที่อยู่ในช่วงตั้งท้องและช่วงที่กำลังเก็บเกี่ยว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่คาดว่าจะเสียหายปริมาณ 4.3 แสนไร่ ทำให้ผลผลิตข้าวปี 2555 ลดลงประมาณ 2.1 แสนตัน หรือลดลงประมาณ 0.8% ของปริมาณผลผลิตข้าวทั้งประเทศ 25 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวม 2,234 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมอยู่ในปัจจุบันเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งมักจะถูกน้ำท่วมเป็นประจำตามธรรมชาติและเป็นน้ำไหลผ่าน ยังไม่มีพื้นที่ใดถูกน้ำท่วมขังเหมือนปี 2554 ที่มีปริมาณสะสมค้างทุ่งอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือเป็นจำนวนมาก เพราะหากเป็นแบบน้ำท่วมขังจะทำให้นาข้าวได้รับความเสียหายมากกว่านี้
ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมโดยทั่วไปนั้น ล่าสุดในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี มีปริมาณน้ำจำนวนมากไหลจาก จ.สระแก้ว ทางแม่น้ำแควพระปรง แม่น้ำแควพระสทึงได้ตรงเข้าท่วมทั่วทุกพื้นที่ของ อ.กบินทร์บุรี
เริ่มตั้งแต่บริเวณถนนอนุกูล สายกบินทร์ทุ่งแฝก มีน้ำเข้าท่วมบ้านเรือนสองข้างทางริมถนนเส้นนี้สูงกว่า 30 เซนติเมตร ลามไปถึงตลาดเทศบาลกบินทร์บุรี ที่มีระดับน้ำสูงขึ้น 11.30 เมตร
โดยระดับน้ำดังกล่าวถือว่าสูงกว่าทุกปีที่ผ่านมา และยังคงสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้บรรดาร้านค้าในพื้นที่ต้องปิดกิจการลงชั่วคราว ประชาชนซึ่งมีความจำเป็นต้องเดินทางเข้าออกพื้นที่ ต้องอาศัยรถบรรทุกของทหารจาก มทบ.12 และรถของเทศบาลตำบลหรือเรือยางของเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย
นอกจากนี้ ยังมีปริมาณน้ำบางส่วนไหลลงสู่ อ.เมือง และ อ.บ้านสร้าง ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มแห่งสุดท้ายที่จะต้องรับน้ำจากอำเภอที่อยู่เหนือขึ้นไป
นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า ได้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและตรวจเยี่ยมผู้ประสบภัยที่ อ.กบินทร์บุรี ได้สรุปสถานการณ์ว่า น้ำท่วมขยายวงกว้างเข้าท่วมพื้นที่ 11 ตำบล มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยระดับน้ำท่วมสูงเฉลี่ยประมาณ 60 เซนติเมตร
ทั้งนี้ พบว่ามีสถานบริการสาธารณสุขถูกน้ำท่วม 6 แห่งใน 3 อำเภอ คือ อ.เมือง อ.ศรีมหาโพธิ อ.กบินทร์บุรี เป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ทั้งหมด ได้แก่ รพ.สต.ท่าตูม รพ.สต.บ้านทาม ต.ท่าตูม รพ.สต.บางบริบูรณ์ รพ.สต.สนทรีย์ รพ.สต.บ้านหาดนางแก้ว และ รพ.สต.ย่านรี ท่วมอาคารบริการชั้นล่าง
จิตรา พรหมชุติมา ผวจ.ปราจีนบุรี กล่าวหลังลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำว่าจะรับมือกับน้ำที่เข้าท่วม โดยเปิดประตูน้ำระบายที่ ต.หาดยาง อ.ศรีมหาโพธิ เพื่อระบายน้ำเข้าทุ่ง ซึ่งไม่กระทบต่อพื้นที่เกษตร และผันลงแม่น้ำปราจีน โดยได้ประเมินสถานการณ์แล้วว่า ยังรับน้ำได้
นอกจากนี้ ได้เร่งสูบน้ำในพื้นที่เศรษฐกิจ โดยเฉพาะในตลาดเทศบาลกบินทร์บุรี แต่ยอมรับเป็นห่วง อ.บ้านสร้าง เพราะเป็นพื้นที่ราบลุ่ม น้ำท่วมทุกปี และต้องรับน้ำต่อจาก อ.เมือง จึงได้สั่งการให้ทำแนวกำแพงให้สูงขึ้นในสถานที่สำคัญ ทั้งโรงพยาบาล ส่วนราชการ วัด และพื้นที่เศรษฐกิจ เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้น
ขณะที่น้ำท่วมในพื้นที่ จ.พิจิตร พบว่าน้ำจากแม่น้ำยมที่ไหลมาจาก อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก เริ่มไหลหนุนเอ่อล้นตลิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้น้ำเอ่อล้นตลิ่งในพื้นที่ อ.สามง่าม อ.โพธิ์ประทับช้าง อ.บึงนาราง และ อ.โพทะเล สูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณฝั่งตะวันตกของแม่น้ำยม ตั้งแต่ ต.รังนก อ.สามง่าม เลียบไปตลอดจนถึง ต.วังจิก อ.โพธิ์ประทับช้าง น้ำได้ทะลักท่วมบ้านเรือนราษฎรนับ 1,000 หลังคาเรือน ตลอดถนนบ้านใหม่วังจิก ฝั่งตะวันตกน้ำท่วมเป็นช่วงๆ ระยะทางกว่า 500 เมตร ระดับน้ำสูง 80 เซนติเมตร รถเล็กไม่สามารถวิ่งผ่านได้ โดยน้ำส่วนใหญ่ได้ไหลบ่าลงสู่ท้องนาของเกษตรกรซึ่งเก็บเกี่ยวไปแล้ว
ด้านตลาดเทศบาล อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งปริมาณน้ำเริ่มลดระดับลงใกล้เข้าสู่ภาวะปกติ พื้นที่จุดเศรษฐกิจการค้าบริเวณถนนเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ถนนบำรุงราษฎร์ และถนนราษฎร์อุทิศ ซึ่งเป็นถนนย่านเศรษฐกิจในตลาดอรัญประเทศ น้ำได้ลดลงหมดแล้ว รถยนต์สามารถวิ่งผ่านไปมาได้ ร้านค้าต่างๆ ทยอยเปิดค้าขายตามปกติ
ทั้งนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สภานายิกาสภากาชาดไทย พระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ แผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นผู้แทนพระองค์ นำชุดธารน้ำใจสภากาชาดไทยพระราชทาน พร้อมน้ำดื่มจากมูลนิธิโคคาโคลาประเทศไทย จำนวน 1,000 ชุด มูลค่าอีกกว่า 1 ล้านบาท ไปมอบให้แก่ราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร มาเป็นเวลานานกว่า 2 สัปดาห์แล้ว ซึ่งมีบ้านเรือนเสียหายกว่า 1,000 หลังคาเรือน ใน อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ ซึ่งชาวบ้านยังถูกน้ำท่วมขังอยู่กว่า 500 ครอบครัว และ อ.บ้านเขว้า อีกกว่า 500 ครอบครัว







