posttoday
ล้างปืนเมืองหลวง ลดอาชญากรรมนครบาล

ล้างปืนเมืองหลวง ลดอาชญากรรมนครบาล

24 กันยายน 2555

คงไม่มีปกติชนหน้าไหนที่พกอาวุธปืนกันอย่างดาษดื่นยามที่เคลื่อนย้ายตัวไปยังสถานที่ต่างๆ กลางเมืองกรุง

โดย...วัสยศ งามขำ

คงไม่มีปกติชนหน้าไหนที่พกอาวุธปืนกันอย่างดาษดื่นยามที่เคลื่อนย้ายตัวไปยังสถานที่ต่างๆ กลางเมืองกรุง เป็นข้อสันนิษฐานของตำรวจนครบาลที่ว่า คนที่พกปืนน่าจะเป็นผู้ไม่ประสงค์ดี การไล่ล่ากวาดจับบรรดาคนทั่วไปที่พกทูตมรณะ จึงกลายเป็นข้อที่เลี่ยงไม่ได้สำหรับตำรวจเมืองหลวงในขณะนี้

ตัวตั้งตัวตีในการกวาดล้างอาวุธปืนครั้งใหญ่ในเมืองกรุงครั้งนี้หนีไม่พ้น พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) นายตำรวจสายเหยี่ยวที่ขึ้นชื่อว่าเป็นนักสืบมือปราบตัวฉกาจ เพราะตั้งแต่ที่เขาก้าวมานั่งบนเก้าอี้ผู้จัดการนครบาล ก็ประกาศทันทีว่าจะลดอาชญากรรมเมืองกรุงให้ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวกับทรัพย์ ยาเสพติด และคดีฆาตกรรม และเป้าหมายแรกที่เขาเชื่อว่าจะทำให้คดีเหล่านี้ลดลงได้ นั่นก็คือการกวาดล้างอาวุธปืนและอาวุธสงคราม สัญลักษณ์แห่งอำนาจนอกรูปแบบที่สามารถใช้ก่อกระทำความผิดได้อย่างไม่เลือกเวลาและสถานที่

“ตั้งแต่ผมเข้ามารับตำแหน่งเมื่อราวกลางเดือน มิ.ย. ผมมองย้อนกลับไป 3 เดือน จะเห็นได้ชัดว่ามีสถิติคดีที่เกิดจากอาวุธปืนแทบทุกวัน บางวันเกิดขึ้น 2-3 คดีทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฆ่ากันตาย เด็กนักเรียนยิงกัน หรือแม้แต่ขับรถปาดหน้าแล้วยิงกัน นิดหน่อยก็ยิงกันตลอด แสดงให้เห็นว่าคนกรุงพกปืนกันมากทีเดียว ทั้งปืนมีทะเบียนและปืนเถื่อน แล้วตำรวจก็ต้องมาวิ่งไล่จับโดยที่ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ ผมเลยคิดว่าทางแก้ปัญหาที่ดีที่สุด คือต้องไล่เก็บปืนพวกนี้ครับ” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าว

ล้างปืนเมืองหลวง ลดอาชญากรรมนครบาล

 

เขากล่าวต่อว่า นอกจากอาวุธปืนที่กลาดเกลื่อนตามท้องถนนแล้ว ยังพบด้วยว่าเมื่อมีการจับกุมคดียาเสพติดก็มักจะพบว่ามีอาวุธปืนควบคู่อยู่ด้วย จึงเป็นข้อพิสูจน์ว่าสถานการณ์การพกปืนในเมืองหลวงอยู่ในภาวการณ์ที่เสี่ยงอย่างยิ่ง เพราะตำรวจเองก็โดนยิงสวนอยู่บ่อยครั้ง จึงได้สั่งการให้ทุกโรงพักในนครบาลใช้ทุกมาตรการในการจับกุมอาวุธปืน โดยเฉพาะการตั้งด่านบนถนนสายหลักและสายรองเพื่อตรวจค้นทั้งกลางวันและกลางคืน ขณะเดียวกันก็ให้สายตรวจคอยตรวจค้นกลุ่มวัยรุ่นที่จับกลุ่มกันในช่วงค่ำคืนด้วย เพราะพวกนี้ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะก่อเหตุร้ายได้ตลอดเวลา

ผบช.น. กล่าวต่อว่า จากการระดมกวาดล้างอาวุธปืนที่ผ่านมานั้น สามารถจับกุมปืนเถื่อนและปืนมีทะเบียน แต่นำมาพกพาโดยไม่มีใบอนุญาตได้จำนวนมาก ทั้งนี้ การไล่ระดมได้แบ่งออกเป็น 3 ช่วง ประกอบด้วย ระหว่างวันที่ 22-26 มิ.ย. จับกุมได้รวม 240 กระบอก โดยเขตกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (บก.น.1) ที่ครอบคลุมย่านดินแดง ห้วยขวาง มักกะสัน ที่เรียกได้ว่าเป็นใจกลางเมืองกรุงก็ว่าได้ จับกุมได้มากที่สุด 46 กระบอก ช่วงที่ 2 ระหว่างวันที่ 23-28 ก.ค. จับกุมได้ 349 กระบอก ซึ่งเขตที่จับกุมได้มากที่สุดคือ บก.น.1 อีกเช่นกัน จำนวน 87 กระบอก และช่วงที่ 3 ล่าสุด คือระหว่างวันที่ 716 ก.ย.ที่ผ่านมา จับกุมได้ 178 กระบอก โดย บก.น.1 ยังคงครองแชมป์ จับได้มากสุด 40 กระบอก ในขณะที่ บก.น.4 สามารถจับระเบิด ได้ 1 ลูกด้วย

“เหตุที่เขต บก.น.1 มีผลการจับกุมสูงกว่าเขตอื่น ก็เพราะว่าเป็นย่านที่คนเข้ามาในพื้นที่นี้เยอะ เพราะเป็นกรุงเทพฯ ชั้นใน และยังมีสถานบริการหลายประเภทตั้งอยู่ด้วย จึงต้องเข้มงวดเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงแล้วแม้ว่าการระดมจับปืนทั้ง 3 ครั้ง จะได้อาวุธปืนถึง 767 กระบอกก็ตาม แต่จริงๆ แล้วเราได้มากกว่านั้น เพราะนอกจากช่วงระดมเราก็มีการจับได้อย่างต่อเนื่อง เชื่อได้ว่าผลการจับกุมทั้งหมดนั้นน่าจะอยู่ที่ราว 1,000 กระบอกไปแล้ว และในจำนวนนี้มีอาวุธปืนที่เป็นอาวุธสงคราม ไม่ว่าจะเป็น อาก้า เอ็ม-16 และอื่นๆ ราว 20 กระบอก” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าว

เขากล่าวต่อว่า หลังจากการกวาดล้างอาวุธปืนมาอย่างต่อเนื่อง เห็นได้ชัดว่าคดีอาชญากรรมในเขตนครบาลเริ่มลดลงแล้ว จากการประเมินน่าจะลดลงเกือบ 50% ดูได้จากคดีที่เกิดขึ้นในรอบ 2 เดือน แทบไม่มีคดีที่เกิดจากอาวุธปืนเลย บางวันไม่มีคดีที่คนร้ายใช้อาวุธปืนเลยก็ว่าได้ แสดงว่าวิธีการตรวจจับอาวุธปืนนี้เริ่มได้ผล เดินมาถูกทาง เพราะนอกจากคดีที่เกี่ยวกับอาวุธปืนลดลงแล้ว คดีอาชญากรรมที่เกี่ยวกับลัก วิ่ง ชิง ปล้น ก็ลดตามลงมาด้วย เพราะปืนเป็นปัจจัยต่อเนื่องกันกับแก๊งคนร้ายพวกนี้ ตำรวจนครบาลกล้าคุยได้ว่าลดอาชญากรรมในกรุงเทพฯ ได้สำเร็จ

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวด้วยว่า สำหรับปืนที่ยึดมาได้นั้นส่วนใหญ่จะยึดจากกลุ่มชายช่วงวัยรุ่นตอนปลายถึงวัยกลางคน ที่มักจะพกติดเอาไว้ในรถยนต์ หรือไม่ก็พกติดตัวในขณะขับรถจักรยานยนต์เป็นหลัก ส่วนใหญ่เป็นปืนเถื่อน คือเป็นปืนที่ถูกต้องตามกฎหมายมาก่อน แต่ถูกนำไปลบเลขทะเบียนออก เพื่อป้องกันการสืบหาที่มาที่ไป ต่างกับสมัยก่อนที่มักจะนิยมพกปืนไทยประดิษฐ์ ซึ่งปืนประเภทนี้ลดความนิยมลงไป เนื่องจากอันตรายและไม่มีความแม่นยำ แต่ก็ยังมีอยู่บ้างที่จับกุมได้ ทั้งนี้ สำหรับปืนที่จับกุมได้นั้นจะถูกนำไปตรวจสอบหัวกระสุนที่สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อตรวจสอบดูประวัติจากเข็มแทงชนวน

“หากพบว่าปืนกระบอกใดมีการก่อคดีมาก่อน ผู้ที่พกพาจะต้องถูกสอบสวนขยายผลและดำเนินคดีอาญาด้วย เนื่องจากคดีที่เกิดจากอาวุธปืนแต่ละคดีเจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบหัวกระสุนและปลอกกระสุนอยู่แล้วทุกคดี หากผลการตรวจสอบออกมาตรงกันก็เลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้ ผู้ที่ถูกจับกุมอาวุธปืนทุกคดีจะต้องถูกค้นบ้านพักตามมาตรการของตำรวจนครบาล เพราะเชื่อว่าหากพกปืนแล้วคนคนนั้นก็น่าจะมีของผิดกฎหมายซ่อนอยู่ที่บ้านด้วย ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะเกือบทุกคดีที่ขยายผลไปค้นบ้านพักผู้ต้องหา ตำรวจจะพบเครื่องกระสุนซ่อนอยู่จำนวนมาก หรือไม่ก็เป็นยาเสพติด ซึ่งจะถูกดำเนินคดีเพิ่มเติมด้วย” ผบช.น. กล่าว

เขากล่าวต่อว่า กำลังประสานไปยังกระทรวงมหาดไทยที่มีหน้าที่โดยตรงในการออกใบอนุญาตครอบครองอาวุธปืน ว่า ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมานั้น มีการอนุญาตให้บุคคลมีอาวุธปืนไปแล้วกี่กระบอกและออกให้กับใครบ้าง เพื่อเป็นแนวทางในการรวบรวมสถิติและเบาะแสในการคลี่คลายคดีอาชญากรรม เชื่อว่าการซื้อขายปืนสวัสดิการของเจ้าหน้าที่รัฐเป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้ปืนเถื่อนระบาด เนื่องจากมีราคาถูกกว่าท้องตลาดเกือบครึ่ง บางคนซื้อแบบผ่อนชำระรายเดือน แล้วลบเลขทะเบียนนำไปขายเถื่อนต่อยังมือที่สาม ทำให้ได้เงินก้อนมาใช้

“ผมขอเตือนไปยังผู้ที่พกปืนด้วย หากเป็นปืนที่ถูกกฎหมายก็ควรจะเก็บไว้ป้องกันตัวที่บ้านพักตามที่กฎหมายกำหนด ยกเว้นผู้ที่มีใบพกพาเท่านั้น ซึ่งก็มีอยู่น้อยคนที่มี ส่วนปืนเถื่อนนั้นหากพกพาติดตัวก็ผิดกฎหมายอยู่แล้ว จะถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด และหากพบว่าปืนนั้นก่อคดีมาด้วย ก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามคดีที่เคยก่อไว้อีกด้วย” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวทิ้งท้าย

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท