posttoday
คนกรุง....รับสภาพปรับวิถีชีวิตเลี่ยงม็อบ

คนกรุง....รับสภาพปรับวิถีชีวิตเลี่ยงม็อบ

22 มีนาคม 2553

ความขัดแย้งทางการเมืองที่ส่อยืดเยื้อและยากจะหาทางออก ได้ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของคนกรุงเทพฯ ที่ต้องสัญจรไปมาอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงใช้แผนดาวกระจายเคลื่อนขบวนไปตามถนนหนทางต่างๆ ทั่วเมือง ส่งผลให้การจราจรติดขัด มีการปิดเส้นทางในบางจุด มีการตั้งด่านตรวจตราเข้มงวด ทำให้คนเมืองต้องปรับตัวในการดำรงชีวิต และทำใจต่อสถานการณ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ชาย ฉินนะโชติ อายุ 48 ปี อาชีพรับราชการ บอกว่า ปกติจะเดินทางไปทำงานตั้งแต่เช้า จึงไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการจราจรมากนัก แต่ก็ไม่สนับสนุนให้มีการปิดการจราจรหรือมีการชุมนุมยืดเยื้อ เพราะคิดว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสม ในฐานะคนไทยคนหนึ่งอยากให้ผู้ชุมนุมทุกคนเคารพกฎหมายเป็นหลัก

“ถ้าการชุมนุมยาวออกไปอีก เพื่อนๆ ข้าราชการก็หนักใจ ทุกวันนี้ฟังวิทยุ ดูข่าวตลอด เพื่อจะได้รู้ว่าเส้นทางจราจรที่ไหนติดขัดบ้าง แต่เชื่อว่าพวกเรายังคงไปทำงานได้” ชาย กล่าว

วิชาญ สิริวันต์ อายุ 39 ปี อาชีพค้าขาย มองผลของการชุมนุมอง 2 แบบ อย่างแรก ถ้าชุมนุมในระยะสั้นก็ถือเป็นสิทธิเสรีภาพของคนไทยในการแสดงออกเรื่องจุดยืนทางการเมือง และเป็นสิทธิของคนกรุงเทพฯ ที่จะออกมาสนับสนุนการชุมนุมในครั้งนี้ หากมีความเห็นสอดคล้องกับอุดมการณ์ของคนเสื้อแดง แต่อยากให้เป็นการแสดงจุดยืนในระยะสั้นๆ ให้คนทั้งประเทศได้เห็นแล้วค่อยสลายไป ไม่เช่นนั้นจะมีผลในระยะยาว คือ สภาพการจราจรที่ติดขัด โดยเฉพาะที่มีการเคลื่อนไปตามจุดต่างๆ รอบกรุงเทพฯ

“หากการชุมนุมยืดเยื้อไปอีก 12 สัปดาห์ จะมีผลทำให้คนกรุงเทพฯ อยู่ในสภาวะเครียด เพราะเส้นทางการจราจรที่ไม่แน่นอน ปกติผมใช้รถ ปอ.11 เป็นประจำ ผ่านเส้นทางผ่านฟ้าฯราชดำเนิน ตอนนี้ต้องเลี่ยงไปใช้เส้นที่อ้อมกว่าเดิม แต่ก็ต้องทำใจ แต่คิดว่าการชุมนุมคงไม่ยืดเยื้อเท่าเสื้ออีกสีหนึ่ง เพราะตอนนี้ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองคงกำลังหาทางออกอยู่” วิชาญ กล่าว

ตาล เจ้าของร้านปี แม่กลอง จำหน่ายพระเครื่อง พระทองเหลือง ฯลฯ ในบริเวณวัดราชนัดดา บอกว่า ตั้งแต่มีการชุมนุมของคนเสื้อแดง พบว่ายอดขายลดลงราว 7080% ทีเดียว จากปกติที่จะขายได้วันละ 1,000 บาท เหลือวันละ 200300 บาทเท่านั้น ซึ่งเป็นเพราะว่าคนทั่วไปกลัวและไม่กล้าเข้าในในบริเวณถนนราชดำเนิน ประกอบกับการเปิดการจราจร และการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการเดินรถของรถประจำทาง คนต่างจังหวัดได้ยินข่าวการชุมนุมก็ไม่กล้ามา ทำให้ยอดขายลดลงอย่างมาก อยากให้รัฐบาลจัดการหรือทำอะไรสักอย่างเพื่อให้การชุมนุมยุติโดยเร็ว เพื่อจะได้ค้าขายได้ตามปกติ

“การเดินทางมายังร้านค้าที่อยู่ในวัดราชนัดดาก็ลำบากขึ้น จากที่นั่งรถเมล์มา 2 ต่อ เสียค่ารถไม่เกิน 20 บาท ตั้งแต่มีม็อบเข้ามาก็ต้องเดินทางด้วยรถแท็กซี่ ทำให้เสียค่าเดินทางเพิ่มขึ้นวันละ 100 กว่าบาท ตอนกลับก็ต้องกลับเร็วขึ้น เพราะกลัวไม่มีรถกลับบ้าน เท่าที่เฝ้าติดตามการชุมนุมของคนเสื้อแดงเห็นว่าก็ดี เป็นการชุมนุมอย่างสงบ ไม่สร้างความวุ่นวาย แต่ไม่รู้ว่าทำไมรัฐบาลไม่หาทางจัดการกับปัญหาดังกล่าวสักที อยากให้ยอมๆ กันบ้างจะได้เลิกชุมนุม จะได้ค้าขายดีเหมือนเดิม ไม่อย่างนั้นชาวบ้านที่ค้าขายอยู่แถวนี้ก็เดือดร้อนไปเรื่อยๆ” ตาล กล่าว

สุนทร พันธุมวัทก์ เจ้าของร้านเลี่ยมพระ ไม่ห่างจากพื้นที่ชุมนุมมากนัก กล่าวว่า ค้าขายอยู่ในพื้นที่มานาน ทำให้เจอะเจอกับเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา รวมถึงการชุมนุมครั้งนี้ จึงสามารถปรับตัวได้ ด้วยการหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีการปิดถนน เพื่อมาทำงานได้ตามปกติ จึงไม่เดือดร้อนในการเดินทาง แต่มีผลกระทบกับธุรกิจที่ทำอยู่มากกว่า เพราะปัญหาการปิดถนน การเปลี่ยนแปลงเส้นทางการเดินรถประจำทางทำให้ลูกค้าเดินทางมาไม่สะดวก ลูกค้าที่มาใช้บริการจึงลดลงมากกว่า 50%

“ส่วนตัวมีความเข้าใจว่าเป็นธรรมชาติของการชุมนุมที่ต้องมีผลกระทบเกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา แต่ก็มีลูกค้าประจำบางส่วนโทร.มาถามทาง หรือโทร.มาถามว่าเปิดหรือเปล่า จึงจะเดินทางมาใช้บริการ” สุนทร กล่าว

เฮียง แซ่คู เจ้าของร้านจำหน่ายสังฆภัณฑ์ธรรมชัย บริเวณศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร บอกว่า ช่วงสัปด์ที่ผ่านมา ตั้งแต่เริ่มชุมนุมของคนเสื้อแดงขายของไม่ได้เลย บางวันขายไม่ได้แม้แต่บาทเดียว ยอดขายลดลง 100% ลูกค้าที่สั่งของไว้ไม่กล้ามารับสินค้าที่ร้าน เพราะกลัวไม่กล้ามา ไม่รู้ว่าจะมาอย่างไร ไม่รู้เส้นทางที่จะมา ก็โทร.มายกเลิกออร์เดอร์ที่สั่งไว้ ยิ่งทำให้ขายไม่ได้ไปกันใหญ่ ไม่รู้จะทำอย่างไร โชคดีที่กินอยู่ในร้านไม่ได้ออกไปข้างนอก ไม่อย่างนั้นก็คงลำบาก เพราะออกไปข้างนอกจะกลับมาที่ร้านเรียกรถแท็กซี่ ก็ไม่กล้ามา เพราะไม่รู้ว่าจะเข้ามาได้ไหม ไม่รู้เส้นทางที่เปลี่ยนแปลงไป

ขณะที่ เค้ง สมบูรณ์นิรันดร์ แม่ค้าขายส้มหน้าศาลเจ้าพ่อเสือ กล่าวว่า ปกติทุกวันเสาร์อาทิตย์ จะมีคนมาไหว้เจ้าอย่างหนาแน่น แต่ในช่วงตลอดสัปดาห์มานี้เงียบเหงาลงไปมาก คงเพราะกลัวม็อบและไม่รู้จะเดินทางมาอย่างไร รถเมล์ก็เปลี่ยนเส้นทางการเดินรถไปหลายสาย บางสายก็ไม่ได้วิ่งเส้นเดิม ช่วงนี้ค้าขายไม่ค่อยดี ยอดขายลดลงกว่า 50% แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน

ชมัยพร เมืองวงษ์ ผู้เดินทางมาไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือ จากบ้านย่านรังสิต ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการชุมนุม แต่การเดินทางมาไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือลำบากมากขึ้น เพราะต้องนั่งรถแท็กซี่มาจนถึงบริเวณถนนหลานหลวง จากนั้นก็ต้องลงเดินมายังศาลเจ้าพ่อเสือแทน เนื่องจากรถแท็กซี่ไม่แน่ใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการเดินรถบริเวณถนนราชดำเนิน ส่วนขากลับเห็นรถเมล์วิ่งผ่านก็ตั้งใจว่าจะนั่งรถเมล์เพื่อไปต่อรถกลับรังสิต จากปกติสามารถนั่งรถไปกลับได้เลย ไม่ต้องนั่งแท็กซี่หรือต่อรถหลายต่อ

“รู้สึกว่าคนมาไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือน้อยลงมาก จากปกติคนจะแน่นขนัด จนล้นออกมานอกศาล คาดว่าเป็นผลกระทบมาจากการชุมนุม และการเดินทางที่ลำบากมากขึ้น มีร้านค้าส่วนใหญ่บริเวณศาลปิดบริการจากที่ปกติจะเปิดร้านกันอย่างคึกคัก” ชมัยพร กล่าว

ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเสียงสะท้อนของประชาชนที่อาศัยและค้าขายอยู่ในบริเวณพื้นที่ที่ชุมนุม ไม่ว่าพวกเขาจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมของคนเสื้อแดงในครั้งนี้ แต่ก็ล้วนได้รับผลกระทบ และอยากให้การชุมนุมดังกล่าวยุติลงโดยเร็ว เพื่อจะได้ใช้ชีวิตตามปกติ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ