
พลังงานสั่งปิดโครงการแท็กซี่เอ็นจีวี
ได้รับความสนใจน้อยเกินคาด 28ก.ย.นี้ให้ใช้สิทธิวันสุดท้าย
ได้รับความสนใจน้อยเกินคาด 28ก.ย.นี้ให้ใช้สิทธิวันสุดท้าย
ปิดโครงการแท็กซี่เอ็นจีวี ได้ยอดแค่ 2,600 คัน
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงโครงการเปลี่ยนรถแท็กซี่ที่ใช้แอลพีจีเป็นเอ็นจีวีว่า ได้กำหนดให้วันที่ 28 ก.ย.นี้เป็นวันสุดท้าย ที่จะเปิดให้รถแท็กซี่ที่ได้ลงทะเบียนสมัครเข้าร่วมโครงการรีบนำรถไปติดตั้งที่อู่เอ็นจีวีที่ได้มีการกำหนดไว้
ขณะที่ยอดติดตั้งเอ็นจีวีในรถแท็กซี่ล่าสุดมีเพียง 2,600 คัน จากที่มีการลงทะเบียนไว้ 4,900 คัน ต่ำกว่าเป้าหมายที่กระทรวงพลังงานกำหนดไว้ว่าจะมีรถเข้าร่วมโครงการถึง 1.5 หมื่นคัน
สาเหตุส่วนหนึ่ง เนื่องมาจากความล่าช้าในการดำเนินงานของโครงการ ทำให้รถแท็กซี่ที่แสดงเจตจำนงต้องการติดตั้งเครื่องเอ็นจีวีไม่รอโครงการ แต่ไปหาอู่รถยนต์ทำให้เอง เพื่อความรวดเร็ว หรือบางรายเกิดเปลี่ยนใจในภายหลัง หลังจากรอรัฐคัดเลือกอู่ที่จะให้บริการ
นอกจากนี้ บางส่วนก็ขาดความมั่นใจต่อการดำเนินนโยบายแทรกแซงราคาพลังงาน จะมีการยกเลิกแทรกแซงราคาแอลพีจีและเอ็นจีวีหรือไม่ โดยเฉพาะในภาคขนส่ง เพราะจนถึงขณะนี้ก็ยังมีการตรึงราคาก๊าซทั้งสองประเภทต่อไป
ดังนั้น รถแท็กซี่จึงไม่เห็นความจำเป็นต้องรีบเปลี่ยนเครื่องยนต์ โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้แอลพีจี ซึ่งเป็นเชื่อเพลิงที่มีราคาถูก เป็นประโยชน์โดยตรงต่อต้นทุน และบางส่วนยังรอนโยบายเรื่องปรับขึ้นค่าโดยสารรถแท็กซี่ด้วย แลกกับการเลิกอุ้มราคาก๊าซภาคขนส่งทุกชนิด ซึ่งกระทรวงคมนาคม และกระทรวงพลังงาน ยังไม่มีคำตอบเช่นกัน
โครงการติดตั้งเอ็นจีวีฟรีในรถแท็กซี่ ได้เปิดให้เจ้าของรถแท็กซี่มาลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่วันที่ 24 ม.ค.30 เม.ย. 2555 ซึ่งเป็นการดำเนินการทันทีภายหลังได้ผู้ชนะประมูลจัดซื้ออุปกรณ์และถังเอ็นจีวีอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว
ดังนั้น ที่ผ่านมามีแท็กซี่จำนวนหนึ่งได้เข้ามาติดตั้งเอ็นจีวีไปแล้วแต่ก็ยังเหลืออีกกว่า 2,000 คัน ที่ลงทะเบียนสมัครเข้าโครงการไว้แล้วแต่ยังไม่นำรถมาติดตั้ง
กระทรวงพลังงานจะให้เวลาจนถึงวันที่ 28 ก.ย.นี้ หากยังไม่นำรถแท็กซี่มาติดตั้งก็จะตัดสิทธิทันที ซึ่งยอมรับว่าจะทำให้อุปกรณ์และถังเอ็นจีวีที่ได้สั่งนำเข้ามาแล้วเหลืออีกจำนวนหนึ่ง เพราะตามเงื่อนไขการจัดซื้อจะสั่งนำเข้าตามจำนวนรถแท็กซี่ที่สมัครเข้าโครงการไว้ ดังนั้นจึงขอให้รถแท็กซี่รีบนำรถมาติดตั้งเอ็นจีวีตามวันและเวลาที่กำหนดไว้ด้วย
หลังจากปิดโครงการแล้ว จะมีการจัดทำผลสรุปของการดำเนินโครงการเสนอไปยัง รมว.พลังงาน เพื่อแจ้งให้รับทราบ ส่วนจะมีการเปิดโครงการติดตั้งเอ็นจีวีฟรีอีกหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจในระดับนโยบาย
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ามีโอกาสที่จะเปิดรอบใหม่ หากอุปกรณ์และถังเอ็นจีวีที่สั่งนำเข้ามามีปริมาณเหลืออยู่ ก็ควรจะเดินหน้าติดตั้งให้ครบเพื่อไม่ให้เสียเงินงบประมาณ เนื่องจากมีการนำเข้ามาแล้ว ไม่สามารถส่งคืนกลับไปได้ หรือหากเก็บไว้ก็เสียประโยชน์โดยเปล่า







