
มาร์ค-สุเทพจ่อฟ้องธาริต
อภิสิทธิ์-สุเทพให้ฝ่ายกฎหมายดูช่องทางฟ้องกลับธาริตกล่าวหาเจตนาฆ่าคนตาย ด้าน ปชป. เตือน ธาริต ระวังติดคุกตลอดชีวิต หากกลั้นแกล้งผู้อื่นได้รับโทษ
อภิสิทธิ์-สุเทพให้ฝ่ายกฎหมายดูช่องทางฟ้องกลับธาริตกล่าวหาเจตนาฆ่าคนตาย ด้าน ปชป. เตือน ธาริต ระวังติดคุกตลอดชีวิต หากกลั้นแกล้งผู้อื่นได้รับโทษ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่าขณะนี้ตน และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน กำลังให้ฝ่ายกฎหมายดูเอกสาร และคำให้สัมภาษณ์ ของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ในการกล่าวหาตนเอง และนายสุเทพ เจตนาฆ่าคนตาย ในการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกระชับพื้นที่เหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง เพื่อดูช่องทางที่จะใช้สิทธิทางกฎหมายโต้แย้งหรือฟ้องกลับ ซึ่งประเด็นดังกล่าวอยากให้ไปดูคำให้สัมภาษณ์อธิบดีศาลอาญา ว่า คดีนายพัน คำกอง เป็นเพียงคดีแรกที่มีการตัดสินหลังไต่สวนว่า เสียชีวิตจากพื้นที่ประกาศใช้กระสุนจริง แต่ยังไม่ได้กล่าวหาว่ามีเจตนาฆ่าคนตาย แต่ในทางกลับดีเอสไอกับมีการตั้งธงไว้ล่วงหน้า ขณะเดียวกัน ยืนยันว่าตนเอง และนายสุเทพ พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งจะนำไปสู่การปรองดองอย่างแท้จริง
พร้อมกันนี้ เรียกร้องให้รัฐบาลปฏิบัติตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบ และค้นหาความจริง เพื่อการปรองดองแห่งชาติ หรือคอป. เพราะรัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภา ว่าจะสนับสนุนการทำงานของคอป. รวมถึงพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยอมรับรายงานคอป. และยอมรับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับชายชุดดำ รวมถึงให้ทุกฝ่ายยุตินำประเด็นดังกล่าวมาเล่นการเมือง ส่วนข้อเสนอของแกนนำคนเสื้อแดงที่ไม่ต้องการให้ทำรายงานฉบับภาษาอังกฤษเผยแพร่ต่อประชาคมโลกนั้น คงไม่สามารถทำได้ เพราะขณะนี้องค์กรระหว่างประเทศให้ความสนใจ และรับทราบรายงานแล้ว เพียงแต่รอดูรัฐบาลจะทำอย่างไร ซึ่งหากต้องการให้ประเทศเริ่มต้นความปรองดองทุกฝ่ายควรยอมรับ
ด้าน นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ พยายามออกมาแถลงข่าวเปิดใจถึงการทำหน้าที่ ว่า หากอยากให้ผู้อื่นเห็นใจ และเข้าใจในการทำหน้าที่ก็ต้องขึ้นอยู่กับความจริงใจของบุคคลนั้น แต่ขณะนี้เห็นว่า พฤติกรรมของนายธาริต ที่ทำสำนวนสอบสวน เป็นการทำงานที่สนองฝ่ายการเมือง เพราะมีการชี้นำ และตั้งธงเรื่องนี้ไว้ก่อน จึงอยากเตือนนายธาริต ให้ระมัดระวังว่า หากกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษ ก็อาจเข้าข่ายการกระทำผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 200 ที่มีโทษจำคุกตลอดชีวิต
ส่วนที่นายธาริต ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า จะดำเนินคดี กับนายอภิสิทธิ์ เวชชชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ด้านมั่นคง ในฐานะอดีตผู้อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ก็อยากให้กลับไปดู พรก.สถานการณ์ฉุกเฉิน ปี 2548 ที่ออกโดย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในมาตรา 17 ที่ระบุว่า หากการแก้ไขสถานการณ์ของแผ่นดินเป็นไปตามกฏหมายก็ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง และวินัยทางอาญา







