
ธิดาชี้พันธมิตรแฝงอนุกรรมการคอป.
"ธิดา" ชี้พันธมิตรแฝงอนุกรรมการคอป. ซัดบิดเบือน-ไม่เป็นกลางมุ่งใส่ร้าย นปช. เปิดคลิปแฉทหารเปลี่ยนเสื้อแดงแฝงม็อบ เปลี่ยนชื่อ คอป.เป็นคกก.บิดเบือนความจริงสร้างความแตกร้าวแห่งประเทศไทย
"ธิดา" ชี้พันธมิตรแฝงอนุกรรมการคอป. ซัดบิดเบือน-ไม่เป็นกลางมุ่งใส่ร้าย นปช. เปิดคลิปแฉทหารเปลี่ยนเสื้อแดงแฝงม็อบ เปลี่ยนชื่อ คอป.เป็นคกก.บิดเบือนความจริงสร้างความแตกร้าวแห่งประเทศไทย
เวลา 13.00 น. ที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียลลาดพร้าว นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธานแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เปิดเผยว่า รายงานของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่ง ชาติ (คอป.) ไม่มีความเป็นกลาง เนื่องจากมีการแต่งตั้งผู้ที่มีทัศนคติด้านลบต่อกลุ่มคนเสื้อแดงเข้าเป็นอนุกรรมการไม่ว่าจะเป็น นายเมธา มาสขาว ซึ่งเคยทำงานในคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ที่อยู่ฝั่งกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและมีความใกล้ชิดกับนายสุริยะใส กตะศิลา อดีตผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรฯ รวมถึงนายชัยวัฒน์ ตรีวิทยา หัวหน้าการ์ดกลุ่มพันธมิตรฯ ก็เป็นอนุกรรมการเช่นกัน
นางธิดา กล่าวต่อว่า นายคณิต ณ นคร ในฐานะประธาน คอป.ทราบข้อมูลเหล่านี้ดี แต่ยังออกมากล่าวว่า “ใกล้ชิดพันธมิตรแล้วทำไม เราไม่ได้วางกฎเกณฑ์เรื่องคุณสมบัติของคนที่มาทำงาน” แสดงว่านายคณิตรู้ดีว่าตนเองและคนส่วนหนึ่งใน คอป.ไม่เป็นกลาง และไม่มีมีคุณสมบัติที่จะเป็นกรรมการ คอป. เท่ากับการแต่งตั้งคณะบุคคลที่เป็นกรรมการ คอป.ละเมิดหลักการพื้นฐานการไม่มีส่วนได้เสีย เพราะอนุกรรมการมีประวัติสนับสนุนหรือเกลียดชังข้างหนึ่งข้างใดจึงขอย้ำว่าคนเสื้อแดงจะไม่ยอมรับรายงานชุดดังกล่าว เพราะมีการบิดเบือน ไม่โปร่งใส ใส่ร้ายคนเสื้อแดงและสร้างความชอบธรรมให้เจ้าหน้าที่รัฐในการใช้ความรุนแรงปราบปรามประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างการแถลงข่าว นางธิดาได้เปิดคลิปเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อปี 53 ที่มีชายชุดดำปะปนอยู่กับฝ่ายทหารและภาพชายชุดแดงสะพายอาวุธเข้าไปในเขตของทหารได้อย่างสะดวกโดยไม่มีการห้ามปรามจากทหารอาจหมายความได้ว่าเป็นพวกเดียวกันได้หรือไม่ และที่ชัดเจนที่สุด คือ ภาพของทหารยศส.ท. ที่ใส่เสื้อแดงเข้าไปปะปนกับกลุ่มผู้ชุมนุม จากหลักฐานที่ปรากฏในคลิปแสดงว่าทหารจะใส่เสื้อสีใดก็ได้ อยากถามนายคณิต และนายสมชาย หอมลออ กรรมการ คอป.ว่าเคยนำเสนอข้อมูลเหล่านี้หรือไม่
นางธิดา ยังกล่าวถึงกรณีที่ศาลอาญามีคำสั่งจากการไต่สวนคดีการเสียชีวิตของนายพัน คำกอง คนขับแท็กซี่ จ.ยโสธร ที่ระบุว่าเป็นฝีมือเจ้าหน้าที่รัฐ โดยไม่มีชายชุดดำเข้ามาเกี่ยวข้องว่า เมื่อมาถึงจุดนี้ พบว่าในความเป็นจริง เราจะเปลี่ยนให้ความเท็จอยู่เหนือความจริงและให้สังคมแตกร้าวอีกไม่ได้ เพราะคนเสื้อแดงถูกกระทำ คุมขัง ดำเนินคดี อย่างไม่เป็นธรรมมาแล้ว และรายงานของ คอป.ยังสรุปออกมาเช่นนี้อีก เท่ากับเป็นการซ้ำเติมเหมือนฆ่าคนเสื้อแดงด้านเกียรติยศ ชื่อเสียง ซ้ำอีกครั้งใช่หรือไม่
“แม้ว่ารายงานของ คอป.จะมีข้อดีอยู่บ้าง แต่ก็ถูกกลบด้วยการสร้างความชอบธรรมให้กับฝ่ายปราบปราม เราจึงคิดว่าควรเปลี่ยนชื่อของ คอป.เป็นคณะกรรมการบิดเบือนความจริงเพื่อนำไปสู่ความแตกร้าวแห่งประเทศไทย” นางธิดากล่าว







