
วิชัยลาออกขอสู้ข้อกล่าวหาปปช.
พล.ต.ต.วิชัย แถลงลาออกจากราชการขอสู้ข้อกล่าวหาปปช.อย่างเต็มที่ อ้างไม่ได้รับความเป็นธรรมฟังความข้างเดียว รับท้อแท้กับระบบ
พล.ต.ต.วิชัย แถลงลาออกจากราชการขอสู้ข้อกล่าวหาปปช.อย่างเต็มที่ อ้างไม่ได้รับความเป็นธรรมฟังความข้างเดียว รับท้อแท้กับระบบ
สืบเนื่องจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ชี้มูลตามความผิดทางวินัยต่อพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ครั้งดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) ฐานความผิดไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ทุจริตต่อหน้าที่ราชการและฐานกระทำอันได้เชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว อย่างร้ายแรง ตามพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 หลังถูกกล่าวหาว่า ร่วมกับพวกซึ่งเป็นนายตำรวจใช้อำนาจในตำแหน่ง จับกุมผู้ถูกกล่าวหาและบีบบังคับให้ชดใช้หนี้พนันแทน
ล่าสุดเวลา 12.00 น.ที่สำนักงานจเรตำรวจ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ได้แถลงลาออกจาการรับราชการตำรวจ โดยเปิดเผยว่า การลาออกจากราชการเพื่อต้องการต่อสู้ข้อกล่าวหาอย่างเต็มที่ อีกทั้งไม่ต้องการองค์กรคือสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับความเสียหาย รวมถึงจะร้องเรียนต่อศาลปกครองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งนี้ จะดำเนินการฟ้องร้องกลับต่อคู่กรณี เนื่องจากเห็นว่าการชี้มูลของปปช.ไม่ให้ความเป็นธรรมต่อฝ่ายตน
“ปปช.ไม่เคยได้รับฟังข้อมูลของฝ่ายที่ถูกร้องเรียน ซึ่งคือพวกผม ปปช.ควรใช้การพิจารณาแบบศาลที่ต้องไต่สวนคู่กรณีด้วย เพื่อให้ความเป็นธรรมในการชี้แจง ผมยอมรับว่าท้อแท้กับระบบมาก”
พล.ต.ต.วิชัย กล่าวอีกว่า หลังจากลาออกแล้วจะใช้เวลาไปต่อสู้คดีดังกล่าว และจะไปเป็นที่ปรึกษาให้กับเอกชนต่างๆ รวมถึงช่วยภรรยาทำธุรกิจที่จ.พระนครศรีอยุธยา
ทั้งนี้ สำหรับคดีดังกล่าว ปปช.กล่าวหาว่า เมื่อวันที่ 28 ต.ค.2552 พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ในขณะนั้น พร้อมกับพวกคือ พ.ต.ท.ศุภกฤช เดือนแจ้งรัมย์ รองผกก.สส.บก.น.1 (ตำแหน่งในขณะนั้น) และร.ต.ท.ทวีศักดิ์ โกษยานันท์ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกก.สส.บก.น.1 นำตัวผู้ต้องหารายหนึ่งที่ถูกจับกุมในบ่อนพนันย่านลาดพร้าวมาเจรจาต่อรองให้ชดใช้นี้พนันให้กับกลุ่มของพล.ต.ต.วิชัย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 10 ล้านบาทเพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่มีคดีความค้างเก่าในข้อหาฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนเครื่องกระสุนไว้ในครอบครอง รวมถึงมีพฤติการณ์หลบหนีไม่ไปฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จังหวัดเชียงใหม่ โดยจะดำเนินคดีเฉพาะพ.ร.บ.อาวุธปืนเท่านั้น ผู้ต้องหาจึงยินยอม สั่งจ่ายเช็คเงินสดจำนวนน 2 ใบๆ ละ 5 ล้านบาทให้กับกลุ่มของพล.ต.ต.วิชัย จึงปล่อยตัวไป
ซึ่งทางปปช..เห็นว่ามีมูลความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันเรียก รับ หรือยอมรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น และฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามกฎหมายอาญามาตรา 149 และ 157 ป.ป.ช.จึงมีมติให้ส่งรายงานเอกสาร และความเห็นไปยังผู้บังคับบัญชาและไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับพล.ต.ต.วิชัย และพวกต่อไปตามฐานความผิดดังกล่าวตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 92 และ 97
สืบเนื่องจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ชี้มูลตามความผิดทางวินัยต่อพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ครั้งดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) ฐานความผิดไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ทุจริตต่อหน้าที่ราชการและฐานกระทำอันได้เชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว อย่างร้ายแรง ตามพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 หลังถูกกล่าวหาว่า ร่วมกับพวกซึ่งเป็นนายตำรวจใช้อำนาจในตำแหน่ง จับกุมผู้ถูกกล่าวหาและบีบบังคับให้ชดใช้หนี้พนันแทน
ล่าสุดเวลา 12.00 น.ที่สำนักงานจเรตำรวจ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ได้แถลงลาออกจาการรับราชการตำรวจ โดยเปิดเผยว่า การลาออกจากราชการเพื่อต้องการต่อสู้ข้อกล่าวหาอย่างเต็มที่ อีกทั้งไม่ต้องการองค์กรคือสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับความเสียหาย รวมถึงจะร้องเรียนต่อศาลปกครองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งนี้ จะดำเนินการฟ้องร้องกลับต่อคู่กรณี เนื่องจากเห็นว่าการชี้มูลของปปช.ไม่ให้ความเป็นธรรมต่อฝ่ายตน
“ปปช.ไม่เคยได้รับฟังข้อมูลของฝ่ายที่ถูกร้องเรียน ซึ่งคือพวกผม ปปช.ควรใช้การพิจารณาแบบศาลที่ต้องไต่สวนคู่กรณีด้วย เพื่อให้ความเป็นธรรมในการชี้แจง ผมยอมรับว่าท้อแท้กับระบบมาก”
พล.ต.ต.วิชัย กล่าวอีกว่า หลังจากลาออกแล้วจะใช้เวลาไปต่อสู้คดีดังกล่าว และจะไปเป็นที่ปรึกษาให้กับเอกชนต่างๆ รวมถึงช่วยภรรยาทำธุรกิจที่จ.พระนครศรีอยุธยา
ทั้งนี้ สำหรับคดีดังกล่าว ปปช.กล่าวหาว่า เมื่อวันที่ 28 ต.ค.2552 พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ในขณะนั้น พร้อมกับพวกคือ พ.ต.ท.ศุภกฤช เดือนแจ้งรัมย์ รองผกก.สส.บก.น.1 (ตำแหน่งในขณะนั้น) และร.ต.ท.ทวีศักดิ์ โกษยานันท์ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกก.สส.บก.น.1 นำตัวผู้ต้องหารายหนึ่งที่ถูกจับกุมในบ่อนพนันย่านลาดพร้าวมาเจรจาต่อรองให้ชดใช้นี้พนันให้กับกลุ่มของพล.ต.ต.วิชัย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 10 ล้านบาทเพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่มีคดีความค้างเก่าในข้อหาฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนเครื่องกระสุนไว้ในครอบครอง รวมถึงมีพฤติการณ์หลบหนีไม่ไปฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์จังหวัดเชียงใหม่ โดยจะดำเนินคดีเฉพาะพ.ร.บ.อาวุธปืนเท่านั้น ผู้ต้องหาจึงยินยอม สั่งจ่ายเช็คเงินสดจำนวนน 2 ใบๆ ละ 5 ล้านบาทให้กับกลุ่มของพล.ต.ต.วิชัย จึงปล่อยตัวไป
ซึ่งทางปปช..เห็นว่ามีมูลความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันเรียก รับ หรือยอมรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น และฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามกฎหมายอาญามาตรา 149 และ 157 ป.ป.ช.จึงมีมติให้ส่งรายงานเอกสาร และความเห็นไปยังผู้บังคับบัญชาและไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับพล.ต.ต.วิชัย และพวกต่อไปตามฐานความผิดดังกล่าวตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 92 และ 97







