
ญี่ปุ่นสาหัส
เมื่อวานนี้ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ประกาศอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบการเงินเพิ่มเติมจากเดิมอีก 10 ล้านล้านเยน ทำให้ขณะนี้ยอดรวมที่บีโอเจอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบนั้นมีมูลค่าถึง 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 30 ล้านล้านบาท) เข้าไปแล้ว
เมื่อวานนี้ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ประกาศอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบการเงินเพิ่มเติมจากเดิมอีก 10 ล้านล้านเยน ทำให้ขณะนี้ยอดรวมที่บีโอเจอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบนั้นมีมูลค่าถึง 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 30 ล้านล้านบาท) เข้าไปแล้ว
ถามว่าเป้าหมายสำคัญของการอัดฉีดของญี่ปุ่นครั้งนี้คืออะไร คำตอบก็คือ เพื่อการผ่อนคลายความตึงตัวที่เกิดขึ้นกับค่าเงินเยนที่แข็งค่ามาตลอดต่อเนื่องมากกว่าปีแล้วครับ
ยิ่งเมื่อสัปดาห์ก่อน ทั้งธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ประกาศนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเข้าซื้อพันธบัตรกันแบบมหาศาลไม่จำกัดเวลากันแล้ว ยิ่งสร้างแรงกดดันให้กับค่าเงินเยนมากขึ้น
จะเห็นว่าเมื่อวานนี้ค่าเงินเยนอ่อนตัวลงมาทันทีเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐและยูโร ภายหลังจากที่บีโอเจประกาศนโยบายดังกล่าว
แต่ทว่า ในระยะยาวนั้นก็ต้องบอกว่าไม่แน่ครับ ว่าเงินเยนจะสามารถยืนระยะ “อ่อนตัว” ได้นานแค่ไหน เพราะว่าการอัดฉีดนโยบายคิวอีจากสหรัฐนั้นมีมูลค่าถึงเดือนละ 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.2 ล้านล้านบาท) และเป็นไปอย่างไม่จำกัดเวลาเสียด้วย
ปัญหาของญี่ปุ่นในช่วงที่ผ่านมาคืออะไร แน่นอนว่า คือปัญหาการแข็งค่าของเงินเยนญี่ปุ่นครับ
แม้ว่าญี่ปุ่นจะถือว่าเป็นประเทศที่มีหนี้สาธารณะมากที่สุดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว เพราะรัฐบาลได้ระดมทุนผ่านพันธบัตรเป็นจำนวนมาก แต่ทว่าหนี้สาธารณะเหล่านี้ผู้ถือไว้ส่วนใหญ่ก็คือ คนญี่ปุ่นนั่นเอง เจ้าหนี้ไม่ได้เป็นต่างชาติเหมือนหนี้สาธารณะของประเทศในยูโรโซน
ดังนั้น จึงถือว่ารัฐบาลญี่ปุ่นยังมีเสถียรภาพทางการเงินอยู่มาก จึงทำให้ค่าเงินเยนค่อนข้างแข็ง และยิ่งในอนาคตผลพวงจากการใช้นโยบายคิวอีของสหรัฐ จะยิ่งทำให้เงินเหรียญสหรัฐอ่อนลงก็จะยิ่งทำให้เงินเยนมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นแทน
ปัญหานี้กำลังส่งผลกระทบต่อญี่ปุ่นอย่างหนักหนาสาหัสครับ เพราะประการแรก สินค้าญี่ปุ่นมีศักยภาพการแข่งขันที่ลดลงทันที เนื่องจากค่าเงินที่แข็งขึ้นทำให้สินค้าญี่ปุ่นแพงขึ้น
ประการที่สอง ญี่ปุ่นอาศัยกำไรจากการขายสินค้าในต่างประเทศเป็นเงินสกุลอื่น เมื่อแลกกลับมาเป็นเงินเยนที่แข็งกว่าทำให้เอกชนญี่ปุ่นมีกำไรที่ลดลง
ประการสุดท้าย เงินเยนแข็งมากเท่าใดก็ยิ่งทำให้ต้นทุนการผลิตของญี่ปุ่นแพงมากขึ้นเท่านั้นครับ
ปัญหาเงินเยนแข็งค่าคือสิ่งที่ญี่ปุ่นต้องเร่งแก้ปัญหา แต่ทว่าการอัดเงินเข้าสู่ระบบของธนาคารกลางญี่ปุ่นในครั้งนี้แม้ว่าจะทำให้เงินเยนอ่อนค่าลงไปได้บ้าง แต่นักวิเคราะห์ก็เชื่อว่าน่าจะเป็นเพียงชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้นเอง
ญี่ปุ่นยังจะต้องเจอกับปัญหานี้ไปอีกนานครับ ยิ่งนับวันสินค้าญี่ปุ่นก็เจอคู่แข่งที่มากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีเกาหลีใต้แซงขึ้นมาแล้ว
และไหนจะถูกต่อต้านอย่างหนักจากตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดสินค้าที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นอีกด้วย







