
ธปท.เสนอเลิกโครงการรถคันแรก
การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 19 ก.ย. เรื่องหลักจะเป็นการหารือถึงผลกระทบของเศรษฐกิจไทย ภายหลังจากการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยนายกรัฐมนตรี ได้สอบถาม ประสารไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า มีนโยบายใดของรัฐบาลควรปรับปรุงเพื่อให้มีการใช้งบได้อย่างมีประสิทธิภาพและกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งประสาร เสนอว่า นโยบายรถยนต์คันแรก ซึ่งมีการซื้อรถยนต์คันแรกได้ตามเป้าหมายแล้วควรยกเลิกการขยายเวลาออกไป
การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 19 ก.ย. เรื่องหลักจะเป็นการหารือถึงผลกระทบของเศรษฐกิจไทย ภายหลังจากการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยนายกรัฐมนตรี ได้สอบถาม ประสารไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า มีนโยบายใดของรัฐบาลควรปรับปรุงเพื่อให้มีการใช้งบได้อย่างมีประสิทธิภาพและกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งประสาร เสนอว่า นโยบายรถยนต์คันแรก ซึ่งมีการซื้อรถยนต์คันแรกได้ตามเป้าหมายแล้วควรยกเลิกการขยายเวลาออกไป
อย่างไรก็ตาม อำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เห็นแย้งว่า การซื้อรถยนต์คันแรกอย่าดูเพียงตัวเลขเป้าหมาย ในขณะที่นโยบายรถยนต์คันแรกเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจเหมือนกัน และรถยนต์ถือเป็นทรัพย์สินประเภทหนึ่ง
ทางด้าน กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ประเมินผลกระทบกรณีที่เฟดออกมาตรการคิวอี 3 ว่ามีผลทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย เมื่อเทียบกับค่าเงินในภูมิภาคและของคู่ค้า เชื่อว่า ธปท.จะสามารถดูแลได้
ในขณะที่ผู้ว่าการ ธปท. และอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานตรงกันว่า การส่งออกไทยปีหน้าจะขยายตัวได้ดีกว่าปี 2555 เนื่องจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ ยุโรป และจีน
เลขาฯ สศช. ระบุว่า การส่งออกไทยไม่อ่อนไหวต่ออัตราแลกเปลี่ยนมากนัก แต่อ่อนไหวต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม ยังมีความจำเป็นต้องดูแลภาคการผลิตที่มีรายรับเป็นเงินตราต่างประเทศ แต่มีรายจ่ายเป็นเงินบาท และภาคการผลิตและส่งออกที่แข่งขันโดยตรงกับประเทศที่มีอัตราแลกเปลี่ยนคงที่
สศช.เสนอว่า ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกปีนี้และปีหน้า มีความเสี่ยงลดลง จะเปิดโอกาสให้รัฐบาลเข้ามาแก้ปัญหาที่สำคัญๆ เช่น ดูแลประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วม พร้อมทั้งเร่งรัดโครงการลงทุนที่ขับเคลื่อนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ธปท.ระบุว่า ยังจำเป็นต้องติดตามผลกระทบมาตรการคิวอี 3 ต่อเศรษฐกิจสหรัฐ การจ้างงาน การค้า และเงินทุนเคลื่อนย้าย ส่วนรัฐบาลไทยต้องมีนโยบายสนับสนุนการไปลงทุนในต่างประเทศ ทั้งในรูปเงินลงทุนโดยตรงและการลงทุนในหลักทรัพย์ ซึ่งเอื้อให้ทุนเคลื่อนย้ายขาเข้าและขาออกสมดุล สร้างฐานอุตสาหกรรมรับเออีซี เป็นต้น
ด้านราคาทองและตลาดหุ้นดีดขึ้นทั่วโลก รับข่าวดีธนาคารกลางญี่ปุ่นอัดฉีดเพิ่ม โดยดัชนีหุ้นไทยปิดที่ 1,285.46 จุด เพิ่มขึ้น 12.60 จุด นักลงทุนต่างชาติซื้อ 633 ล้านบาท
สุกิจ อุดมศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บล.ไทยพาณิชย์ ประมาณการว่าดัชนีปีนี้คงไม่เกิน 1,300 จุด เพราะนับตั้งแต่มีข่าวคิวอี 3 ของสหรัฐ เงินทุนไหลเข้ามาไม่มาก และการผ่อนคลายทางการเงินของญี่ปุ่นนั้น เป็นเพียงการเพิ่มสภาพคล่องระยะสั้นเท่านั้น







