
เร่งอัดฉีดเงิน
ตั้งเป้า1แสนล.ผ่าน4กองทุนกระตุ้นศก./เพิ่มรายได้ส่งออกอาหารท่องเที่ยว
ตั้งเป้า1แสนล.ผ่าน4กองทุนกระตุ้นศก./เพิ่มรายได้ส่งออกอาหารท่องเที่ยว
นายกฯ ประกาศแคมเปญกระตุ้นเศรษฐกิจ อัดเงินเข้าระบบแสนล้าน เพิ่มส่งออกอาหาร ดึงท่องเที่ยวเข้าไทย
ภายหลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการเพิ่มปริมาณเงิน (คิวอี 3) ไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว วันที่ 19 ก.ย. ธนาคารกลางญี่ปุ่นตัดสินใจใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเป็น 80 ล้านล้านเยน (3.14 หมื่นล้านบาท) ขยายเวลาสิ้นสุดโปรแกรมออกไปจนถึงสิ้นปี 2556
สำหรับประเทศไทย ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้หน่วยงานเจ้าของกองทุนและทุนหมุน เวียนด้านเศรษฐกิจ เร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณที่ได้รับจัดสรรในปีงบ 2555-2556 ซึ่งมีวงเงินเบื้องต้นไม่น้อยกว่า 1.15 แสนล้านบาท
สำนักงบประมาณรายงานว่า ไทยมีกองทุนและเงินทุนหมุนเวียน 112 กองทุน มีวงเงินคงเหลือ 1.74 ล้านล้านบาท มีกองทุนด้านเศรษฐกิจ 29 กองทุน 1.68 ล้านล้านบาท ขณะที่ปีงบ 2555 มีการจัดสรรงบให้กองทุนเป็นวงเงิน 2.2 แสนล้านบาท แต่มีการเบิกจ่าย 1.13 แสนล้านบาท หรือ 51.68% ไม่นับรวมงบที่ได้จัดสรรในปีงบ 2556
ทั้งนี้ กองทุนเศรษฐกิจที่นายกฯ ขอให้เร่งรัดเบิกจ่ายมี 4 กองทุน ได้แก่ 1.กองทุนหมู่บ้านฯ ที่ปีงบ 2555 มีการจัดสรรงบ 4.45 หมื่นล้านบาท แต่มีการเบิกจ่ายเพียง 1.15 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 25.87% เหลืองบที่ยังไม่ได้เบิกจ่าย 3.44 หมื่นล้านบาท เมื่อรวมกับงบปี 56 ที่จัดสรรเพิ่มเติมอีก 6.79 หมื่นล้านบาท รวมเป็นเงิน 1.02 แสนล้านบาท
2.กองทุนตั้งตัวได้ที่ปีงบ 2555 ได้รับจัดสรร 1,500 ล้านบาท แต่ยังไม่มีการเบิกจ่าย และปีงบ 2556 ได้รับจัดสรรอีก 5,000 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 6,500 ล้านบาท
3.กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ปีงบ 2555 ได้รับจัดสรร 1,720 ล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว 95% แต่ยังไม่มีการใช้เงิน และปี 2556 ได้รับจัดสรรอีก 6,360 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 7,090 ล้านบาท
4.กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ปีงบ 2555 ได้รับจัดสรรงบ 1,507 ล้านบาท แต่มีการเบิกจ่ายเพียง 976 ล้านบาท และปี 2556 ได้รับจัดสรรเพิ่มอีก 842 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 1,818 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังเห็นว่าไทยควรฉวยโอกาสในขณะที่เกิดภัยแล้งในหลายประเทศเพิ่มการส่งออกสินค้าอาหาร สินค้าเกษตรและวัตถุดิบอาหารสัตว์ เช่น ข้าวโพดและถั่วเหลืองไปสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม นายกฯ ยังได้เร่งรัดให้กระทรวงพาณิชย์สรุปแนวทางการแก้ไขปัญหาการส่งออกสินค้าที่ชะลอตัว โดยให้สรุปรายละเอียดเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาภายใน 12 สัปดาห์
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า รัฐบาลต้องการให้เพิ่มรายได้ด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่บริเวณถนนราชดำเนินกลางและราชดำเนินนอกให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และทำเป็นพิพิธภัณฑ์ คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้







