posttoday
WTO : จำนำข้าว สัญญาณที่ทำท่าจะลืม

WTO : จำนำข้าว สัญญาณที่ทำท่าจะลืม

19 กันยายน 2555

อธิบายกันไปแล้วในฉบับก่อน ว่าทำไมการจำนำข้าวของเราถึงขัดกับความตกลงสินค้าเกษตรของ WTO (World Trade Organization) หรือ องค์การการค้าโลก จึงขอทวนกันให้สั้นๆ อีกทีว่า ที่ขัดก็เพราะมันเป็นมาตรการที่อยู่ในกล่องเหลือง (Amber Box) มาตรการเหล่านี้ก็มีเช่น การประกันราคา การจำนำ หรือแม้แต่การแทรกแซงราคา เพราะสมาชิก WTO ถือว่ามาตรการเหล่านี้เมื่อทำไปแล้วมีผลไปบิดเบือนกลไกตลาดและการค้า นี่ยังไม่พูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเวลานี้ว่าในที่สุดแล้วคุณภาพข้าวของไทยในอนาคตจะลดลง คนไทยอาจต้องทานข้าวที่คุณภาพต่ำกว่าที่เพื่อนบ้านแถวๆ ประเทศไทยส่งออกก็ได้

อธิบายกันไปแล้วในฉบับก่อน ว่าทำไมการจำนำข้าวของเราถึงขัดกับความตกลงสินค้าเกษตรของ WTO (World Trade Organization) หรือ องค์การการค้าโลก จึงขอทวนกันให้สั้นๆ อีกทีว่า ที่ขัดก็เพราะมันเป็นมาตรการที่อยู่ในกล่องเหลือง (Amber Box) มาตรการเหล่านี้ก็มีเช่น การประกันราคา การจำนำ หรือแม้แต่การแทรกแซงราคา เพราะสมาชิก WTO ถือว่ามาตรการเหล่านี้เมื่อทำไปแล้วมีผลไปบิดเบือนกลไกตลาดและการค้า นี่ยังไม่พูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเวลานี้ว่าในที่สุดแล้วคุณภาพข้าวของไทยในอนาคตจะลดลง คนไทยอาจต้องทานข้าวที่คุณภาพต่ำกว่าที่เพื่อนบ้านแถวๆ ประเทศไทยส่งออกก็ได้

เมื่อเป็นที่เห็นพ้องกันว่ามาตรการเหล่านี้ไม่ดี เขาจึงจำกัดการใช้ โดยผูกไว้กับตัวเงิน คือ เคยให้การอุดหนุนภายในประเภทนี้เท่าไร เมื่อปี พ.ศ. 2537 ก็ต้องหยุดอยู่แค่นั้น แล้วค่อยๆ ลดลง ดังนี้

ประเทศที่พัฒนาแล้ว ลดการอุดหนุนภายในลง 20% ภายใน 6 ปี แต่หากการอุดหนุนในสินค้าแต่ละชนิดมีมูลค่าต่ำกว่า 5% ของมูลค่าการผลิต ก็ไม่ต้องเอามูลค่าการอุดหนุนสินค้าชนิดนั้นมาคำนวณในยอดการอุดหนุนรวมเพื่อลดลง

ประเทศกำลังพัฒนา ลดการอุดหนุนภายในลง 13% ภายใน 10 ปี หากการอุดหนุนในสินค้าแต่ละชนิดมีมูลค่าต่ำกว่า 10% ของมูลค่าการผลิต ก็ไม่ต้องเอามูลค่าการอุดหนุนสินค้าชนิดนั้นมาคำนวณในยอดการอุดหนุนรวมเพื่อลดลง

โดยเขากำหนดการอุดหนุนภายในเป็นยอดมูลค่ารวม เพื่อให้รัฐบาลบริหารเงินอุดหนุนภายในดังกล่าวนี้ได้ตามความจำเป็น มีความยืดหยุ่นในการใช้ โดยไม่เจาะจงสินค้า ดังนั้นจะเห็นได้ว่าผู้เจรจาและผู้กำหนดนโยบายสมัยก่อนเขาก็เผื่อไว้ให้แล้ว เพราะเห็นว่านโยบายเหล่านี้เป็นนโยบายทางการเมืองที่ไม่ใช่จะยกเลิกจนขาวสะอาดได้เสียทีเดียว

หลังจากอธิบายมายืดยาว ผู้เขียนก็คิดว่าเราน่าจะมาดูตารางของไทยที่ยื่นต่อ WTO ในเรื่องนี้ดีกว่า ว่าเราเริ่มจากจุดไหน และใช้เวลา 10 ปี ลดลงไปอยู่ที่จุดไหน ปีที่เริ่มคือ พ.ศ. 2537 มีผลบังคับใช้ พ.ศ. 2538 ใช้เวลา 10 ปี คือถึง พ.ศ. 2547 ดังนั้นมูลค่าการอุดหนุนตรงปี พ.ศ. 2547 คือเพดานที่ไทยจะให้การอุดหนุนภายในที่มีผลบิดเบือนกลไกตลาดเกินกว่านั้นไม่ได้ (ดูตารางที่ 1 ประกอบ)

โชคดีที่ได้ตารางนี้มาจากคณะกรรมการเกษตรของ WTO ซึ่งเป็นตารางที่เปิดเผยใครๆ ก็ไปขอมาดูได้ หรือจะเข้าไปดูในเว็บไซต์ก็ได้ เขามีความโปร่งใสพอสมควร สำหรับท่านที่สนใจรายละเอียดมากกว่านี้

และถ้าถามว่า ทำไมตัวเลขของไทยจึงน้อยนัก ก็ขอให้นึกภาพย้อนไปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ว่างบประมาณของรัฐบาลมีเท่าไร และที่สำคัญต้องยอมรับว่าผู้บริหารประเทศในสมัยนั้นยังมีคุณธรรมและเห็นแก่ประเทศชาติอยู่มาก รวมทั้งมีสายตาไกลที่มองแล้วว่าควรเปิดให้มีการให้อุดหนุนภายในบ้าง ในกรณีที่จำเป็น

ถ้าดูจากตารางก็จะเห็นที่มาที่ไปว่าทำไมเพดานการอุดหนุนภายในของไทยจึงอยู่ที่ 19,028.48 ล้านบาท ซึ่งถ้าดูเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว อย่างสหภาพยุโรป (15 ประเทศในขณะนั้น) สหรัฐและญี่ปุ่น ซึ่งถือได้ว่าเป็นประเทศร่ำรวย ให้การอุดหนุนภายในที่บิดเบือนกลไกตลาด (การค้า) อย่างมากมายมหาศาล จนต้องหาทางอุดหนุนส่งออกอีกมากมายมหาศาลไปด้วย เพื่อระบายสต๊อกที่กองค้างอยู่ในประเทศ เราก็นับว่าให้น้อยมากตามตารางนี้

แต่ถ้าดูนโยบายการจำนำข้าวของเราเพียงอย่างเดียวในปัจจุบัน และที่ประกาศจำนำเพิ่มเติมอีก 4 แสนล้านบาท (ถ้าผู้เขียนฟังไม่ผิด) ก็ทำท่าจะแซงหน้าประเทศร่ำรวยเขาแล้ว เพราะนี่แค่ข้าวอย่างเดียว ถ้ามีสินค้าอื่นอีก แล้วถ้าเกิดติดใจประกาศโครงการเพิ่มอีกก็น่าจะถึงล้านล้านบาท ก็คงสนุกกันแน่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท