
อย่าให้เสียเปล่า
เพื่อให้สังคมไทยได้รับรู้ข้อค้นพบ เหตุการณ์ความไม่สงบและความรุนแรงที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะเหตุการณ์เดือน เม.ย. ถึง พ.ค. 2553 คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) น่าจะร่วมมือกับองค์กรต่างๆ จัดเวทีนำเสนอผลการศึกษา ถกแถลงและแลกเปลี่ยนกับกลุ่มต่างๆ ในสังคม เพื่อที่สังคมและภาคส่วนนั้นๆ จะได้รับรู้และตื่นตัวที่จะนำข้อเสนอและผลการศึกษาของ คอป.ไปใช้ประโยชน์
เพื่อให้สังคมไทยได้รับรู้ข้อค้นพบ เหตุการณ์ความไม่สงบและความรุนแรงที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะเหตุการณ์เดือน เม.ย. ถึง พ.ค. 2553 คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) น่าจะร่วมมือกับองค์กรต่างๆ จัดเวทีนำเสนอผลการศึกษา ถกแถลงและแลกเปลี่ยนกับกลุ่มต่างๆ ในสังคม เพื่อที่สังคมและภาคส่วนนั้นๆ จะได้รับรู้และตื่นตัวที่จะนำข้อเสนอและผลการศึกษาของ คอป.ไปใช้ประโยชน์
หลังเกิดเหตุความรุนแรงทางการเมืองช่วงดังกล่าว คณะรัฐมนตรีสมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีจัดตั้ง คอป.ขึ้นทำหน้าที่ตรวจสอบและค้นหาความจริง ประเด็นที่เป็นรากเหง้าของปัญหาความขัดแย้งและความรุนแรงในประเทศ เพื่อวางมาตรการลดความขัดแย้งในสังคมไทย ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต รวมทั้งเยียวยาและฟื้นฟูบุคคล สังคม องค์กรและสถาบันที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อส่งเสริมให้เกิดการปรองดองในประเทศ
เมื่อพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งทั่วไปได้รับเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาล รัฐบาลชุดนี้ก็ได้ประกาศยอมรับ คอป. แต่น่าเสียดายว่า เมื่อ คอป.นำเสนอรายงานฉบับล่าสุดต่อสาธารณชน กลับไม่ได้รับการสนองตอบที่ดีจากรัฐบาลเท่าที่ควร นายกรัฐมนตรีเองก็ตอบรับแบบเสียมิได้ ขณะคนอื่นๆ ในรัฐบาล พรรครัฐบาลหรือแม้แต่อยู่ในแนวร่วมของผู้สนับสนุนรัฐบาลหลายกลุ่มต่างแสดงชัดว่าไม่ยอมรับรายงานฉบับนี้ ขณะอีกหลายฝ่ายซึ่งมีส่วนทำให้เกิดปัญหา ต่างนิ่งเฉย เสมือนราวกับไม่ใช่ธุระหน้าที่
โดยสภาพการณ์เช่นนี้ ย่อมเดาได้ไม่ยากว่า ในที่สุดรายงานของ คอป.ก็คงจะถูกเอ่ยอ้างอยู่ชั่วขณะก่อนจะถูกโยนเข้าหิ้งประวัติศาสตร์ ให้จางหายไปตามเวลา
เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่า ความขัดแย้งในทางการเมืองได้บั่นทอนพลังของชาติลงไปอย่างมหาศาล จนถึงทุกวันนี้เราก็ยังไม่สามารถจะหาทางออกที่สร้างสรรค์ได้ นอกจากซื้อเวลาแล้วอยู่แบบเบียดๆ กันไป
หากไม่ยอมรับผลการตรวจสอบความจริง รัฐบาลและฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรระบุมาให้ชัดว่าจะตรวจสอบความจริงกันอย่างไร เพราะถึงอย่างไรก็ต้องตรวจสอบ เพราะเราจะมีอนาคตที่แจ่มชัดได้ อดีตก็ต้องไม่พร่ามัว และปัจจุบันต้องไม่เลอะเลือน
ไม่ว่าจะชอบใจหรือไม่ชอบใจ จะยอมรับหรือไม่ยอมรับผลการตรวจสอบและค้นหาความจริง แต่นายกรัฐมนตรี รัฐบาล สถาบันต่างๆ อาทิ ศาสนา ทหาร หรือแม้แต่สื่อมวลชนก็สามารถนำข้อเสนอแนะ คอป. 13 ประการ มาใช้ประโยชน์ได้โดยไม่ต้องรอฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เช่น สถาบันสื่อมวลชนควรจะเข้มงวดในการควบคุมกันเองให้สื่อมวลชนทำหน้าที่ตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ ป้องกันการใช้สื่อไปสร้างความรุนแรงเพื่อประโยชน์ทางการเมือง ฯลฯ
เพื่อให้สังคมได้ประโยชน์จากการทำงานของ คอป. และไม่รอให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยแล้วค่อยหาวิธีการล้อมคอก คอป.น่าจะร่วมมือกับสถาบันต่างๆ ทำให้เกิดกวาดบ้านขึ้นทันที







