
พลังงานโลก
ในศตวรรษที่แล้วประเทศที่มีดีทางแสนยานุภาพทางทหารก็จะมีอำนาจไปในตัว เช่น สหรัฐ แต่ในศตวรรษนี้ ประเทศใดที่มีพลังงานจะมีความสำคัญขึ้นทันที
ในศตวรรษที่แล้วประเทศที่มีดีทางแสนยานุภาพทางทหารก็จะมีอำนาจไปในตัว เช่น สหรัฐ แต่ในศตวรรษนี้ ประเทศใดที่มีพลังงานจะมีความสำคัญขึ้นทันที
บูรพาภิวัตน์ในยุคนี้ นอกจากจะเห็นประเทศจีน อินเดีย ก้าวขึ้นมาในระดับโลกแล้ว ก็จะเห็นอีกประเทศหนึ่งก้าวตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในซีกตะวันออกของโลก ประเทศที่ร่ำรวยน้ำมันมีก๊าซธรรมชาติมากและมีแร่ธาตุ เช่น ตะวันออกกลาง อิหร่าน ไนจีเรีย รัสเซีย แองโกลา หากศตวรรษที่ 19-20 คือ ศตวรรษแห่งอุตสาหกรรมการทหารอุดมการณ์ ศตวรรษที่ 21 คือ ศตวรรษแห่งพลังงาน
ศตวรรษที่ 21 นี้ จะไม่แบ่งประเทศเป็นจนรวย เสรีคอมมิวนิสต์ แต่จะแบ่งเป็นประเทศที่มีพลังงานและไม่มีพลังงานก็เป็นไปได้
ขณะนี้น้ำมันยังคงเป็นพลังงานหลักของโลกต่อไปอีกสักระยะหนึ่งการใช้ถ่านหินก็ยังคงเพิ่มขึ้น แต่ก๊าซธรรมชาติซึ่งมีในอาเซียนของเรา ถึง 10% ของโลก จะมีบทบาทสำคัญยิ่งกว่าพลังงานใดๆ ทั้งสิ้น ในอีก 20 ปีข้างหน้า ก๊าซธรรมชาติเป็นพลังงานอันดับสองรองจากน้ำมัน แต่ในอีก 40 ปีข้างหน้า จะเป็นพลังงานหมายเลขหนึ่งของโลกแทนน้ำมัน
เดิมทีสหรัฐและยุโรปใช้พลังงานมากที่สุด โดยเฉพาะสหรัฐ กล่าวกันว่า ในการทำสงครามอิรักและอัฟกานิสถานนั้น ทหารอเมริกันหนึ่งคน ใช้น้ำมัน 16 แกลอนต่อวัน แต่ปัจจุบันนี้ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน อินเดีย รัสเซีย บราซิล และอาเซียน ก็ใช้น้ำมันด้วยเช่นกัน คาดว่าอีก 5 ปีข้างหน้า จีนจะใช้พลังงานเป็นอันดับหนึ่งของโลก แต่ในความเป็นจริง ปรากฏว่าตอนนี้จีนใช้มากที่สุดในโลก แซงหน้าสหรัฐไปเสียแล้ว เร็วกว่าที่คาดไว้ 34 ปี ส่วนอินเดียในปัจจุบันใช้พลังงานมากเป็นอันดับ 6 ของโลก และในอีก 10 ปีข้างหน้าจะใช้น้ำมันมากเป็นอันดับ 3 ของโลก
ประเทศที่มีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมาก จึงก้าวเข้ามามีบทบาทในโลกและกำลังเนื้อหอม โปรดสังเกตว่าประเทศที่ร่ำรวยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ในอดีตนั้นมักถูกยึดครองและถูกตักตวงเอาเปรียบจากประเทศมหาอำนาจ เช่น ที่ยุโรปเคยทำกับแอฟริกาและสหภาพโซเวียตเคยทำกับเอเชียกลาง แต่วันนี้ประเทศที่ไม่มีน้ำมันและไม่มีก๊าซต่างรุมตามจีบเพื่อเข้าถึงประเทศเหล่านั้น เพื่อชิงความได้เปรียบทางพลังงาน
ประเทศที่สำคัญสำหรับเรา คือประเทศที่มีน้ำมันและก๊าซมหาศาลส่วน ใหญ่อยู่ในทวีปเอเชียทั้งสิ้น ขอเริ่มจากกล่าวถึงตะวันออกกลางก่อน ตะวันออกกลางที่อยู่ล้อมรอบอ่าวเปอร์เซียมีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมากที่สุดในโลก โดยมีน้ำมันมากถึง 60% ของโลก มีก๊าซธรรมชาติ 40% ของโลก ประเทศที่มีน้ำมันมากที่สุด คือ ซาอุดีอาระเบีย อิหร่าน อิรัก คูเวต สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยซาอุดีอาระเบียมีน้ำมัน 22% ของโลก
ส่วนก๊าซธรรมชาติมีมากที่อิรัก กาตาร์ อิหร่าน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย ทั้งนี้อิหร่านและกาตาร์สองประเทศรวมกันมีก๊าซธรรมชาติ 30% ของโลก
อีกบริเวณหนึ่งที่มีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมากในโลก คือ กลุ่มทะเลแคสเปียนโดยเฉพาะที่อยู่ในเอเชียกลาง ทะเลแคสเปียนมีก๊าซธรรมชาติมากกว่าน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติในทะเลแคสเปียนและรอบทะเลแคสเปียนมีมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ดึงดูดให้ประเทศต่างๆ กรูเข้าไปลงทุนขุดน้ำมัน หรือหาซื้อน้ำมันและก๊าซ โดยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติแถบแคสเปียนนี้ กระจุกตัวอยู่ใน 4 ประเทศ คือ คาซัคสถาน อาเซอร์ไบจาน เติร์กเมนิสถาน อุซเบกิสถาน เหตุผลนี้จึงทำให้เอเชียกลางทุกวันนี้เป็นบริเวณที่เรามองข้ามไม่ได้ เพราะเขามีรายได้มหาศาลจากการขายก๊าซธรรมชาติ
รัสเซียก็เป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีก๊าซธรรมชาติมากมายมหาศาล และเป็นผู้ส่งก๊าซธรรมชาติให้กับยุโรปที่ใหญ่ที่สุด เศรษฐกิจของรัสเซียมีชีวิตชีวาและกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วเวลานี้ เป็นผลมาจากการขายก๊าซธรรมาชาติและน้ำมันมากทีเดียว รัสเซียขณะนี้กำลังคิดอยู่ตลอดเวลาว่าจะเอาความร่ำรวยจากการขายน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ มาสร้างอุตสาหกรรมสมัยใหม่อย่างไร
สำหรับน้ำมันมีมากในแถบประเทศลิเบีย ไนจีเรีย แอลจีเรีย แองโกลา ซูดาน และเมื่อเร็วๆ นี้ยังพบแหล่งน้ำมันใหม่ในยูกันดา ดังนั้น แอฟริกาทุกวันนี้ไม่ได้มีแต่ความยากไร้และความด้อยพัฒนา แต่มีบริเวณที่กำลังเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว อันเป็นผลมาจากการขายก๊าซธรรมชาติไม่ใช่น้อย
ขณะที่จีนกำลังมุ่งหน้าสู่ทุกหนทุกแห่งที่มีน้ำมันก๊าซธรรมชาติ รวมทั้งแอฟริกา ความสัมพันธ์ของจีนและแอฟริกานั้น ดีกว่าความสัมพันธ์ที่ยุโรปและอเมริกามีต่อแอฟริกา เพราะจีนไม่เคยเป็นเจ้าอาณานิคม อีกทั้งขณะนี้ยังดำเนินนโยบายที่ช่วยมุ่งพัฒนาแอฟริกา จึงเป็นที่ยอมรับมากว่าตะวันตก
ถ้าจะนับประเทศที่มีน้ำมันมากที่สุดในโลกเรียงตามลำดับ 10 ประเทศจากมากไปหาน้อย จะเป็นดังนี้ ซาอุดีอาระเบีย แคนาดา อิหร่าน อิรัก คูเวต เวเนซุเอลา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รัสเซีย ลิเบีย และ ไนจีเรีย จะเห็นว่า 7 ประเทศแรกที่มีน้ำมันมากที่สุดในโลกมีเพียงแคนาดาเท่านั้นที่อยู่ในซีกตะวันตก ส่วนรัสเซียบริเวณที่มีน้ำมันและก๊าซมากนั้นก็อยู่ในทวีปเอเชียมากทีเดียว
ส่วนประเทศที่ผลิตก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดของโลก 5 อันดับจากใหญ่ไปหาน้อย คือ สหรัฐอเมริกา รัสเซีย แคนาดา อิหร่าน และ นอร์เวย์
สุดท้ายบริเวณรอบๆ บ้านเรา อาเซียนมีน้ำมันไม่มาก แต่มีก๊าซธรรมชาติมาก ที่มีมากที่สุด คือ อินโดนีเซียและมาเลเซีย หากรวมก๊าซทั้งหมดในอาเซียนรวมทั้งในอ่าวไทยเข้าด้วยกันจะมี 5% ของโลก แต่หากนับการผลิต อาเซียนทั้งมวลขณะนี้ผลิตก๊าซธรรมชาติได้ 8% ของโลก ส่วนปริมาณก๊าซธรรมชาติสำรองนั้น คาดกันว่าอาจจะมีถึง 10%







