
น้ำเหนือทรงตัวฝนถล่มภาคตะวันออกอ่วม
สถานการณ์น้ำเหนือเริ่มคลี่คลาย น้ำท่วมพระนครศรีอยุธยาเริ่มทรงตัว เพราะเขื่อนเจ้าพระยาเริ่มลดการปล่อยน้ำลงท้ายเขื่อน
สถานการณ์น้ำเหนือเริ่มคลี่คลาย น้ำท่วมพระนครศรีอยุธยาเริ่มทรงตัว เพราะเขื่อนเจ้าพระยาเริ่มลดการปล่อยน้ำลงท้ายเขื่อน
วานนี้ วิทยา ผิวผ่อง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา และสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ลงเรือสำรวจระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา พบว่าระดับน้ำยังทรงตัวไม่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ลดการปล่อยน้ำเหลือเพียง 1,625 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที ทำให้น้ำท่วมในเขต จ.พระนครศรีอยุธยา อยู่ในระดับทรงตัวและไม่ขยายวงกว้าง
ด้าน บรรดิษฐ์ อินต๊ะ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพิษณุโลก กล่าวว่า ได้ผันน้ำจากแม่น้ำยมผ่านคลองไปลงแม่น้ำน่าน เพื่อลดผลกระทบน้ำที่ไหลเข้าท่วมพื้นที่ อ.บางระกำ ซึ่งเพิ่มระดับสูงขึ้นวันละประมาณ 20 เซนติเมตร
แม้สถานการณ์น้ำเหนือจะค่อยๆ คลี่คลายลง จากปริมาณฝนตกที่ลดลงเหลือเพียง 25 มิลลิเมตร (มม.) แต่ปริมาณฝนที่ตกหนักในพื้นที่ภาคกลางเฉลี่ยวันละ 88 มม. และภาคตะวันออกเฉลี่ย 85.5 มม. ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรีและบางปะกงเอ่อท่วมพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และสระแก้ว ตลอดจนทำให้มีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำของเขื่อนต่างๆ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเพิ่มสูงขึ้น
เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก ความจุ 224 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำ 65% น้ำไหลเข้าวันละ 1.4% ของความจุอ่างเก็บน้ำ เขื่อนประแสร์ จ.ระยอง ความจุ 248 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำ 78% ปริมาณน้ำไหลเข้าวันละ 8.3% เขื่อนคลองสียัด จ.ฉะเชิงเทรา ความจุ 420 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำ 59% น้ำไหลเข้าวันละ 5.8% เขื่อนหนองปลาไหล จ.ระยอง ความจุ 164 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำ 48% น้ำไหลเข้าวันละ 2%
วีระ วงศ์แสงนาค อดีตรองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ขณะนี้ร่องความกดอากาศสูงจากจีนลงมายังประเทศไทย ประกอบกับร่องความกดอากาศสูงจากออสเตรเลียดันขึ้นมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้ร่องความกดอากาศต่ำที่ทำให้เกิดฝนไม่สามารถขึ้นไปยังประเทศเกาหลีหรือญี่ปุ่นได้ ส่งผลให้ร่องความกดอากาศวนเวียนอยู่ในภูมิภาคนี้ ทำให้มีโอกาสเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องไปถึงช่วงปลายเดือน ก.ย.ต.ค.
“ที่น่าห่วงที่สุดคือภาคตะวันออก โดยเฉพาะปราจีนบุรีและนครนายก รัฐบาลควรให้ความสนใจเตรียมรับให้มากกว่านี้ เนื่องจากขณะนี้ตัวเลขของน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนขุนด่านปราการชลมีปริมาณมากผิดปกติ ฉะนั้น กทม.ในฐานะจังหวัดปลายน้ำ จึงเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมจากฝนที่จะเพิ่มขึ้น และน้ำทะเลหนุน โดยเฉพาะในเดือนต.ค.ธ.ค. ซึ่งน้ำทะเลหนุนต่อเนื่องนานเพราะเป็นปีที่มีเดือนแปดสองหน จึงต้องเตรียมความพร้อมให้เต็มที่” วีระ กล่าว
ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ภาคตะวันออกวานนี้ น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่เขตเทศบาลเมืองสระแก้ว ก่อนที่จะไหลลงสู่แม่น้ำปราจีนบุรีในเขต อ.กบินทร์บุรี ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรีเพิ่มสูงขึ้นอีก
สุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า อาจจะทำให้เกิดน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำปราจีนบุรีภายใน 12 วันนี้
ขณะที่ จ.สระแก้ว น้ำจาก อ.วัฒนานคร ได้ไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ ต.บ้านด่าน และบ้านใหม่หนองไทร อ.อรัญประเทศ โดยส่งผลกระทบให้ตลาดโรงเกลือถูกน้ำท่วมสูงประมาณ 50 เซนติเมตร
เช่นเดียวกับที่ จ.ฉะเชิงเทรา ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้แม่น้ำบางปะกงก็เอ่อท่วมพื้นที่ อ.เมือง ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 30 เซนติเมตร
ด้านภาคตะวันตก เขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี ก็มีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเขื่อนทั้งสองแห่งจำนวนมาก ล่าสุดระดับน้ำของทั้งสองเขื่อนมากกว่า 80% ของความจุอ่าง โดยมีน้ำไหลเข้าเขื่อนวันละประมาณ 40 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่ระบายออกเพียงวันละ 20 ล้าน ลบ.ม.
ทั้งนี้ ฝนที่ตกติดต่อกันทำให้นาข้าวในพื้นที่ ต.นครชุมน์ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เกือบ 1,000 ไร่ ถูกน้ำท่วมเสียหายทั้งหมด ชาวนากว่า 100 ราย ได้รับความเดือดร้อน







