posttoday
แนวทางแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้

แนวทางแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้

18 กันยายน 2555

ข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้รวม 9 ข้อ

ข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้รวม 9 ข้อ

1.ยึดมั่นในพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ‘เข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา’

1.การเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ต้องให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ (พตท.) อยู่ปฏิบัติหน้าที่ระยะยาวอย่างต่อเนื่อง จริงใจ จนกระทั่งประชาชนไว้วางใจ เชื่อใจ

2.ทหารและเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกหน่วยงาน ต้องปฏิบัติภารกิจด้านชุมชนสัมพันธ์ร่วมกับภาคประชาสังคมอย่างต่อเนื่อง จนประชาชนในพื้นที่ประทับใจ ซึ้งใจ และร้องขอไม่ให้ย้ายไปอยู่ที่อื่น

3.ทหารตำรวจต้องมีพันธสัญญากับตนเองว่าจะต้องรักษาหลักนิติรัฐ นิติธรรม ซึ่งในอดีตเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนอาจจะกระทำผิด อาจจะกระทำด้วยความผิดพลาด รู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่ในห้วงปัจจุบัน ทุกหน่วยงานต่างเข้มงวดกวดขันเจ้าหน้าที่ ทำให้ไม่ปรากฏการกระทำผิด แต่เนื่องจากเจ้าหน้าที่มีมาก อาจจะเผลอตัวกระทำผิด จึงขอให้อดทน อดกลั้น และเข้มงวดกวดขันต่อไป และหากมีการกระทำผิดขอให้ลงโทษอย่างจริงจัง

4.ด้านการพัฒนา ประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการทำประชาคมทุกแผนงาน โครงการของรัฐในการพัฒนาและรัฐต้องไม่ดำเนินการตามใจชอบ โดยไม่สอบถามประชาชนก่อน แต่แผนงาน/โครงการใดที่กระทำไปเพื่อสนับสนุนเป้าหมายยุทธศาสตร์ของรัฐ เช่น การพัฒนาด้านการศึกษา การส่งเสริมให้เรียนในสถานศึกษาของรัฐที่สอนในระบบ 2 ภาษา

2.การใช้นโยบายการเมืองนำการทหารและใช้นโยบายแก้ไขปัญหาและพัฒนาให้ต่อเนื่องจากรัฐบาลประชาธิปัตย์

1.รุกงานด้านการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดี มีปัจจัย 4 ครบถ้วน มีคุณภาพด้านการศึกษา โดยคำนึงถึงอัตลักษณ์ ชาติพันธุ์ ศาสนา และความเชื่อ

2.ขจัดเงื่อนไขด้านการสู้รบ เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องเข้าใจประวัติศาสตร์ปัตตานีอย่างลึกซึ้ง โดยยึดต้นแบบการปฏิบัติหน้าที่ของ 3 หน่วยงาน คือ งานสร้างความเข้าใจ เข้าถึงประชาชนของหน่วยนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ น.อ.สมเกียรติ ผลประยูร สถานีตำรวจบันนังสตา จ.ยะลา สมัย พ.ต.อ.สุวัฒน์ พงษ์ไพบูลย์ เป็น ผกก. และ โครงการ 4 เสาหลักในตำบลปิยามุมัง ของที่ทำการปกครอง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี สมัย ไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ เป็นนายอำเภอ

3.หน่วยงานด้านการศึกษาต้องใกล้ชิดกับสถานศึกษาปอเนาะในการผลิตเยาวชนให้อยู่กับรัฐไทย เข้าใจ รัฐไทย และเป็นของรัฐไทย เพราะสถานศึกษาปอเนาะจัดการศึกษาตั้งแต่อนุบาลประถมมัธยม แล้วยังส่งต่อไปเรียนอิสลามศึกษา ซึ่งมักจะถูกบิดเบือนประวัติศาสตร์ เป็นเหตุให้เยาวชนโกรธแค้นรัฐไทย ดังนั้นหน่วยงานด้านการศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องสร้างความเข้าใจ เรื่องนี้ได้วางแผนกำหนดแนวทางในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ขอให้รัฐบาลปัจจุบันนำไปสู่การปฏิบัติ เช่น ทุนการศึกษา อาคารเรียน อาคารที่พัก การเรียนต่อสายสามัญ

3.ความรู้สึกของประชาชนท้องถิ่น มีความไม่สบายใจต่อการใช้กฎหมายพิเศษ (พ.ร.บ.กฎอัยการศึก และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) อยากให้ยกเลิกการใช้กฎหมายพิเศษทั้งสองฉบับ และใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงฯ แทน โดยเฉพาะการดำเนินการตามมาตรา 21 เพื่อความสงบสุขในพื้นที่

การใช้กฎหมายพิเศษ มีส่วนผลักดันให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงบางส่วน (กลุ่ม แวอาลีคอปเตอร์ วาจิ ประมาณ 93 คน) ต้องเข้ามอบตัวกับ ผอ.รมน.ภาค 4 เพื่อพูดคุยหารือแนวทางการยุติปัญหาการก่อเหตุรุนแรง เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2555 ซึ่งถือว่าเป็นความสำเร็จในขั้นต้นของฝ่ายรัฐที่ต้องขยายผลต่อไป ฝ่ายรัฐควรสร้างความเข้าใจต่อประชาชนให้เห็นถึงประโยชน์และความจำเป็นของการใช้กฎหมายพิเศษสร้างแรงจูงใจต่อผู้ก่อเหตุรุนแรงในการเข้ามอบตัวตามมาตรา 21 แห่ง พ.ร.บ.ความมั่นคง เพื่อยุติปัญหาการก่อเหตุรุนแรงให้ได้ทั้งหมดทั้งพื้นที่

4.ยกเลิกการใช้กำลังทหารจากต่างถิ่นให้เร็วที่สุด และให้ใช้กองกำลังจากกองทัพภาค 4 กองพลทหารราบที่ 15 ให้เต็มอัตรากำลัง ตำรวจ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน อาสาสมัครรักษาความสงบเรียบร้อยในหมู่บ้าน อาสารักษาดินแดนกรมการปกครอง และกองกำลังประจำถิ่นอื่นๆ แทน

5.สนับสนุน ส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 4 อำเภอของ จ.สงขลา รับราชการและทำหน้าที่ในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐให้มากขึ้น รวมถึงการให้กองกำลังประจำถิ่นได้มีโอกาสก้าวหน้าในสายงานฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร โดยรัฐต้องมีกระบวนการคัดเลือกที่ดี กำหนดสัดส่วนให้เหมาะสม เนื่องจากปัจจุบันองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ มีคนของกลุ่มก่อเหตุรุนแรงเข้ามาแฝงตัวในองค์กรเป็นจำนวนมาก

6.ให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนา การให้ความยุติธรรม เป็นธรรม การฟื้นฟูเยียวยาแก่ประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัด 4 อำเภอของ จ.สงขลา โดยให้ กอ.รมน.เป็นหน่วยงานหลักด้านความมั่นคง เพื่อเสริมสร้างเอกภาพในการบังคับบัญชาและบริหารจัดการในภาพรวมด้วย สำหรับ ศปก.กปต.ที่จัดตั้งขึ้นใหม่ก็เป็นห่วงในเรื่อง “งบประมาณ” จะล่าช้าไปหรือไม่

7.รัฐบาลควรจ่ายเงินเยียวยาให้พลเรือน ตำรวจ ทหาร และประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้เท่ากับผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองระหว่างปี 2548–2553

8.คัดค้านการจัดตั้งเขตปกครองพิเศษ หรือร่าง พ.ร.บ.ปัตตานีมหานคร หรือเลือกผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากมีศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นหน่วยหลักในการพัฒนา การให้ความยุติธรรม เป็นธรรม การฟื้นฟูเยียวยาแก่ประชาชนในพื้นที่ และมีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ดูแลด้านความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยอยู่แล้ว

9.ขอยืนยันให้นายกรัฐมนตรีทำหน้าที่ในฐานะ ผอ.รมน. และ ผอ.ศอ.บต. เพื่อรับผิดชอบต่อการพัฒนาและแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อันเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งจะเกิดเอกภาพทั้งการบังคับบัญชา การกำหนดนโยบายและนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ

1.นายกรัฐมนตรีต้องสั่งการให้ทั้ง 17 กระทรวง ที่มีภารกิจ มีหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ลงไปปฏิบัติหน้าที่และขับเคลื่อนการทำงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ เพื่อให้ทหารและหน่วยงานความมั่นคงได้ทำหน้าที่งานด้านความมั่นคงอย่างเต็มที่

2.ในฐานะ ผอ.รมน. นายกรัฐมนตรีต้องกำหนดแผนและยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงให้ชัดเจน เพื่อให้การปฏิบัติงานของหน่วยงานด้านความมั่นคงมีทิศทางและเป็นเอกภาพ มีความต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ความขัดแย้ง ต้องสร้างทหารมืออาชีพ เน้นทำหน้าที่สันติภาพ ร่วมมือกับภาคประชาสังคมอย่างเข้มแข็ง เพื่อร่วมกันสร้างชุมชนสัมพันธ์และลดช่องว่างในการเข้าถึงประชาชน

3.ในฐานะ ผอ.ศอ.บต. นายกรัฐมนตรีต้องมียุทธศาสตร์ แผนงาน โครงการด้านการพัฒนาที่ชัดเจน เพื่อกำหนดทิศทางการปฏิบัติงานของ ศอ.บต. ให้บรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ ในยุคประชาธิปัตย์ กำหนดให้มีการยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของประชาชน จาก 6 หมื่นบาท เป็น 1.2 แสนบาทต่อครอบครัวต่อปี การกำหนดพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ โครงการพนพ พนม เป็นต้น

4.ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติตั้งหน่วยงานขึ้นมาใหม่ คือ ศปก.กปต. ทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนในการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติให้มีประสิทธิภาพ ขอให้รัฐบาลได้ทบทวนมติดังกล่าวนี้ และควรยกเลิกการจัดตั้งองค์กรดังกล่าว แม้ว่าทหารทุกเหล่าทัพหรือหน่วยงานด้านความมั่นคงรับทราบว่าทุกกระทรวงที่มีภารกิจ หน้าที่ด้านการบริหาร และการพัฒนาปฏิบัติงานล่าช้าและขาดประสิทธิภาพ วิธีคิดด้วยความปรารถนาดีต่อบ้านเมืองและประชาชน ด้วยการตั้งองค์กรขึ้นมาใหม่ พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าจะเป็นการซ้ำซ้อนกับภารกิจที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีของกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรับผิดชอบอยู่แล้ว เมื่อเกิดความซ้ำซ้อน สับสน ในการปฏิบัติตามคำสั่งก็ยิ่งทำให้เกิดความล่าช้าและขาดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

5.นายกรัฐมนตรีต้องประสานงานกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และสั่งการให้หน่วยงานด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน เข้าตรวจสอบอย่างเข้มข้นในความโปร่งใส การทุจริตคอร์รัปชันในทุกแผนงาน โครงการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และควรยกเลิกมติ ครม. ที่เกี่ยวกับการเปิดโอกาสให้ใช้วิธีการจัดจ้างจัดซื้อด้วยวิธีพิเศษทุกกรณี เพราะสถานการณ์ในพื้นที่ที่นำมาอ้างได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท