
ปชป.ซัดรัฐหลอกขึ้นค่าแรงดองงบน้ำท่วม
ฝ่ายค้าน แถลงซัดโกหกสีขาวเพิ่ม 3 เรื่อง ชี้ หลอกค่าแรง300 ดองงบน้ำท่วม ละลายเงินแก้อุทกภัย
ฝ่ายค้าน แถลงซัดโกหกสีขาวเพิ่ม 3 เรื่อง ชี้ หลอกค่าแรง300 ดองงบน้ำท่วม ละลายเงินแก้อุทกภัย
คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ได้ร่วมกันแถลงข่าวเรื่อง 1 ปีรัฐบาลยิ่งลักษณ์ โกหกสีขาว ในลำดับที่ 9-12 จากทั้งหมด 19 เรื่อง โดย นายธนา ชีรวินิจ สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ แถลงเรื่องในลำดับที่ 9 หัวข้อ "เรื่องด่วน พ.ร.ก.กู้เงิน 3.5 แสนล้านหลอกศาล หลอกสภา หลอกประชาชน" ว่า รัฐบาลอ้างความจำเป็นเร่งด่วนว่าหากไม่สามารถได้เงินกู้ตามพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 3.5 แสนล้านบาทจะทำให้ไม่สามารถวางระบบป้องกันน้ำท่วมได้ต่อศาลรัฐธรรมนูญ ปรากฎว่าจนถึงขณะนี้กว่า 8 เดือนมีน้ำท่วม 22 จังหวัด แต่รัฐบาลก็ไม่มีมาตรการที่จะแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ และเมื่อมีการอนุมัติพ.ร.ก.เงินกู้แล้วรัฐบาลกลับเบิกจ่ายงบประมาณได้เพียง 1.55 พันล้านบาทเท่านั้น แสดงให้เห็นถึงความด้อยประสิทธิภาพของรัฐบาล
นายนริศ ขำนุรักษ์ สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ แถลงเรื่องในลำดับที่10 หัวข้อ "ปลูกป่ากันน้ำท่วมใน 3 เดือนถึงวันนี้ยังไม่มีสักต้นเดียว" ว่า รัฐบาลได้มีแผนปลูกป่าเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมโดยใช้งบประมาณ 6 หมื่นล้านบาทจากพ.ร.ก.กู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท แต่จนถึงขณะนี้ระยะเวลากว่า 7 เดือนก็ยังไม่มีการปลูกต้นไม้แม้แต่ต้นเดียว เพราะคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.)ไม่ได้จัดสรรงบประมาณในการปลูกต้นไม้
นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สส.ยะลา พรรคประชาธิปัตย์ แถลงเรื่องในลำดับที่ 11 หัวข้อ "ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทโกหกทันทีทั่วประเทศ" ว่า พรรคเพื่อไทยได้เคยประกาศไว้ว่าจะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำพร้อมกันทันที 300 บาททั่วประเทศแต่ปรากฏว่านำร่องเพียง 7 จังหวัด ไม่ได้ทำทันทีตามที่สัญญาไว้กับประชาชน ที่สำคัญรัฐบาลยังเปลี่ยนจากคำว่าค่าแรงขั้นต่ำมาเป็นคำว่ารายได้ด้วย ทั้งที่สองคำนี้มีความหมายแตกต่างเพราะรายได้นั้นหมายถึงการเหมารวมค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการเข้าไปด้วย ซึ่งไม่เป็นการรักษาสัญญาของรัฐบาล
นายกนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงเรื่องในลำดับที่ 12 หัวข้อ "กองทุนตั้งตัวได้ครบ 1 ปียังไม่มีใครได้ตั้งตัว"ว่า กองทุนดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บัณทิตจบใหม่สามารถมีเงินทุนเพื่อประกอบอาชีพ ทั้งนี้ในปี 2555 ได้ตั้งงบประมาณเพื่อดำเนินการ จำนวน 1.3พันล้านบาท แต่ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2556พบว่าไม่ได้มีการนำเงินจำนวนดังกล่าวไปใช้ในโครงการ โดยทางสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้สารภาพต่อที่ประชุมว่ายังไม่มีการเบิกจ่ายงบประมาณ







