
สิทธิ3กองทุนผู้ป่วยไม่ขาดยา
ดีเดย์รักษา “เอดส์-ไต” มาตรฐานเดียว 1 ต.ค.นี้
ดีเดย์รักษา “เอดส์-ไต” มาตรฐานเดียว 1 ต.ค.นี้
ที่ประชุมร่วม 3 กองทุนสุขภาพ ในวันที่ 18 ก.ย.นี้ จะหารือเพื่อเตรียมความพร้อมระบบดูแลรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวี (เอดส์) และผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยจะเริ่มในวันที่ 1 ต.ค.นี้ อย่างไรก็ตามแนวคิดหลักคือ ผู้ป่วยทุกรายทุกสิทธิจะสามารถเข้าถึงการบำบัดรักษาด้วยเกณฑ์มาตรฐานเดียวกัน
นอกจากนี้ จะได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องด้วยวิธีการรักษาแบบเดิม แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนสิทธิการรักษาก็ตาม ขณะที่หน่วยบริการก็จะได้รับเงินชดเชยค่าบริการและเวชภัณฑ์ตามระเบียบของกองทุนที่ผู้ป่วยย้ายเข้าใหม่
นายวิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า หลังจากบูรณาการการรักษาโรคเอดส์และไตวายเรื้อรัง 3 กองทุน เป็นที่เรียบร้อยแล้วจะสร้างความเป็นเอกภาพของระบบทั้งสิทธิประโยชน์และแนวทางการชดเชยค่าบริการ ซึ่งขณะนี้ยังมีข้อแตกต่างบางประการ คาดว่าภายใน 2 ปี ทั้งสามกองทุนจะอยู่ในรูปแบบเดียวกันทั้งหมด
นายวิทยา กล่าวว่า ปัจจุบันทั้งสามกองทุนสุขภาพมีระบบดูแลรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีด้วยการให้ยาต้านไวรัสและยาอื่นๆ รวมถึงการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อติดตามผลการรักษาและมีเปิดให้บริการปรึกษาพร้อมกับตรวจเลือดแบบสมัครใจ จากนี้จะพัฒนาศูนย์ข้อมูลกลาง การบริหารการเบิกยา เพื่ออำนวยความสะดวกหน่วยบริการให้มีระบบเดียวกัน “เป้าหมายหลักคือผู้ป่วยต้องไม่ขาดยา ผู้ป่วยต้องไม่ขาดการรักษา เนื่องจากการเปลี่ยนสิทธิให้ผู้ป่วยรับยาในที่เดียว” นายวิทยา กล่าว
ขณะที่การรักษาผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ผู้ป่วยทุกสิทธิจะเข้าถึงการบำบัดรักษาด้วยเกณฑ์มาตรฐานเดียวกัน หน่วยบริการและผู้ป่วยทุกรายจะทราบสิทธิประโยชน์และแนวทางปฏิบัติ หากต้องเปลี่ยนสิทธิการรักษาในระหว่างการบำบัดทดแทนไต โดยผู้ป่วยจะได้รับการเตรียมความพร้อมก่อนบำบัดทดแทนไตโดยไม่ต้องสำรองค่าใช้จ่าย
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะอนุกรรมการการมีส่วนร่วมและการคุ้มครองสิทธิ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้หารือกับผู้แทนสองกองทุนสุขภาพ เพื่อแก้ไขมาตรา 41 พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่องการขยายขอบเขตการจ่ายชดเชยค่าเสียหายจากการรับบริการสาธารณสุขให้ครอบคลุมทั้งสามกองทุนสุขภาพ โดย สปสช.จะเป็นเจ้าภาพในการของบประมาณจากรัฐบาลเพิ่มอีก 1,000-2,000 ล้านบาท







