
ตะลึงค้นรถวีโก้ต้องสงสัยเจออาวุธสงครามเพียบ
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรถกระบะต้องสงสัยใช้ก่อเหตุยิงระเบิดใส่ก.กลาโหม เจออาวุธสงครามเพียบ แถมสวมทะเบียนปลอม
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรถกระบะต้องสงสัยใช้ก่อเหตุยิงระเบิดใส่ก.กลาโหม เจออาวุธสงครามเพียบ แถมสวมทะเบียนปลอม
ความคืบหน้าเหตุลอบยิงระเบิดที่กระทรวงกลาโหม ล่าสุดเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกรมสรรพาวุธ ได้ตรวจสอบรถกระบะโตโยต้าวีโก้ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ตศ 9818 กทม. ซึ่งถูกนำมาจอดไว้ที่บริเวณหลังศาลเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร กทม. ที่คาดว่าคนร้ายจะใช้เป็นพาหนะในการก่อเหตุลอบยิงระเบิด เข้าไปในชุมชนแพร่งภูธร ด้านหลังกระทรวงกลาโหม
เบื้องต้นพบว่ารถต้องสงสัยดังกล่าวมีการสวมทะเบียนปลอม ภายในพบอาวุธสงครามจำนวนมาก ประกอบด้วยเครื่องยิงระเบิดอาร์พีจีหนึ่งกระบอก ที่มีร่องรอยถูกใช้งานแล้ว ปืนกลมือ 1 กระบอก และเครื่องกระสุนขนาด 11 มม. จำนวน 48 นัด ลูกระเบิดชนิดขว้าง เอ็ม 67 อีก 3 ลูก และเสื้อผ้า 2 ชุด เป็นเสื้อยืดสีฟ้าแดง และกางเกง อีก 2 ตัว นอกจากนี้ ยังพบว่ากระจกแคปด้านหลังมีรอยแตก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นการจงใจทำของคนร้าย เพื่อให้สามารถยิงออกมาจากตัวรถกระบะดังกล่าวได้ โดยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายรถกระบะต้องสงสัยดังกล่าว ไปที่ สน.สำราญราษฎร์ เพื่อตรวจสอบหาหลักฐานเพิ่มเติม
ขณะที่ การตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย ที่คนร้ายนำมาวางไว้บนฟุตปาธติดกับทางลงสะพานพระปิ่นเกล้า หน้าสำนักงานสรรพากรภาค 3 เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดได้ใช้น้ำยิงทำลาย ก่อนเข้าตรวจสอบพบว่า เป็นวัตถุต่อวงจรเลียนแบบระเบิด ประกอบด้วยแท่งระเบิดไดนาไมค์ 4 แท่งใช้สายไฟมัดรวมกัน ภายในมีแผงวงจรอิเลคโทรนิกส์ แต่ไม่พบดินปืนที่จะเป็นสารตั้งต้นของการจุดชนวนระเบิดได้ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้เก็บวัตถุดังกล่าวไปทำการตรวจสอบหาตัวคนร้ายต่อไป
ส่วนเหตุระเบิดหน้าสำนักงาน ป.ป.ช. แห่งใหม่ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าตรวจสอบจุดที่เกิดระเบิด พบกระเดื่องระเบิด เอ็ม 67 ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุตกอยู่ใกล้กับหลุมที่เกิดจากแรงระเบิด และจากการสอบปากคำพยานที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ทราบว่า เมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. วานนี้ (20 มี.ค.) มีชายต้องสงสัย 1 ราย ขับขี่จักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียน ขับมาถึงแล้วจอดตรงประตูใหญ่ของสำนักงาน ปปช.หลังจากนั้นก็ได้มีการขว้างวัตถุที่คาดว่าน่าจะเป็นระเบิดเอ็ม 67 เข้าไปใน สำนักงาน ปปช. จนเกิดเหตุระเบิดขึ้น







