
คนร้ายควงปืนเก๊ปล้นทองภูเก็ตเชิด100บ.
2 คนร้ายใช้อาวุธปืนปลอมบุกปล้นร้านทองใกลางเมืองภูเก็ตกวาดทองรูปพรรณกว่า 100 บาท
2 คนร้ายใช้อาวุธปืนปลอมบุกปล้นร้านทองใกลางเมืองภูเก็ตกวาดทองรูปพรรณกว่า 100 บาท
เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายสองคนใช้อาวุธปืนอัดลมบุกเข้าชิงทรัพย์ร้านทองยงชวน เลขที่ 68/295 หมู่บ้านการเคหะ หมู่ที่ 7 ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต โดยได้ทองคำรูปพรรณไปจำนวนหนึ่ง หลังรับแจ้งร.ต.อ.ธาดา โสดารักษ์ ร้อยเวรสถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต พร้อมด้วยพ.ต.ท.ประวิทย์ เอ่งฉ้วน สารวัตรสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต รวมทั้ง พ.ต.ท.จำรูญ พลายด้วง รองผู้กับการสถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต พ.ต.อ.วันชัย ปาละวัน ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและติดตามสกัดจับกุมคนร้าย
จากการสอบสวนในเบื้องต้นพบว่าขณะเกิดเหตุนางศิรินันท์ ศิริกลวรกุล อายุ 64 ปี เจ้าของร้านทองยงชวน อยู่หน้าร้านเพียงคนเดียว มีคนร้ายจำนวน 2 คนถืออาวุธปืนอัดลมเข้ามาในร้าน และยิงเข้าใส่เจ้าของร้านจำนวน 3 นัด ก่อนที่จะใช้ค้อนทุบกระจกตู้ใส่ทองจนแตกกระจาย และกวาดทองคำรูปพรรณไปประมาณกว่า 100 บาท ก่อนที่จะขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไปทางท่าเทียบเรือรัษฎา โดยคนร้ายทั้ง 2 คน สวมเสื้อลายขวางทับเสื้อตัวใน ซึ่งคนหนึ่งสวมกางเกงลายพราง และอีกคนสวมกางยีนส์ ทั้งใส่วิกผมเพื่ออำพรางหน้าตา
อย่างไรก็ตามจากการติดตามจับกุมคนร้ายที่หลบหนีพบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์คันที่เกิดเหตุไปจอดทิ้งไว้จุดจอดรถของพนักแพปลาแห่งหนึ่งโดยอยู่ที่บริเวณแพศรีไพบูลย์ชัย ซึ่งอยู่ห่างจากร้านทองที่เกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร และ จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่ารถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุเป็นรถฮอนด้าเวฟ สีขาวแดง ป้ายทะเบียน ขพก 810 ภูเก็ต และมีสร้อยข้อมือทองคำตกอยู่ใกล้รถจำนวน 1 เส้น นอกจากนั้นที่บริเวณท่อไอเสียรถมีรอยเลือดติดอยู่
จากการตรวจค้นอาคารที่พักคนงานพบว่าบริเวณห้องน้ำชั้นล่าง คนร้ายได้นำอาวุธปืนอัดลม และกางเกง รวมทั้งผ้ากันเปื้อนที่สวมใส่ก่อนเกิดเหตุไปซุกซ่อนไว้ นออกจากนั้นบริเวณถนนด้านนอกซึ่งเป็นเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี ชาวบ้านเก็บวิกผมที่คนร้ายสวมในช่วงก่อเหตุได้ 1 อันด้วย
ส่วนการติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการปิดล้อมแพปลาในพื้นที่ หมู่ที่ 7 ต.รัษฎา ทั้งหมด เพื่อค้นหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ รวมทั้งนำภาพจากกล้องวงจรปิดไปสอบถามข้อมูลคนร้ายจากชาวบ้าน เนื่องจากคาดว่าคนร้ายน่าจะเข้ามาอยู่ในพื้นที่ก่อนที่จะมีการก่อเหตุ และน่าจะรู้จักสถานที่ในบริเวณดังกล่าวเป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า คนร้ายได้แยกกันหลบหนี โดยนั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างออกไป จากแพดังกล่าวแล้ว







