
ฝนถล่มอ่วมท่วมซ้ำ 4 จ.ภาคเหนือ
ปั่นป่วนกันทั้งเมือง ชาวสุโขทัยต้องหยุดทำความสะอาดบ้านเรือนที่เพิ่งผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่มาได้เพียง 2 วัน พากันหันมาขนย้ายสิ่งของไปไว้ที่สูงหนีน้ำท่วมซ้ำอย่างอลหม่านอีก หลังจากเมื่อกลางดึกวันที่ 16 ก.ย. มวลน้ำในแม่น้ำยมเพิ่มเกินกว่าจุดวิกฤต 7.5 เมตร อย่างรวดเร็วและไหลเชี่ยวแรงได้เอ่อล้นแนวคันกั้นน้ำ ตลอดทั้งรั่วซึมทะลักแนวบิ๊กแบ็กและเกเบียนบริเวณตลาดสดริมน้ำ ถนนราชธานี อ.เมืองสุโขทัย ทะลักเอ่อท่วมเทศบาลเมืองสุโขทัยต่อเนื่องและขยายวงกว้าง โดยเฉพาะพื้นที่ต่ำตามซอยต่างๆ ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 50 เซนติเมตร ทำให้ จักริน เปลี่ยนวงษ์ ผวจ.สุโขทัย ต้องสั่งอพยพประชาชนไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยและสั่งปิดโรงเรียนโดยไม่มีกำหนดจนกว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ปั่นป่วนกันทั้งเมือง ชาวสุโขทัยต้องหยุดทำความสะอาดบ้านเรือนที่เพิ่งผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่มาได้เพียง 2 วัน พากันหันมาขนย้ายสิ่งของไปไว้ที่สูงหนีน้ำท่วมซ้ำอย่างอลหม่านอีก หลังจากเมื่อกลางดึกวันที่ 16 ก.ย. มวลน้ำในแม่น้ำยมเพิ่มเกินกว่าจุดวิกฤต 7.5 เมตร อย่างรวดเร็วและไหลเชี่ยวแรงได้เอ่อล้นแนวคันกั้นน้ำ ตลอดทั้งรั่วซึมทะลักแนวบิ๊กแบ็กและเกเบียนบริเวณตลาดสดริมน้ำ ถนนราชธานี อ.เมืองสุโขทัย ทะลักเอ่อท่วมเทศบาลเมืองสุโขทัยต่อเนื่องและขยายวงกว้าง โดยเฉพาะพื้นที่ต่ำตามซอยต่างๆ ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 50 เซนติเมตร ทำให้ จักริน เปลี่ยนวงษ์ ผวจ.สุโขทัย ต้องสั่งอพยพประชาชนไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยและสั่งปิดโรงเรียนโดยไม่มีกำหนดจนกว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ทั้งนี้ เนื่องจากเกรงว่ามวลน้ำจาก อ.วังชิ้น จ.แพร่ และ อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ไหลเข้าสมทบแม่น้ำยมจำนวน 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลทำให้เลยจุดวิกฤต 7.5 เมตร หวั่นว่าจะรับมือไม่ได้ โดยเมื่อเช้าวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จากสำนักงานชลประทาน จ.สุโขทัย และเจ้าหน้าที่ทหารบกจากกองทัพภาคที่ 3 กว่า 500 นาย ได้ขนกระสอบทรายจำนวน 1 หมื่นถุง วางเสริมอุดรอยรั่วซึมเพื่อเสริมความแข็งแกร่ง พร้อมระดมเครื่องสูบน้ำเพื่อระบายน้ำไม่ให้กระแสน้ำไหลเข้าท่วมในพื้นที่เศรษฐกิจอีกครั้ง และได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับมือกับวิกฤตน้ำท่วม
อย่างไรก็ตาม จักริน ผวจ.สุโขทัย กล่าวว่า นอกจากตัวเมืองสุโขทัยซึ่งเป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจสำคัญต้องป้องกันสุดชีวิตแล้ว แต่พื้นที่ที่เป็นห่วงมากที่สุดคือ น้ำท่วมภายนอกตัวเมืองสุโขทัย เช่น บริเวณหมู่ 4 ต.ปากแคว อ.เมืองสุโขทัย น้ำยมได้เอ่อล้นเข้าท่วมหมู่บ้านสูงถึง 2 เมตร ชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 1,400 ครัวเรือน และยังไหลบ่าเข้าท่วมถนนจรดวิถีถ่อง สายสุโขทัยศรีสำโรง ตรงด้านหน้าการประปาส่วนภูมิภาค ระดับน้ำสูง 50-90 เซนติเมตร รถเล็กสัญจรผ่านไม่ได้ ส่วนที่ ต.คลองกระจง อ.สวรรคโลก และ ต.วัดเกาะ อ.ศรีสำโรง ปริมาณน้ำยมเอ่อล้นเข้าท่วมในพื้นที่ขยายเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งก็ได้ระดมกำลังทุกภาคส่วนลงพื้นที่ช่วยเหลือเป็นการด่วนแล้ว ส่วนน้ำป่าถล่ม 9 หมู่บ้าน ต.แม่สิน อ.ศรีสัชนาลัย เดือดร้อนหนักกว่า 1,500 ครัวเรือน แต่เริ่มคลี่คลายลงแล้ว ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมกำลังให้การช่วยเหลือเต็มที่ และเตรียมฟื้นฟูเยียวยาผู้ประสบภัยต่อไป
ที่ อ.เกาะคา จ.ลำปาง ซึ่งเป็นอำเภอทางตอนใต้ โดยอยู่ห่างตัวเมืองลำปาง 35 กิโลเมตร แม่น้ำวังเอ่อล้นตลิ่งท่วมตั้งแต่ช่วงเวลา 04.00 น. วันที่ 16 ก.ย. และทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนจมบาดาลกว่า 100 หลังคาเรือน กระจายในหมู่บ้านแม่ไฮ หมู่ 2 บ้านนาแส่ง หมู่ 6 และบ้านนากิ๋ม หมู่ 7 ต.นาแส่ง ระดับน้ำท่วม ตั้งแต่ 30 เซนติเมตร ไปจนถึง 1.50 เซนติเมตร ซึ่งขณะนี้ระดับน้ำยังคงทรงตัว
ที่ จ.พิษณุโลก มวลน้ำจาก จ.สุโขทัย ได้ไหลผ่านเข้าท่วมพื้นที่ลุ่ม 3 อำเภอ คือ อ.บางระกำ พรหมพิราม และเมือง น้ำท่วมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ย 50-70 เซนติเมตร บางพื้นที่ที่เป็นลุ่มต่ำสูงกว่า 1 เมตร ส่วนพื้นที่ทางการเกษตรเสียหายกว่า 2.2 หมื่นไร่ มีบ้านเรือนราษฎรถูกน้ำท่วมกว่า 1,000 ครัวเรือน
ชัยโรจน์ มีแดง ผวจ.พิษณุโลก กล่าวว่า มวลน้ำมหาศาลจะเข้าสู่ จ.พิษณุโลก ในอีก 12 วันนี้ จะทำให้ระดับน้ำแม่น้ำยมที่ไหลผ่าน อ.บางระกำ ต้องเอ่อล้นอย่างแน่นอน และหลังจากการตรวจสอบทางน้ำครั้งนี้ จึงขอเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำยมให้ขนของขึ้นสู่ที่สูง เพื่อป้องกันความเสียหาย
ที่ จ.แพร่ ฝนตกหนักที่เขต ต.นาพูน อ.วังชิ้น ทำให้ปริมาณน้ำล้นปรินเวย์อ่างเก็บน้ำบ้านแม่สิน ต.นาพูน แรกๆ ชาวบ้านเห็นน้ำจำนวนมากก็คิดว่าอ่างเก็บน้ำแตก แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าเป็นเพียงน้ำล้นเท่านั้น โดยน้ำได้ไหลท่วมหลายหมู่บ้าน โดยเฉพาะที่บ้านนาพูนหมู่ 2, 3, 4 และ 9 ต.นาพูน ได้รับความเสียหายกว่า 200 หลังคาเรือน ซึ่งขณะนี้น้ำได้ลดลงบ้างแล้ว เพราะไม่มีฝนตกซ้ำ คงทิ้งไว้เพียงร่องรอยความเสียหายเท่านั้น
ส่วนที่ จ.อ่างทอง ได้ระดมแท่งปูน 2,000 ก้อน เสริมคันกั้นน้ำป้องกันน้ำเอ่อท่วมศูนย์กลางย่านธุรกิจหลัก ศูนย์ราชการ และโรงพยาบาล หลังระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง จนเหลือเพียง 2 เมตร ก็จะพ้นแนวพนังที่ได้เสริมความสูงมากกว่าระดับน้ำปีที่แล้ว จึงได้วางแผนป้องกันแผนที่ 2 โดยหากระดับน้ำสูงเกินแนวพนังแล้ว ได้เตรียมแท่งปูน คสล.ที่มีอยู่ให้พร้อมใช้งานทันที
วิศว ศะศิสมิต ผวจ.อ่างทอง กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ยังไม่ถึงจุดวิกฤต เพราะมีพื้นที่ถูกน้ำท่วมเพียง 2 หมู่บ้านเท่านั้น คือที่ ต.โผงเผง อ.ป่าโมก และ ต.จำปาหล่อ อ.เมือง ซึ่งยังไม่ถึง 1% ด้วยซ้ำ เพราะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำและอยู่นอกคันกั้นน้ำ ซึ่งต้องถูกน้ำท่วมซ้ำซากแบบนี้ทุกปีอยู่แล้ว แต่เพื่อความไม่ประมาท ทางจังหวัดได้เตรียมพร้อมรับมือ หากน้ำยังมีระดับสูงขึ้นจนถึงจุดวิกฤต
ด้าน อุดมศักดิ์ ขาวหนูนา หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ล่าสุดมีพื้นที่ถูกน้ำท่วมรวม 6 อำเภอ เป็นชุมชนติดแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย ประกอบด้วย อ.บางบาล พระนครศรีอยุธยา เสนา ผักไห่ บางปะอิน และบางไทร รวม 79 ตำบล 426 หมู่บ้าน ประชาชนเดือดร้อนกว่า 1.6 หมื่นหลังคาเรือน ผลพวงจากเขื่อนเจ้าพระยาเร่งระบายน้ำเพื่อรองรับมวลน้ำเหนือ แต่ก็ได้ประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนรับมือทุกวัน
“วานนี้ระดับน้ำท่วมยังทรงตัวในระดับสูงที่ประมาณ 1 เมตร โดยเฉพาะในเขตชุมชนที่ลุ่มต่ำติดแม่น้ำ แต่เจ้าหน้าที่ทหารจากจังหวัดทหารบกสระบุรี นำกำลังพลและอุปกรณ์เข้าสร้างสะพานไม้ เป็นทางเดินชั่วคราวที่ ต.หัวเวียง อ.เสนา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน” อุดมศักดิ์ กล่าว
ส่วนที่ จ.ชัยภูมิ น้ำชีทะลักท่วม 5 อำเภอ คือ อ.เกษตรสมบูรณ์ บ้านเขว้า หนองบัวระเหว ดอนสวรรค์ และจัตุรัส ทำให้ ชนะ นพสุวรรณ ผวจ.ชัยภูมิ ได้ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติฉุกเฉินแล้ว โดยที่หนักสุด 11 หมู่บ้าน ต.ส้มป่อย อ.จัตุรัส ได้รับความเสียหายกว่า 1,000 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรเสียหายกว่า 6,000 ไร่ และถนนพังชำรุด 10 สาย







