
ตำรวจไทย ตำรวจของใคร
ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ไม่มีสิ่งใดที่ตำรวจไทยทำไม่ได้
“ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ไม่มีสิ่งใดที่ตำรวจไทยทำไม่ได้” คำขวัญนี้ ตำรวจไทยทุกนายน่าจะจดจำกันได้ เพราะเป็นคำขวัญที่ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ อธิบดีกรมตำรวจของไทย เมื่อปี2494-2500 ให้ไว้กับวงการตำรวจไทย
แต่ พล.ต.อ.เผ่า ไม่ได้บอกว่า สิ่งใดนั้นเป็นสิ่งใดในทางที่ดีหรือไม่ดี แต่ดูจากการปฏิบัติราชการของตำรวจไทยที่ผ่านมาแล้ว ตำรวจไทยคงทำได้ทุกอย่างทั้งทางดีและทางไม่ดีจริงๆ
ในช่วงนี้ข่าวเกี่ยวกับตำรวจไทยยึดพื้นที่ข่าวทุกประเภทติดกันหลายสัปดาห์ ผู้จองพื้นที่ข่าวได้เบ็ดเสร็จไม่มีใครเกินท่านผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง
ท่านเป็นนายตำรวจมือดีของสำนักงานตำรวจ คดีที่ท่านภูมิใจคือการคลี่คลายคดีฆาตกรรมผู้ว่าราชการจังหวัด ปรีณะ สีรัตนพันธ์ ที่โรงแรมย่านสะพานควาย เมื่อปี 2544 จนทำให้เจ้าพ่อกระทิงแดง (ไม่ใช่เครื่องดื่มชูกำลังนะครับ แต่เป็นกลุ่มกระทิงแดงที่ห้ำหั่นนักศึกษาในยุคตุลา 2519)ต้องเข้าไปชดใช้กรรมในคุก และคดีวิสามัญโจ ด่านช้าง กับพวกรวม 6 คน หลังจากที่ยอมมอบตัวถูกใส่กุญแจมือแล้ว เหตุเกิดเมื่อปี 2539ที่ จ.สุพรรณบุรี
คดีฆาตกรรมผู้ว่าฯ ปรีณะ น่าจะถือเป็นผลงานทางด้านดี เป็นผลงานชิ้นโบแดง แต่คดีวิสามัญโจ ด่านช้าง น่าจะเป็นผลงานชิ้นโบดำ แต่ตำรวจไทยคิดเหมือนกัน คิดเหมือนคนดูไบที่ต้องวิสามัญคดียาเสพติด คดีวิสามัญ 6 คน ที่ จ.สุพรรณบุรี จึงเข้าตาได้ใจกรมตำรวจ
และล่าสุดคดีทายาทเครื่องดื่มชูกำลังซิ่งเฟอร์รารีชนตำรวจตาย ท่านก็ออกมาลุยคดีด้วยตัวเอง ดูเหมือนจะสร้างความประทับใจให้กับชาวบ้านและตำรวจด้วยกัน ได้คะแนนไปไม่ใช่น้อย
คดีนี้ท่านให้สัมภาษณ์ดุเดือด เอาผิดลูกน้องที่เปลี่ยนตัวผู้ต้องหา ประเด็นที่ผมเห็นต่างจากคนอื่น คือ
1.ท่านใช้คำว่า “ตำรวจตายทั้งคน” ผมรู้สึกว่า ถ้าเป็นชาวบ้านตาย จะไม่ได้รับความใส่ใจเหมือนกรณีนี้หรือเปล่า ต้องเป็นตำรวจเท่านั้นใช่ไหมที่ท่านเอาจริงเอาจังอย่างนี้
2.หลังจากคดีนี้มีตำรวจถูกรถชนตายเหมือนกัน แต่ท่านไม่ได้ไปกำกับดูแล ไม่ได้ขึงขังเหมือนคดีแรก หรือจะทำเหมือนกันแต่ไม่เป็นข่าวหรือเปล่า หรือนักข่าวตกข่าวนี้
3.ผมสงสัยเหลือเกินว่า ถ้าคดีนี้ ไม่ใช่ทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง ท่านจะขึงขังอย่างนี้หรือไม่ การที่ท่านลงมาคุมคดีเอง เป็นไปได้หรือไม่ ถ้ามีการหารือเรื่องคดี จะต้องผ่านท่านเท่านั้น (ผมใช้คำว่าหารือเรื่องคดี เพื่อให้เป็นทางการ แต่ผู้ที่อยู่ในวงการคงทราบดีว่า หมายถึงอะไร) การหารือคดีกับเศรษฐีหมื่นล้าน บรรยากาศคงอบอุ่นกว่าตาสีตาสา
หลังจากนั้นก็ปรากฏข่าวที่ท่านให้นักโทษชายหนีหมายศาลติดยศให้ เป็นภาพที่ติดไว้ในห้องทำงาน พร้อมป้ายข้อความ “มีวันนี้ เพราะพี่ให้” ทำให้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในทางไม่ดี คล้อยหลังไม่นานตำรวจเป็นพันนายจากสถานีตำรวจนครบาลตบเท้าให้กำลังใจ
ตอนแรกเข้าใจว่าให้กำลังใจคดีตำรวจถูกรถชนตาย แต่ปรากฏว่าเป็นการให้กำลังใจเรื่องให้นักโทษชายติดยศให้ ทำให้แปลกใจว่าเพียงเรื่องเท่านี้ ตำรวจเป็นพันต้องพร้อมเพรียงกันมาให้กำลังใจเลยหรือ งานว่างมากหรืออย่างไร
ท่านคงอบอุ่นที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา คิดอย่างเดียวกับท่าน เห็นเรื่องนักโทษหนีหมายศาลเป็นผู้ที่ควรเคารพเทิดทูน
ความจริงแล้วการรักใครเคารพเทิดทูนใคร เป็นสิทธิส่วนตนที่ไม่ผิดอะไร ถ้าตำรวจจะเคารพเทิดทูนนักค้ายาเสพติด เจ้าของบ่อนเจ้าของซ่อง ก็เป็นสิทธิส่วนตัวที่ไม่ผิดกฎหมาย แต่ในฐานะที่เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ โดยหน้าที่ต้องอยู่ตรงข้ามกับนักโทษหนีคดี การไปคารวะไปแสดงความเคารพเทิดทูนสุดหัวใจ เป็นปฏิปักษ์กับการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ในฐานะ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์หรือไม่
อยากจะถามว่า วันนี้ตำรวจไทยรับเงินเดือนจากใคร รับจากเงินภาษีอากรของคนไทยหรือรับจากคนดูไบ หรือว่าเงินเดือนไม่ใช่สาระสำคัญ มันไม่พอให้นายตำรวจใหญ่ๆ ใช้จ่าย แต่ผลประโยชน์จากการได้ตำแหน่งที่คนดูไบมอบให้ มันกองท่วมหัวจนปิดบังสำนึกของการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์
เมืองไทยวันนี้ ทั้งนักการเมือง ข้าราชการ ต่างกล้าแสดงออกว่าจงรักภักดีนักโทษหนีคดี หนีหมายจับของศาล ซึ่งเป็นหนึ่งในอำนาจอธิปไตย คำตัดสินของศาลเป็นไปตามหลักนิติรัฐที่ทุกคนต้องยอมรับ แต่การแสดงออกของคนเหล่านี้ไม่ได้ยอมรับเลยหรือว่า คนที่ถูกศาลพิพากษาว่ามีความผิด ต้องติดคุก เป็นคนไม่ดี เป็นผู้กระทำผิดกฎหมาย ผู้มีอำนาจในประเทศนี้ขาดความสำนึกว่า ประเทศนี้ปกครองโดยกฎหมายที่เรียกว่า นิติรัฐ
หรือคนกลุ่มนี้เห็นว่า ภายใต้ดวงอาทิตย์ ไม่มีสิ่งใดที่เป็นความผิดสำหรับนักโทษชายหนีคดี
ผมเองแม้จบกฎหมาย แต่ก็ไม่ได้เป็นดอกเตอร์กับเขา อ่านกฎหมายก็อ่านตามความเข้าใจจึงอยากให้รองนายกฯ ดร.เฉลิม อยู่บำรุง ท่านช่วยอธิบายประมวลกฎหมายอาญามาตรา 9 ที่บัญญัติว่า
“มาตรา 9 เจ้าพนักงานของรัฐบาลไทยกระทำความผิดตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 147 ถึงมาตรา 166 และมาตรา 200 ถึงมาตรา 205 นอกราชอาณาจักร จะต้องรับโทษในราชอาณาจักร”
การกระทำความผิดที่กล่าวถึงในมาตรา 9 สำหรับมาตรา 147 ถึง 166 เป็นบทบัญญัติในภาค 2 คือภาคความผิดของประมวลกฎหมายอาญา อยู่ในลักษณะ 2 ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการปกครอง และเป็นกฎหมายในหมวด 2 ว่าด้วยความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ
มาตรา 157 ก็อยู่ในหมวดนี้ด้วย
ถ้าท่านดอกเตอร์ทางกฎหมาย จะช่วยอธิบายให้ชัดเจนได้หรือไม่ ว่า การไปพบนักโทษหนีคดีหนีหมายจับของศาล แล้วไม่จับ เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 157 หรือไม่ ถ้าใช่ การไปพบที่ต่างประเทศ เป็นการกระทำผิดนอกราชอาณาจักรหรือไม่
ถ้าใช่ มีใครบ้างที่ทำผิดตามมาตรา 9 ประมวลกฎหมายอาญา
ตำรวจไทยวันนี้ ได้เลือกข้างเรียบร้อยแล้ว เลือกโดยไม่ได้พิจารณาถึงคุณธรรม จริยธรรม เลือกโดยพิจารณาจากผลประโยชน์ที่จะได้รับโดยไม่คำนึงว่า ประเทศชาติจะฉิบหายหรือไม่ อย่างไร
ตำรวจไทยในวันนี้ จริงๆ แล้ว เป็นตำรวจของใคร







