
นายกฯสั่งรายงานสถานการณ์น้ำ24ชม.
นายกฯให้รายงานสถานการณ์น้ำ24 ชม. สั่งขรก.อยู่ในพื้นที่ตลอดเวลา รอยลแนะเร่งไล่น้ำจากบางระกำสัปดาห์หน้า
นายกฯให้รายงานสถานการณ์น้ำ24 ชม. สั่งขรก.อยู่ในพื้นที่ตลอดเวลา รอยลแนะเร่งไล่น้ำจาก"บางระกำ"สัปดาห์หน้า
เมื่อวันที่ 16 ก.ย.นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะประธานประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ และน.อ.อนุดิษฐ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้ร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์กับผู้ว่าราชการจังหวัดใน 36 จังหวัด
นายปลอดประสพกล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ อยากให้มีการติดตามประเมินสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง มีการรายงานอย่างเป็นระบบ โดยขณะนี้รัฐบาลกำลังต่อสู้กับเรื่องต่างๆ 2-3 ด้าน คือ 1.ภัยพิบัติน้ำท่วมที่เป็นไปตามธรรมชาติ เชื่อว่าทำได้และต้องผ่านให้ได้ และ 2.ความกลัวของประชาชน เนื่องจากเหตุการณ์ปีที่ผ่านมาสร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก ทำให้ประชาชนเกิดความกลัว ซึ่งสิ่งที่ต้องทำให้ได้คือทำอย่างไรให้ประชาชนเชื่อมั่นรัฐบาล จะได้ใช้ชีวิตตามปกติ
"จากประสบการณ์ที่ผ่านมาเรารู้แล้วว่าต้องต่อสู้อย่างไร รวมทั้งใช้การเทคโนโลยีระบบที่ดีที่สุดในโลกที่มีอยู่ทั้งหมดในการหาทาง จึงคิดว่าไม่มีอะไรเกินเลยจนบริหารงานและฝ่าวิกฤติครั้งนี้ไปไม่ได้”นายปลอดประสพกล่าว
สำหรับแผนป้องกันการเผชิญเหตุระดับชาติมีด้วยกัน 10 ข้อ ประกอบด้วย 1.การสนธิกำลังฝ่ายอำนวยการและฝ่ายปฏิบัติทั้งจากส่วนกลางและในพื้นที่ จากผู้มีอำนาจตัดสินใจ มีความรู้เข้าถึงข้อมูลและกบอ.จะมีการจัดเวรยามตลอด 24 ชั่วโมง 2.คณะทำงานต้องประเมินการทำงานทุก 3-6 ชั่วโมง 3.จะต้องมีการรายงานสถานการณ์ให้ทราบทุกวันเพื่อการตัดสินใจของผู้บังคับบัญชา 4. ต้องมีการแถลงข่าวกับสื่อมวลชนเป็นประจำทุกวัน รวมทั้งจะมีการให้ข้อมูลเป็นรายชั่วโมงอีกด้วยเพื่อผู้สื่อข่าวจะได้ใช้ข้อมูลเดียวกัน 5.ต้องเชื่อมข้อมูลข่าวสารให้ได้ และจะต้องมีระบบสำรอง คือระบบจะล่มไม่ได้โดยเด็ดขาด
6. สแตนด์บาย เครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ รถ เรือให้สามารถใช้ได้ตลอดเวลา 7.ติดต่อระบบคอนเฟอร์เรนท์เพื่อจะได้ติดต่อกับผู้ว่าราชการจังหวัดได้ทันเวลา 24 ชั่วโมง 8.ที่ทำการกบอ.ทำเนียบรัฐบาลจะต้องมีบอร์ดขนาดใหญ่เพื่อเขียนวาระการทำงานและการสั่งการให้ทุกคนได้เห็นตลอดเวลา 9.ต้องมีการเตรียมรายชื่อ เบอร์โทรศัพท์ เว็บไซต์ เอสเอ็มเอส ของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และพิมพ์แจกให้คนเกี่ยวข้องได้ถือเอาไว้ โดยต้องจัดเก็บข้อมูลให้เสร็จภายใน 2-3 วันนี้ และ 10.ขอให้ฝ่ายทหารได้ส่งเจ้าหน้าที่ที่มีความสามารถประสานกับเหล่าทัพได้มาประจำการที่กบอ.
"นายกฯสั่งการว่าต่อไปข้าราชการจะต้องอยู่ในพื้นที่ก่อนเกิดเหตุทุกครั้ง ถ้าอยู่แล้วไม่เกิดเหตุไม่เป็นไร แต่ถ้าไม่อยู่แล้วเกิดเหตุจะเป็นเรื่องทันที"นายปลอดประสพกล่าว
ด้านนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยล่าสุด ในเขตเทศบาลสุโขทัย พบบางพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขัง เนื่องจากน้ำได้ล้นพนังกันน้ำ โดยเฉพาะบริเวณสะพานแม่หญ้า ซึ่งเป็นพื้นที่ต่ำสุด ซึ่งได้มีการเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ขณะส่วนแม่น้ำยมลงมาขณะนี้ปริมาณน้ำได้ลดลง เหลือ 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จาก 1000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่อำเภอศรีสัชนาลัย ปริมาณน้ำอยู่ที่ 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
"รอยล"แนะไล่น้ำบางระกำสัปดาห์หน้า
ขณะที่ นายรอยล จิตรดอน ประธานคณะอนุกรรมการติดตาม วิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กบอ. กล่าวว่าสถานการณ์น้ำหลังจากนี้ไม่น่าจะลดลงแล้ว โดยความเห็นของกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า จากนี้ไปจะมีช่องว่าง 1 สัปดาห์หลังจากวันที่ 17 ก.ย. โดยช่วงนี้น้ำฝนที่จ.แพร่ อุตรดิตถ์ จะลดลงก่อนที่ร่องมรสุมจากประเทศจีนจะขยายตัวลงมายังประเทศไทย ดังนั้น น่าอาศัยช่วงนี้ไล่น้ำที่บางระกำ เพื่อเตรียมรองรับน้ำฝนจากร่องมรสุมใหม่
"สถานการณ์ที่ จ.นครสวรรค์ ในปีนี้ดีมากจากปีที่แล้ว เดิมน้ำท่วม 4 ล้านไร่ ปีนี้เหลือเพียง 5-6 แสนไร่เท่านั้น น้ำในเขื่อนก็ไม่ต้องระบายเลย แต่ยังรู้สึกเป็นห่วงพื้นที่ทางทิศตะวันตก ตั้งแต่จ.อุทัยธานี กำแพงเพชร ตาก ขึ้นไปจนถึงเชียงใหม่ ให้ระมัดระวังเพราะยังมีร่องความกดอากาศต่ำอยู่"นายรอยลกล่าว
ขณะที่ นายยงยุทธ กล่าวว่า อยากขอความร่วมมือสื่อมวลชนเกี่ยวกับสีสันที่ใช้ในการพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ เพราะบางครั้งการนำเสนอข่าวมันดูตื่นเต้นเกินความเป็นจริง โดยเฉพาะจ.สุโขทัยที่ไม่ได้รุนแรงตามที่เป็นข่าว ซึ่งถ้าผู้สื่อข่าวสงสัยอะไรให้ไปตรวจสอบข้อมูลจากทางกบอ.ก่อน นอกจากนี้ ขอให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดพกโทรศัพท์มือถือติดตัวตลอดเวลาเพื่อสะดวกและสามารถติดต่อและรายงานสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว







