posttoday
ผิดต้องแก้ไข

ผิดต้องแก้ไข

16 กันยายน 2555

การออกมายอมรับของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่าโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลมีการทุจริตเกิดขึ้นจริง

การออกมายอมรับของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่าโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลมีการทุจริตเกิดขึ้นจริง

แต่การทุจริตดังกล่าวเกิดขึ้นในการปฏิบัติระดับล่าง โดยมีคนใช้ช่องว่างในขั้นตอนการปฏิบัติกระทำการทุจริต และรัฐบาลจะเร่งเข้าไปดำเนินการแก้ไขเพื่อปิดช่องว่าง พร้อมกับยืนยันว่า การทุจริตที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดของนโยบายรับจำนำข้าว ซึ่งการออกมายอมรับของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีของรัฐบาลที่ไม่ตะแบงว่าไม่มีการทุจริต เพราะหากนายกรัฐมนตรียังคงดึงดันตะแบงโดยไม่ยอมรับความจริง ก็จะเป็นการสร้างความเสียหายให้กับประเทศมากกว่านี้อีกหลายเท่า

การออกมาแสดงเจตนารมณ์ที่จะแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาด ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของการเป็นผู้นำที่ดี เพราะโครงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ดของรัฐบาลเป็นโครงการขนาดใหญ่ใช้งบประมาณมากกว่า 4 แสนล้านบาท ขณะที่โอกาสในการรั่วไหลก็มีสูง หากรัฐบาลไม่ควบคุมดูแลให้มีประสิทธิภาพ ดังนั้นรัฐบาลจะต้องเร่งเข้าตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าวในทุกขั้นตอน เพื่อแยกแยะการทุจริตให้ชัดเจนว่า เกิดขึ้นจากจุดใด มีรายละเอียดของการทุจริตอย่างไร และมีใครเข้าไปเกี่ยวข้องบ้าง

ทั้งนี้ เพื่อหาข้อบกพร่องของโครงการรับจำนำข้าวในทุกระดับ ซึ่งในเบื้องต้นเชื่อว่านายกรัฐมนตรีน่าจะมีข้อมูลในระดับหนึ่งแล้ว ทำให้สามารถออกมาเปิดเผยได้ว่า การทุจริตในการปฏิบัติที่เกิดขึ้นมีการสมรู้ร่วมคิดกัน ซึ่งกระบวนการรับจำนำข้าวนั้นมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ตั้งแต่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว เจ้าของโรงสีที่รับซื้อข้าว เจ้าหน้าที่ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เจ้าหน้าที่องค์การคลังสินค้า และเจ้าหน้าที่จากอีกหลายหน่วยงานที่มีหน้าที่เข้าไปตรวจสอบการรับจำนำ รวมทั้งรัฐมนตรีและข้าราชการระดับสูงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรับผิดชอบกำกับดูแลโครงการ ก็ถือเป็นผู้ที่อยู่ในกระบวนการ รับจำนำข้าวด้วย และจะต้องเป็นผู้ที่ถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้น

ดังนั้น การตรวจสอบจะต้องทำในทุกระดับ โดยจะต้องมีการวางระบบการตรวจสอบลักษณะไขว้กันเพื่อป้องกันการฮั้ว ซึ่งแนวทางของนายกรัฐมนตรีที่จะให้เพิ่มสัดส่วนของเกษตรกร เข้าไปในคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อเป็นการเพิ่มปากเสียงให้กับเกษตรกร ก็ถือเป็นแนวทางที่ถูกต้อง แต่อย่างไรก็ตามปัจจุบันนี้การทุจริตก็ได้มีการพัฒนาให้มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้นและยากต่อการตรวจสอบ ดังนั้นนายกรัฐมนตรีจะต้องมีความมุ่งมั่นอย่างจริงจังที่จะแก้ไขปัญหา ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ออกมาแสดงท่าทีเพื่อลดกระแสการวิพากษ์วิจารณ์ แต่สุดท้ายก็เป็นแค่ไฟไหม้ฟาง

แต่อย่างไรก็ตาม นอกจากการออกมายอมรับความจริงของนายกรัฐมนตรี การลงไปแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองอย่างจริงจังแล้ว การมุ่งมั่นที่จะดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่กระทำการทุจริต ก็เป็นหัวใจสำคัญของการแก้ไขปัญหา เพราะหากตรวจสอบแล้วพบว่ามีพวกพ้องของตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องแล้วไม่ดำเนินการตามกฎหมาย ทำในลักษณะปากว่าตาขยิบ ไม่ได้มีความจริงใจที่จะแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาด เป็นเพียงการออกมาพูดเพื่อลดแรงเสียดทานทางการเมือง ก็เท่ากับว่ารัฐบาลชุดนี้ส่งเสริมให้มีการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งไม่สมควรที่จะบริหารราชการแผ่นดินอีกต่อไป


 

 

ข่าวล่าสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด